รีวิวภาพยนตร์เรื่อง 12 Strong – 12 ตายไม่เป็น

เรื่องย่อหนัง

ภาพยนตร์ 12 Strong หรือชื่อไทยว่า 12 ตายไม่เป็น เรื่องราวของหน่วยรบพิเศษ 12 คน ที่ได้รับคัดเลือกจากรัฐบาลสหรัฐเพื่อปฏิบัติการลับสุดยอดในอัฟกานิสถานในช่วงหลังจากเกิดเหตุการณ์วินาศกรรมช็อคโลกที่นิวยอร์ค ในวันที่ 11 กันยายน ปี 2001 เพียงไม่กี่วัน (สร้างจากเรื่องจริง)โดยหน้าที่ของพวกเขาคือ ลักลอบเขาไปในดินแดนที่ปกครองโดย กลุ่มตาลีบันที่เชื่อกันว่าให้การสนับสนุนองค์การก่อการร้าย อัลเคดาห์ ที่นำโดยโอซามาบินลาเดน เพื่อประสานกับกลุ่มพันธมิตรทางเหนือในการทำสงครามภาคพื้นดินกับฝ่ายตาลีบัน ก่อนที่ รัฐบาลอเมริกาจะปฏิบัติการปูพรมทางอากาศต่อไป อย่างไรก็ตามด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่เต็มไปด้วยภูเขา พวกเขาจำต้องใช้ยุทธวีธีการรบแบบโบราณนั่นคือการใช้ม้าในการเดินทางผ่านเขตของศัตรู เพื่อยึดมาซาร์ อี ชารีฟ ซึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มพันธมิตรทางเหนือ คืนมาจากกลุ่มตาลีบันให้ได้ นี่จึงกลายเป็นที่มาของวีกรรมที่โลกลืมของเหล่านักรบบนหลังม้าทั้ง 12 คน

12

รีวิวภาพยนตร์เรื่อง 12 Storng

ภาพยนตร์ 12 Storng- 12 ตายไม่เป็น
ผู้กำกับ Nicoli Fuglsig / ความยาว 130 นาที

“เหล่าทหารกล้า บนหลังม้า ทั้ง 12 นาย”

ตามเรื่องย่อคือเป็นภาพยนตร์ตามแบบฉบับของสงครามบู้ล้างผาน ยิงกันสะท้านทะเลทราย สิ่งหลักๆที่ขาดไม่ได้ทั้งหมดทั้งมวลของหนังสงครามคือ การจากลา ร้องไห้ครอบครัวขงพวกเขาที่ต้องมารับใช้ชาติเป็นทหารรบในสงคราม นี่แหล่ะคือความเป็นหนังสงครามอย่างแท้จริง และทำออกมาได้ดีพอสมควร

ความน่าสนใจของเรื่องนี้ หลักๆเลย ก็คือการขี้ม้าเข้าไปรบในสงครามแบบสมัยก่อน แต่ว่าอาวุธปืนยังคงใช้แบบปัจจุบัน ทำให้มีความผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างความคลาสสิคและคงพื้นฐานความเป็นจริงเอาไว้

จริงๆแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ยังแฝงไปด้วยความเป็นอุดมการณ์รักชาติไว้ก็คงไม่ผิด ด้วยความที่ตัวเอก เป็นทหารเข้ามาเพื่อช่วยชาติบ้านเกิด ด้วยความที่มันเป็นหนังยาวกว่า 2 ชั่วโมง จึงทำให้หนังมีเวลาที่จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ กับคนดูได้พอสมควร ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ดีและไม่ทำให้เรารู้สึกว่าช่วงไหนของหนังมันยืดจนเกินไป ไม่ช้าไป ไม่เร็วไป จังหวะหนังกำลังดี

หนังแสดงให้เราเห็นถึงความสัมพันธ์ของเหล่าทหารในหน่วยได้เป็นอย่างดีในช่วงแรกๆ ของหนัง ฉากแอคชั่นของหนังเรื่องนี้ก็ทำออกมาได้ดี โดยในฉากแอคชั่นท้ายเรื่องถือว่าทำออกมาได้ดีมาก เท่มาก (ถึงจะมีบางฉากที่คิดในใจว่า แบบนี้ก็ได้หรอ ก็ตามเถอะ 555) หนังเรื่องนี้ทำให้เราเกาะติดอยู่กับมันได้แทบจะตลอดเวลา อาจไม่ได้มีจุดพีคสุดๆ แต่ก็ทำให้เราละสายตาจากมันไม่ได้เช่นกัน ถึงแม้ในด้านดนตรีประกอบจะไม่ได้โดดเด่นหรือช่วยเพิ่มอารมณ์ในสถานการณ์ต่างๆ สักเท่าไหร่

ไม่แปลกใจเลยที่ได้ซูเปอร์สตาร์จากวงการภาพยนตร์โฆษณาอย่าง นิโคไล ฟูเอลซิก มากำกับ เพราะฉากหลายๆฉากออกแบบมาได้สวยงาม เท่ และแฝงความหมายเอาไว้ได้ดีมาก นั่นนับเป็นอีกส่วนที่ดีของหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้

12

ในด้านของนักแสดง แต่ละคนแสดงได้เป็นตัวเอง ประมาณว่าเราเดาได้ไม่ยากเลยว่าตัวละครตัวนี้จะออกมาในรูปแบบไหน อย่างพระเอกของเรา คริส แฮมสวอร์ธ ก็นั่นแหละ ก็เล่นเป็นแบบนั้น ถึงแม้จะเป็นพระเอก แต่ตัวผมกลับรู้สึกว่าไม่ได้โดดเด่นสักเท่าไหร่ ส่วน ไมเคิล พีน่า ก็คือ ไมเคิล พีน่า

บทบาทของเขาก็อย่างที่เราเดากันได้ไม่ยาก เขาก็จะมาเป็นตัวสร้างเสียงหัวเราะในบางจังหวะ ซึ่งมันจะทำให้หนังไม่เครียดจนเกินไป ส่วนที่ผมชอบมากๆ เลยก็คือการแสดงของ ไมเคิล แชนนอน ต้องบอกว่า “น้อย แต่ทรงพลัง” ถึงบทบาทของเขาคนนี้จะไม่ได้มีบทพูดเท่ๆ ออกมาน้อยด้วยซ้ำ แต่มันกลับทำให้เรารู้สึกว่าตัวเขาเท่มาก บวกกับหน้าตาและเสียงพูดของเจ้าตัว จะมีอยู่ฉากหนึ่ง ไมเคิล แชนนอน เอาอยู่มาก และทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว แสดงให้เห็นถึงความเก๋าของเขา ผ่านทางการแสดง สีหน้า และคำพูด แต่ที่ขาดไม่ได้เลยแถมยังแสดงดีเกินคาดอีก

เรียกได้ว่าเป็นตัวละครที่แย่งซีนคนอื่นๆ ได้เยอะเลย นั่นก็คือ นาวิด เนกาบาน ที่แสดงเป็นนายพลพันธมิตรทางเหนือของอเมริกาฯ ด้วยบทที่ช่วยส่งให้เขาดูเท่ ยียวน และกวนประสาท ซึ่ง นาวิด เนกาบาน ทำออกมาได้ดีมากๆ โดยรวมแล้วทุกคนก็แสดงออกมาเป็นธรรมชาติ และดูไหลลื่นเลยทีเดียว ถึงแม้จะแบ่งบทให้ความสำคัญของตัวละครทั้ง 12 คนได้ไม่ดีเท่าไหร่ก็ตาม

12

ซึ่งรวมๆแล้วของหนังเรื่องนี้ หากใครชอบหนังแนวสงครามยิงสนั่นหวั่นไหวกันทั้งเรื่องและกำลังจะซื้อตั๋วเข้าไปดู(ซื้อเถอะ)รับรอบว่าความยาว 2 ชั่วโมงกว่าๆถือว่าคุ้มกับเงินที่คุณเสียไปอย่างแน่นอน