สุดยอดตำรวจอาสา สร้างป้อมเองไม่ของบ ปลูกผักกิน-แจกชาวบ้าน

ตำรวจอาสาชุมชนอรุโณทัยพัทยา หาเงินสร้างที่ทำการเองโดยไม่พึ่งงบประมาณหลวง แถมยังปลูกผักนานาชนิดไว้เป็นแหล่งอาหารของทีมงาน ส่วนชาวบ้านที่ยากไร้ก็สามารถมาขอเก็บไปกินได้ฟรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีกลุ่มตำรวจอาสา สภ.เมืองพัทยา สังกัดชุมชนอรุโณทัย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้ทำการเช่าที่ดินของเอกชนและก่อสร้างอาคารที่ทำการด้วยเงินงบและน้ำพักน้ำแรงของตัวเองโดยไม่พึ่งพางบประมาณของทางราชการ และยังช่วยกันปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริโภคภายในหน่วยงานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

โดยสถานที่ดังกล่าวเป็นที่ดินว่างเปล่าราวๆ 2 งานเศษ บริเวณด้านหน้าได้มีการก่อสร้างอาคารชั้นเดียวขนาดย่อมๆ ซึ่งใช้เป็นอาคารที่ทำการชมรมอาสาสมัครตำรวจชุมชน สภ.เมืองพัทยา ชุมชนอรุโณทัย ด้านในเป็นศาลาเอนกประสงค์และห้องน้ำที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ส่วนด้านหลังเป็นสถานที่เพาะปลูกพืชผักสวนครัว อาทิ ผักผุ้ง มะนาว พริก มะเขือ มะละกอ ฯลฯ ที่กำลังออกดอกออกผลงามสะพรั่ง

นายวานร แก้ววิเศษ อายุ 49 ปี ที่ปรึกษาประธานชมรมอาสาสมัครตำรวจชุมชนอรุโณทัย สถานที่แห่งนี้เป็นที่ดินว่างเปล่าที่ตนใช้เงินส่วนตัวเช่าจากเอกชนมาในราคาปีละ 40,000 บาท เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจส่วนตัว ต่อมาจึงเกิดมีแนวคิดในการจัดสร้างอาคารที่ทำการของอาสาสมัครตำรวจชุมชนอรุณโณทัย เพื่อใช้เป็นสถานที่รับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายของคนในชุมชนและพบปะกับกำลังพลที่มีอยู่จำนวน 30 นาย

ซึ่งเบื้องต้นนายดำเนินพิศุทร์ ทองวงญาติ ประธานชมรมอาสาสมัครตำรวจชุมชนอรุโณทัย และเพื่อนพ้องน้องพี่ได้ช่วยกันออกเงินงบประมาณในการก่อสร้างอาคารราว 70,000 บาท โดยไม่ได้อาศัยเงินของทางราชการแม้แต่บาทเดียว แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่ ณ ตอนนี้คืออุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ภายในอาคาร หากท่านใดมีจิตศรัทธาก็สามารถบริจาคได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ ตู้เย็น แอร์ หรืออื่นๆ เพื่อให้อาสามัครในชมรมได้ใช้ร่วมกัน

ในส่วนของพืชผักสวนครัวตนและเพื่อนๆ อาสาฯ เป็นคนปลูกขึ้นมาเอง เพื่อใช้เป็นห้องครัวธรรมชาติให้กับอาสาสมัครในชมรม แต่ถ้าชาวบ้านยากไร้ในละแวกใกล้เคียงอยากจะเก็บไปกินหรือประกอบอาหาร ก็สามารถมาขอและเก็บไปกินได้ ส่วนใครที่อยากจะศึกษาวิธีการปลูกตนก็พร้อมที่จะถ่ายทอดวิชาให้แบบไม่หวง เพราะสิ่งที่ทำตนได้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

ไก่ มีสุข เผยชีวิตคู่สุดซึ้ง ที่เกิดขึ้นอย่างเร็วจนมี “น้องนามรูป”

อีกหนึ่งครอบครัวที่ดูน่ารักอบอุ่นมากๆ สำหรับพิธีกรมากความสามารถ ไก่ มีสุข กับสามีนอกวงการ ที่พบรักเพราะธรรมมะนำพา จนตอนนี้มีลูกสาวน่ารัก “น้องนามรูป” ที่มาเป็นโซ่ทองคล้องใจพ่อแม่ ซึ่งล่าสุดไก่ ได้โพสต์ข้อความลงอินสตาแกรมบอกเล่าถึงเรื่องราวการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่ถึงจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็อบอุ่นจนถึงทุกวันนี้ และแบบทดสอบความรักครั้งล่าสุด ที่ไก่และสามีตัดสินใจไปอยู่ที่บ้านไร่ต่างจังหวัด เพราะทุกอย่างทำเพื่อลูก จนชาวเน็ตที่ได้อ่านหลายคนบอกว่าอ่านแล้วน้ำตาไหล

“#4yearweddinganniversary เราเจอกัน2เดือนก็ขอแต่งงานกัน–
อีก2เดือนแต่งงานกัน–
แต่งงานอีก 4 เดือนตั้งท้อง–
ชีวิตคู่ของเราเริ่มต้นอย่างเร็ว มีลูกเร็ว … จากนั้น— ชีวิตเรา2 คนก็adventure มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็วเช่นกัน… เรา2 คนเผชิญ พายุของความรัก วัดความอดทนกันสุดๆ … การช่วยการเลี้ยงลูก เป็นการวัดความรักของผู้ชายคนหนึ่งได้ดี— ขอบคุณพ่อ ที่พิสูจน์ให้แม่เห็นแล้วว่า คำว่า”ความรัก” ไม่ได้มีแค่ ร.เรือ ไม้หันอากาศ และ กอ.ไก่— ขอบคุณคะ “การเดินทางของเรา2 คนคือการเรียนรู้” ยังไม่จบแค่นี้… เมื่อใกล้ปลายปี 59 ลูก2ขวบกว่าๆ การตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตได้ทดสอบเราอีกครั้ง ว่าเราพร้อมจะออกจาก safe zone ของเรา2 คนได้ไหม? ย้ำว่า ออก ทั้ง2 คน… ต่างคนต่างประสบความสำเร็จในที่ที่ตัวเองยืน … เมื่อลูกคือ main หลักของชีวิต เราจึงต้องทดสอบความรักกันอีกครั้ง

เรา2คนตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตกับความฝัน ในอาณาจักรของตัวเองเล็กๆ ในชื่อ MEESUK LAND ที่กำลังค่อยๆก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา ซึ่งไม่รู้ว่าสุดท้ายในคลื่นทะเลชีวิตนี้เราจะอยู่หรือเราจะไป … แต่ที่แน่ๆ แม่มีความสุขแล้ว มีความสุขที่ได้ตัดสินใจทำอีกหนึ่งสิ่งที่รักและฝันมานาน อยากกลับบ้านไปดูแลพ่อ-แม่ที่แก่เฒ่าลงทุกวัน อยากมีบ้านเล็กๆในป่า มีชากาแฟดีๆ ขนมอร่อยๆ กับผักปลอดสารที่ปลูกเองกินเอง และแบ่งปันให้ผู้มาเยือน เราจะมีสุขภาพจิตสุขภาพกายดีๆ เพื่ออยู่เลี้ยงลูกไปอีกนานๆ– แค่วินาทีที่พ่อตัดสินใจลงเรือความฝันลำนี้ แม่ก็มีความสุขแล้ว–ขอบคุณนะคะที่พ่อ ยอม ยอม ยอม และ อดทน อดทน อดทน .. ที่จะร่วมสร้างฝันเล็กๆกับแม่ โดยมี ลูก คุณตา คุณยาย เป็นเป้าหมายใหญ่ในฝันเล็กๆนั่นเหมือนกัน—วันครบรอบแต่งงานปีที่4นี้ แม่ไม่มีอะไรให้มากมาย ..”นอกจากบันทึกเล็กๆนี้ ที่จะบันทึกบอกพ่อว่า แม่อาจจะมีอะไรที่ผิดพลาดบ้างในการใช้ชีวิต แต่พ่อคือการตัดสินใจของแม่ที่ไม่ผิดเลย (ในวันนี้)ให้พ่อรู้และมั่นใจว่า แม่คิดไม่ผิดเลย ที่ได้เลือกพ่อ “เป็นพ่อของลูก”และจะคอยเตือนสติแม่ ในวันที่คลื่นความรักของเรามันมากระทบกัน — แม่จะต้องอดทน ให้ได้ อย่างที่พ่อให้กับแม่มาตลอด4ปี “— รักพ่อนะคะ @kim_pongsakon”

กองสลากเตือนระวังลอตเตอรี่ปลอม

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตือนประชาชนตรวจสอบสลากฯก่อนซื้อ หลังมีการจับกุมผู้ผลิตสลากปลอมได้ที่จังหวัดนครปฐม

วันนี้ (15 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีการจับกุมผู้ที่นำสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมมาจำหน่าย ที่อำเภอนครไชยศรี จังหวัดนครปฐม พลตรีฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการตรวจพบว่ามีการนำสลากปลอมมาตั้งขายทั้งแผง จากเดิมพบมีการนำสลากปลอมมาขึ้นรางวัลเท่านั้น

โดยจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การซักทอดว่าได้ซื้อต่อมาจากผู้ผลิตรายใหญ่อีกทอดหนึ่งในราคาฉบับละ 74 บาท แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่ารับซื้อต่อมาหรือไม่ จึงกำลังเร่งติดตามสอบสวนหาข้อเท็จจริงและขยายผลต่อไป

ทั้งนี้ เบื้องต้นทางสำนักงานสลากฯ คาดว่าผู้ผลิตสลากปลอมใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัดต่อออกมาผ่านเครื่องปริ้นปกติ และใช้หมึกสีส้มแต้มตัวเลขบนสลากให้มีลักษณะเหมือนจริงยิ่งขึ้น ซึ่งกรณีนี้ถือว่าเป็นการปลอมสลากทั้งฉบับด้วยการพิมพ์ขึ้นใหม่จำนวน 693 คู่ และยังจัดทำเป็นสลากชุด 7 ฉบับคู่ เลขเหมือนกันใส่ซองพลาสติก โดยขายได้ 2 วัน มีผู้มาซื้อไปจำนวน 6 ชุด

อย่างไรก็ตามผู้ที่ซื้อไปแล้วหากพบว่าเป็นสลากปลอมขอให้รีบมาแจ้งความ เพราะหากถูกรางวัลและนำสลากมาขึ้นรางวัลจะไม่ได้รับรางวัล แต่จะมีความผิดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเจตนา

ส่วนข้อสังเกตสลากของจริง สำนักงานสลากฯ บอกว่า เบื้องต้นต้องนำสลากส่องกับแสงแล้วเห็นลายน้ำนกวายุภักดิ์ แต่สลากปลอมจะไม่มีลายน้ำ ส่วนหมึกที่ใช้พิมพ์สลากจริงเมื่อนำน้ำมาแตะ หมึกจะไม่ละลายน้ำ หรือหากนำมาส่องในเครื่องฉายแสงแบล็กไลท์จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

นอกจากนี้เลขบาร์โค้ดจะไม่ซ้ำกัน ส่วนผู้ที่บกพร่องทางสายตาถ้าสัมผัสจะพบว่าเนื้อกระดาษสลากจริงจะบางและขาดได้ยากกว่า และเมื่อโดนน้ำจะไม่ยุ้ยเหมือนสลากปลอม ส่วนการซื้อสลากที่ห่อซองพลาสติก ผู้ซื้อควรแกะออกมาพิสูจน์ดูก่อนว่าเป็นสลากจริงหรือไม่

สั่งออกราชการ! ครูสุดหื่นลวนลามเด็ก พบเหยื่อเพิ่ม 24 ราย

ความคืบหน้าคดีครูกระทำอนาจารเด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.6 ผู้อำนวยการโรงเรียนเผยจากการสอบถามผู้ปกครองพบว่าเด็กถูกกระทำอนาจารเพิ่มอีกร่วม 24 คน และไม่เปิดเผยอีกนับไม่ถ้วน ล่าสุดได้ทำหนังสือไล่ออกส่งต้นสังกัดอนุมัติแล้ว พร้อมทำเรื่องถอดถอนใบประกอบวิชาชีพ ด้านคดีอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเตรียมส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีต่อไป

(14 ก.พ.) ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านกล้วย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ต้องขออภัยเนื่องจากติดลากิจ เนื่องจากลูกสาวป่วย ได้มาทราบเหตุการณ์จากรองผู้อำนวยการ ได้บอกว่ามีผู้ปกครองมาร้องเรียนว่า ครูอนุพันธ์ ได้ทำอนาจารกับเด็ก ซึ่งรู้สึกตกใจมาก แต่เบื้องต้นได้สั่งการทำเรื่องแจ้งกับหน่วยงานต้นสังกัด สั่งพักราชการครูคนนี้ก่อน

จากนั้นให้ดำเนินการสอบสวนเด็กที่ได้รับผลกระทบ หรือความเสียหายในครั้งนี้ จากนั้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในระดับของโรงเรียน แต่การตั้งกรรมการสอบวินัยเป็นเรื่องของเทศบาลเมืองชัยนาท เนื่องจากโรงเรียนเป็นนิติบุคคล ขณะนี้นายกเทศมนตรีเมืองชัยนาทได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง แล้ว 1 ชุด

ซึ่งในวันนี้ได้ทำการสอบข้อเท็จจริงกับนักเรียนและผู้ปกครองบางส่วนไปแล้ว ขอให้คำมั่นสัญญาและยืนยันว่าทางโรงเรียนจะให้ความเป็นธรรมกับลูกๆของเราและผู้ปกครอง และจะดำเนินการทางวินัยอย่างถึงที่สุด ไม่ยอมให้เขาสามารถไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนอื่นได้ ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้เลยว่าทางโรงเรียน และเทศบาลเมืองชัยนาทจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

ผู้อำนวยการฯ ยืนยันว่า จะไม่ปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน วันนี้ได้พบพูดคุยกับผู้ปกครอง ยังเป็นที่ตกใจ ได้มารูว่าเด็กถูกกระทำอนาจารเพิ่มอีก กรณีที่มีครูในโรงเรียนส่งข้อความถึงเด็กๆ ไม่ให้แจ้งความ หากมีผู้ปกครองมาร้องทุกข์ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เวลานี้ทางโรงเรียนได้เยียวยาทางเด็กและผู้ปกครองด้วยการขอโทษและเสียใจ และจะเชิญผู้ปกครองมาประชุมอีกครั้ง อยากจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน

จากกรณีที่ผู้ปกครองบางรายยังผวากับเหตุการณ์ ไม่ยอมให้นักเรียนมาเรียนหนังสือ ขอให้เชื่อใจว่าครูที่นี่ เขารักลูก รักนักเรียนทุกคน แต่ไม่คาดคิดว่าใน 30 ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ เหตุการณ์แบบนี้จะปรากฏขึ้น แต่เมื่อปรากฏแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เด็กๆ ของเราได้รับผลกระทบ ต้องเข้าใจความรู้สึกของผู้ปกครอง ต่อไปนี้ลูกนักเรียนปลอดภัยแน่นอน เพราะเขาไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนนี้ได้อีกเลย หรือแม้กระทั้งโรงเรียนอื่น

ผู้อำนวยการฯ กล่าวว่า “ทางโรงเรียนจะทำเรื่องถอดถอนใบประกอบวิชาชีพ และขอให้เชื่อมั่นว่าความดีที่โรงเรียน คณะครูสะสมมา บุคคลคนจะมาทำลายสถาบัน แล้วทำให้สถาบันต้องเสื่อมถอย คงไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของบุคคล สถาบันอย่าเอาเข้ามาเกี่ยวเราช่วยกันสร้างชื่อเสียงของโรงเรียนมาตลอด ขอวอนสื่อมวลชนให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ทางโรงเรียนด้วยว่าโรงเรียนเสียใจ และขอฝากไปถึงครูที่ก่อเหตุว่า ถ้าคุณยังอยู่และคุณดูฉันอยู่ คุณอยากจะพูดอะไรกับสื่อมวลชนคุณช่วยตอบมาคุณควรจะยอมรับผิด ไม่ควรสู้คดี คุณต้องยอมรับผิดอย่างเดียวค่ะ”

พ.ต.อ.ชัชพิมุข มีมุข ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า หลังจากพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความร้องทุกข์แล้วในบ่ายวันเดียวกัน ได้ทำเรื่องขออนุมัติหมายจับถึงศาลจังหวัดชัยนาท หลังจากออกหมายจับแล้ว ต่อมาวันอาทิตย์ช่วงเช้า ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน

โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี มีโทษจำคุกตั้งแต่ 7-20 ปี แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และในวันเดียวกันพนักงานสอบสวนได้ควบคุมผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดชัยนาท และศาลอนุญาตฝากขัง 12 วัน แต่เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะประกันตัวออกไป

หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน โดยสอบปากคำผู้ปกครองและเด็ก ซึ่งในส่วนของเด็กต้องทำการสอบสวนโดยสหวิชาชีพ เบื้องต้นได้ทยอยสอบไปบางส่วนแล้ว คาดว่าไม่เกิน 15 วัน จะสามารถรวบรวมข้อมูลการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด

บุ๋ม ปนัดดา เข้าแจ้งจับหนุ่มลูกครึ่ง โพสต์ขู่ฆ่าดุเดือดทางเฟซบุ๊ก

บุ๋ม ปนัดดา เข้าแจ้งความหนุ่มลูกครึ่ง ที่เคยเชิญมาสัมภาษณ์ในรายการ โพสต์ขู่ฆ่าทางเฟซบุ๊กที่ สภ.ปากเกร็ด

(14 ก.พ.) ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง พร้อมด้วย นายนิติกานต์ โพธิ์ประยูร โปรดิวเซอร์รายการแรงชัดจัดเต็ม นายธนวุฒิ สกุลเทอดเกียรติ นิติกรบริษัทไบรท์ทีวี ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ยศวิน เอี่ยมพุ่ม รองผกก.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับชายชาวต่างชาติที่โพสต์เฟซบุ๊กชื่อว่า Zulqarnaim Raja Haider ขู่ฆ่าเอาชีวิตพร้อมมีอาวุธปืนหลายชนิดวางอยู่ในภาพดังกล่าว

บุ๋ม ปนันดา เปิดเผยว่า สาเหตุที่เดินทางมาแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด เนื่องจากทางรายการแรงชัดจัดเต็มได้เชิญผู้ชายคนนี้มาออกรายการ เนื่องจากทางรายการมีรูปแบบหาประเด็นที่เป็นจุดสนใจของสังคมเน็ตไอดอล ส่วนผู้ชายคนนี้ที่เชิญมาออกรายการเพราะมีประเด็นที่เขาจะแจกรถซูเปอร์ไบค์ฟรี ทางรายการจึงจะดูว่าเขาแจกจริงหรือเปล่า และทางรายการมีการตัดเรื่องที่เขาพูดถึงไซซะนะออก

แต่หลังออกอากาศเรื่องยังไม่จบ เพราะทางเขาพยายามเกาะกระแสต่อเรื่อยๆ มีการขึ้นเฟซบุ๊กและแชร์ต่อไปอย่างรวดเร็ว ส่วนที่มาแจ้งความในวันนี้เพราะเขาโพสต์ภาพที่มีรูปเขาพร้อมอาวุธและขู่ฆ่าและตนได้มีการตอบโต้ไปด้วยถ้อยคำที่รุ่นแรง เพื่อให้เขาออกมาโพตส์อีกจะได้ติดตามตัวเขาได้ว่าอยู่ที่ไหน

ตนต้องขอโทษด้วยที่ใช้ข้อความรุนแรงออกไปแค่ต้องการกระตุ้นให้เขาออกมา เขาก็ออกมาจริงๆ รายการแรงชัดจัดเต็มตนเป็นแค่พิธีกร ส่วนการเชิญแขกมาออกรายการเป็นหน้าที่ของโปรดิวเซอร์จึงต้องเดินทางมาแจ้งความด้วยพร้อมทีมกฎหมายของสถานี

นายนิติกานต์ โพธิ์ประยูร โปรดิวเซอร์รายการแรงชัดจัดเต็ม กล่าวว่า ทางผู้ชายคนนี้มีการโพสต์แบบน่าสนใจ ตนจึงได้เชิญมาเพราะอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน แจกรถจริงไหม เป็นการสร้างภาพหรือเปล่า ซึ่งรายการวันนั้นออกอากาศวันที่ 23 มีนาคม 2559 และผู้ชายคนนี้บอกว่าทางรายการมีการตัดต่อเรื่องไซซะนะออก แต่ตอนที่อัดรายการเป็นปี 2559 ซึ่งยังไม่มีเรื่องไซซะนะเลย ยังไม่รู้จัก

สำหรับผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ อ้างว่าเป็นคนสัญชาติอเมริกา มีเชื้อชาติปากีสถาน และเคยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่ จ.นครราชสีมา บุ๋ม ปนัดดา ยืนยันว่าไม่รู้จักผู้ชายคนนี้มาก่อนและวันที่ออกรายการไม่มีการพูดคุยเรื่องไซซะนะ

การมาแจ้งความในวันนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวชายคนนี้มาดำเนินคดี ยืนยันว่าจะไม่มีการยอมความและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จะมีการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและประสานทาง อปท.เพื่อสืบหาเบาะแสของชายดังกล่าวมาดำเนินคดีต่อไป

สุดมันส์! “บุรีรัมย์” ไม่ท้อตามหลัง 0-2 ไล่ตีเจ๊า “ชลบุรี” 2-2

เปิดเกมมา 7 นาที เจ้าบ้านเกือบได้ประตูออกนำ จากลูกโยนริมเส้นฝั่งขวาของ บดินทร์ ผาลา บอลแฉลบแนวรับทีมเยือนจะเสียบใต้คาน แต่ ชนินทร์ แซ่เอียะ โดดปัดออกหลังได้ทัน

นาทีต่อมา “ฉลามชล” ได้โอกาสโต้กลับเร็ว ปรินซ์ อัมปองซ่า ได้โอกาสสับไกยิงหน้าเขตโทษแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

นาทีที่ 16 ทีมเยือนพลาดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย ปรินซ์ อัมปองซ่า ได้หลุดเข้าไปซัดเสียบเสาเข้าไป แต่ผู้ตัดสินไม่เห็นประตูเนื่องจากมองว่า อัมปองซ่า ไปทำฟาวล์ กรวิทย์ นามวิเศษ ในจังหวะก่อนหน้า

นาทีที่ 27 เจ้าถิ่นได้ลุ้นจากลูกเตะมุม จักรพันธ์ แก้วพรม เปิดโด่งไปในเขตโทษ โซลวี่ ออตเตเซ่น เทกตัวโหม่งไม่ดีบอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 28 ทีมเยือนเกือบได้เช่นกัน ปรินซ์ อัมปองซ่า ได้ส่องไกลระยะ 20 หลา บอลพุ่งย้อยจะเสียบใต้คานอยู่แล้ว แต่ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน โดดถอยไปปัดออกหลังได้ปลายมือ

นาทีที่ 40 ณรงค์ จันทร์เสวก แทงบอลทะลุช่องให้ นูรูล ศรียานเก็ม หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปล็อกหลบ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ก่อนซัดเข้าไปง่ายๆ ชลบุรี เอฟซี ขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 43 จากบอลยาว อันเดร หลุยส์ โขกต่อให้ ปรินซ์ อัมปองซ่า หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาบอลพุ่งผ่านตัว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ชนโคนเสาไปเข้าทาง นูรูล ศรียานเก็ม ซัดแบบไม่ต้องจับเสียบเสาเข้าไป ชลบุรี เอฟซี หนีเป็น 2-0 พร้อมกับจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 52 “ปราสาทสายฟ้า” ได้ลูกฟรีคิกริมเส้นฝั่งซ้าย กรกช วิริยอุดมศิริ เปิดโค้งไปหน้าประตู โซลวี่ ออตเตเซ่น ได้โขกเต็มหัวแต่บอลไปตรงตัว ชนินทร์ แซ่เอียะ

นาทีที่ 75 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจ้าถิ่นมาได้ประตูตีไข่แตก 1-2 จากจังหวะที่ จักรพันธ์ แก้วพรม เปิดบอลโด่งจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าไปในเขตโทษ แจ๊คสัน “ชาช่า” โคเอลโญ่ วอลเลย์ไม่ต้องจับบอลไปตรงตัว ชนินทร์ แซ่เอียะ แต่นายด่านทีมเยือนรับไม่ดีทำหลุดมือเข้าประตู

นาทีที่ 78 เจ้าถิ่นโหมบุกหนักและมาได้ลูกเตะมุมฝั่งขวา กรกช วิริยอุดมศิริ เปิดโค้งไปหน้าประตู โซลวี่ ออตเตเซ่น โหม่งกดลงพื้นตุงตาข่ายไม่เหลือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตีเสมอเป็น 2-2

จบเกม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านไล่ตีเสมอ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ไปได้แบบสุดตื่นเต้น 2-2 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (3-4-2-1) : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน – กรวิทย์ นามวิเศษ, โซลวี่ ออตเตเซ่น, ชิติพัทธ์ แทนกลาง – โก ซุลกิ, รัตนากร ใหม่คามิ – กรกช วิริยอุดมศิริ, สุเชาว์ นุชนุ่ม, จักรพันธ์ แก้วพรม, บดินทร์ ผาลา – แจ๊คสัน “ชาช่า” โคเอลโญ่
ชลบุรี เอฟซี (4-4-2) : ชนินทร์ แซ่เอียะ – นพนนท์ คชหลายุกต์, อลงกรณ์ ปทุมวงศ์, ชลทิตย์ จันทคาม, โฟเด้ ดิอาเกเต้ – เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, เรียวทาโร่ นากาโนะ, ณรงค์ จันทร์เสวก, นูรูล ศรียานเก็ม – อันเดร หลุยส์, ปรินซ์ อัมปองซ่า

หนุ่มใจหล่อ ยืนตากแดดกางร่มให้สาวโดนรถชนนอนกลางถนน

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 13 ก.พ.60 ร.ต.อ.หญิง กาญจนพัสร์ ปฐวีศรีสุธา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สัตหีบ รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์พุ่งชนรถเก๋งมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 173 เส้นทางเตาถ่าน-สัตหีบ บริเวณหน้าโรงเรียนธัมมสิริศึกษา ม.3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุกลางถนนพบคนเจ็บทราบชื่อคือ น.ส.เพชรชรี ภูริมนาค อายุ 25 ปี นอนหมดสติมีบาดแผลถลอกทั่วเรือนร่าง โดยมี หนุ่มพลเมืองดีน้ำใจงาม ยืนถือร่มกางกันแดดให้กับหญิงสาวบาดเจ็บ ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือ จนเคลื่อนย้ายนำตัวส่งรักษายัง ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ รวมเวลานานเกือบ 30 นาที เป็นภาพที่น่าประทับใจให้กับผู้ผ่านมาพบเห็นอย่างมาก

ส่วนคนเจ็บขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 125 สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไถลห่างไปไกลกว่า 50 เมตร ใกล้กับพบรถคู่กรณีเป็น รถเก๋ง โตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน 5กน-1646 กรุงเทพมหานคร สภาพช่วงประตูหลังซ้ายถูกเฉี่ยวชน โดยมี น.ส.เสาวลักษณ์ น่วมพันธุ์ อายุ 23 ปี ยืนรอให้ปากคำ

สอบถาม น.ส.เสาวลักษณ์ เล่าว่า ได้ขับรถออกมาจากบ้านพักที่จังหวัดนนทบุรี จะมาร่วมลอยอังคารที่อ่าวสัตหีบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถคนเจ็บ ได้วิ่งตัดออกมาจากไหล่ทาง พุ่งขึ้นมาบนถนนอย่างกะทันหัน ก่อนจะพุ่งชนเข้าด้านข้างตัวรถจนพลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

เจมส์ มาร์ ไม่รู้!! จียอน ถูกถอนตัวจากหนังเพราะเรื่องเยอะ

ทั้งๆ ที่เริ่มถ่ายทำไปแล้ว สำหรับภาพยนตร์เรื่อง MIND MEMORY 1.44 พื้นที่รัก แต่กลับต้องเปลี่ยนตัวนักแสดงกะทันหัน จาก “ซอ จียอน” มาเป็น “จอย ไกอา” แทน ซึ่งงานนี้ได้มีกระแสเม้าท์ออกมาว่า เหตุผลที่จียอนถูกถอนตัวนั้นเพราะเรื่องเยอะเกินไป

ล่าสุด มีโอกาสได้เจอ เจมส์ มาร์ หนึ่งในนักแสดงนำของเรื่องนี้จึงได้สอบถาม ซึ่งเจ้าตัวได้เผยว่าไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงว่าจียอนถอนตัวเพราะอะไร แต่ส่วนตัวฝ่ายหญิงก็น่ารักเวลาเข้าฉากร่วมกันเสมอ

ถามถึงหนังเรื่อง MIND MEMORY 1.44 พื้นที่รัก มีกระแสข่าวว่ามีการเปลี่ยนตัวนักแสดงจากจียอนเป็น จอย ไกอา แทน?
“อ๋อ..จริงครับ พอดีหนังมีการถ่ายเพิ่ม แต่สาเหตุที่เปลี่ยนตัวพี่จียอนผมเองก็ไม่ทราบครับต้องไปถามเจ้าของหนัง ส่วนตัวผมเองไม่มีปัญหาและไม่รู้ว่าทำไม ที่มีการถ่ายเพิ่มเติมอาจจะเป็นเรื่องคิวหรือเปล่าผมเองก็ไม่ทราบ”

มีคนว่าจียอนเรื่องเยอะ เราอยู่ในกองได้เห็นอาการแบบนี้บ้างไหม?
“ไม่นะครับ พี่เขาก็เฟรนด์ลี่มากๆ คุยกันสนุกสนาน เราเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรอย่างนั้น”

เราตกใจไหมที่มีการเปลี่ยนตัวแบบนี้?
“ไม่ครับ เพราะการทำงานมันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว อาจจะเป็นเรื่องคิวนักแสดง เรื่องการเปลี่ยนบท หรือว่าการกำกับ มันมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่แล้ว ซึ่งหนังมันมีการถ่ายเพิ่มก็เลยเข้าใจว่ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ผมเข้าใจและไม่ได้คิดมากครับ”

ได้คุยกับจียอนไหมว่าเปลี่ยนตัวเพราะอะไร?
“ไม่ได้คุยครับ เจอกันก็ทักทายกันปกติ ก็ไม่ค่อยได้เจอกันด้วย พอเจอกันก็ไม่ได้คุยกันเรื่องนั้น อย่างที่บอกมันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ผมก็ไม่ได้ซีเรียสเพราะยังไงหนังก็ออกมาตามที่เจ้าของหนังต้องการแค่นี้ก็พอแล้วครับ ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้วครับ”

ในส่วนที่จียอนได้ถ่ายไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์?
“อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ ครับ ด้วยความที่เราไม่ได้เข้าฉากด้วยกัน ในเรื่องเขาเล่นเป็นลูกน้องของนางเอกเราก็ไม่ค่อยได้เจอเลยไม่รู้จริงๆ ว่าถ่ายไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว”

พอในกองมีปัญหาแบบนี้เราท้อไหม?
“งานทุกชิ้นมีปัญหาหมดแหละครับ เราก็มองข้ามไปและทำให้ดีที่สุดถ้าปัญหามันไม่ได้เกิดขึ้นที่เรา เราก็ไม่ต้องคิดมากครับ เราแค่รู้และเข้าใจว่ามันมีปัญหาเราก็ทำให้มันดีที่สุดต่อไปในอนาคตเท่านั้นเองครับ”

กับเรื่องนี้เราได้รับผลกระทบอะไรไหม?
“ไม่มีครับ อย่างที่บอกมันมีการถ่ายเพิ่มเพื่อความสวยงามอยู่แล้ว เราก็ไม่ซีเรียสอยู่แล้วอยากทำงานให้ออกมาดีไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากมายครับ”

หนังใกล้จะเข้าโรงแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?
“หนังจะเข้าโรงวันที่ 23 ก.พ.นี้ครับ ก็อยากให้คนดูดูแล้วมีความสุข เราไม่ได้คิดว่าจะต้องดังอะไรมากมาย เป็นหนังเกี่ยวกับคนเหงา ใครที่เหงาๆ อยากมีแฟน อยากมีความรักก็อย่าลืมไปดูกันนะครับ ซึ่งหลังจากมีงานเปิดตัวหนังไปแล้ว หลายๆคนมาบอกกับเราว่าดูเจ๋งดี เป็นแนวใหม่ ก็ขอบคุณครับ พอใจกับฟีดแบคที่ได้รับมา คนทักเกี่ยวกับหนังเยอะ อย่างน้อยก็มีคนถามผมก็โอเคแล้วครับ”

จะไปฉายที่เกาหลีด้วยไหม?
“จะไปฉายที่ต่างประเทศหรือเปล่า เราไม่ทราบครับ แต่ที่แน่ๆ ฉายที่ไทยที่แรกครับ”

มีค่ายหนังอื่นๆ ติดต่อเข้ามาอีกไหม หลังเรามารับงานหนังแล้ว?
“ตอนนี้ยังไม่มีครับ มีแค่ละครที่ยังถ่ายอยู่ สายธารหัวใจ และมีเรียนและงานอื่นๆ ทั่วไปครับ”

ข่าวเปลี่ยนตัวละครจะเป็นการสร้างกระแสก่อนภาพยนตร์จะเข้าฉายไหม?
“ผมว่าไม่หรอกครับ การเปลี่ยนตัวเป็นเรื่องของทางผู้ใหญ่เขามากกว่า ผมว่าไม่ใช่การโปรโมตหรอกครับเพราะถ้าจะโปรโมตเราคงใช้วิธีอื่นมากกว่า”

จับผู้ต้องสงสัย มือวางเพลิงรถไฟฟ้าฮ่องกง

จับกุมชายผู้ต้องสงสัยก่อเหตุวางเพลิงบนรถไฟฟ้าฮ่องกง ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 17 คน และจำนวนนี้อาการสาหัส 2 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตปกครองพิเศษฮ่องกงว่า นายกว็อก ปัก-ชง และ ผู้กำกับการตำรวจเขตซิม จา ซุ่ย แหล่งช็อปปิ้งของฮ่องกง เปิดเผยว่า ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่ง ชื่อสกุล “จาง” วัย 60 ปี ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุวางเพลิงบนรถไฟฟ้า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ขณะที่กำลังเดินทางมุ่งหน้าสู่เขตซิม จา ซุ่ย หนึ่งในสถานีที่พลุกพล่านที่สุดของฮ่องกง ยังผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 17 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 2 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาล

ด้าน ผู้กำกับการตำรวจเขตซิม จา ซุ่ย กล่าวต่อไปว่า นายชุงผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย ระหว่างนำส่งโรงพยาบาลนั้น เขาได้บอกอะไรบางอย่างกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย แต่คำพูดของเขาไม่ปะติดปะต่อ จึงจับความไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อมูลที่บ่งชี้ได้ว่า เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเป็นการก่อการร้าย แต่หน่วยต่อต้านก่อการร้ายซึ่งตรวจลาดตระเวนในพื้นที่ใกล้เคียงขณะเกิดเหตุ ก็ได้ยกกำลังไปยังที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่แล้ว

ขณะที่นายเหลียง ชุน-ยิง ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ออกแถลงการณ์ระบุว่า เขาวิตกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมากและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสอบสวนแล้ว

กาตาร์ แอร์เวย์ ครองสถิติบินตรง 17 ชั่วโมง ไกลที่สุดในโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เส้นทางบินใหม่ของสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ ได้ถูกบันทึกสถิติให้เป็นเที่ยวบินตรงที่ยาวนานที่สุดประวัติศาสตร์ทางการบินเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เพิ่งปฐมฤกษ์เที่ยวบิน 16 ชั่วโมง ข้ามทวีปด้วยระยะทางกว่า 14,500 กิโลเมตร

เส้นทางการบินระหว่างกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ไปยังเมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ของสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ ได้รับรองสถิติใหม่แล้ว กลายเป็นเที่ยวบินโดยสารเส้นทางตรงที่ยาวนานและไกลที่สุดในโลก ด้วยระยะทางกว่า 14,500 กิโลเมตร ใช้เวลาบิน 16 ชั่วโมง 23 นาที

โดยเที่ยวบินนี้ได้ทำการบินปฐมฤกษ์ไปแล้ว เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างสวัสดิภาพ ขณะที่เที่ยวบินกลับจากเมืองโอ๊คแลนด์สู่กรุงโดฮา ใช้เวลาบินมากกว่าเล็กน้อยราวๆ 17 ชั่วโมง 30 นาที

ก่อนหน้านี้ แอร์อินเดียเคยสร้างสถิติด้วยการบินเส้นทาง กรุงนิวเดลี ไปยัง นครซานฟรานซิสโก ด้วยระยะทางราวๆ 15,000 กิโลเมตร แต่เส้นทางดังกล่าวไม่ได้ทำการบินในเชิงพาณิชย์ ทำให้เส้นทางใหม่ของกาตาร์แอร์เวย์ครองสถิตินี้ไปได้

แต่อย่างไรก็ตาม สถิติดังกล่าวอาจจะสั่นคลอนลงไปในโดยเร็ว เพราะว่า สิงคโปร์ แอร์ไลน์ เพิ่งประกาศวางแผนเส้นทางใหม่ของตัวเอง บินตรงระหว่างสิงคโปร์ไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ด้วยระยะทางกว่า 15,200 กิโลเมตร ที่ตั้งเป้าหมายเริ่มทำการบินในปี 2018 ที่จะถึงนี้

ข่าวสารทั่วไป