อดีตผู้ว่าฯ ขอนแก่นสิ้นใจแล้ว หลังครอบครัวเบนซ์ไฟคลอก 5 ศพ

วันนี้ (6 ม.ค.60) นายกำธร ถาวรสถิตย์ อายุ 60 ปี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 14.45 หลังเข้ารักษาตัวโรคหัวใจ ที่ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นายกำธร  ถาวรสถิตย์ ได้เข้ารับราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 จนกระทั่งได้เกษียณราชการเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ป่วยเป็นโรคหัวใจมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งมารับตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้เข้ารักษาอาการโรคหัวใจมาโดยตลอด

จนกระทั่งเกษียณการทำงานได้ไปพักผ่อนใช้ชีวิตที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านเกิดแต่ยังมีอาการโรคหัวใจ และเมื่อเข้ารักษาแพทย์ที่กรุงเทพฯแต่อาการยังไม่ดีขึ้น จึงได้เดินทางมารักษาอาการป่วยโรคหัวใจที่ศูนย์หัวใจสิริกิติ์อีกครั้ง และอาการดีขึ้น ตลอดเดือนธันวาคม 2559 ปีที่ผ่านมา ได้นอนรักษาตัวโดยคณะแพทย์ได้ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ทำให้หัวใจหยุดทำงานเสียชีวิตลง

ในวันพรุ่งนี้ ( 7 ม.ค. ) เวลา 14.00 น. จะมีพิธีรดน้ำศพ ที่บริเวณศาลาพิธีกรรม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากนั้นจะเก็บร่างไว้ที่ภาควิชานิติเวช ก่อนที่จะให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่กรุงเทพมหานครในวันถัดไป

นายกำธร ถาวรสถิตย์ เกิดวันที่ 20 มีนาคม 2499 ภูมิลำเนากรุงเทพมหานคร คู่สมรส นางพิมพ์วิมล ถาวรสถิตย์ การศึกษา ปริญญาตรี น.บ.มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2520 ปริญญาโท ผ.ม.จุฬาลงกรณ์ พ.ศ.2537 หลักสูตร นอ.รุ่นที่ 31 และนปส.รุ่นที่ 33 หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ ปี 2552 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาวชิรมงกุฎ 5 ธันวาคม 54 ประวัติการดำรงตำแหน่ง เช่น นายอำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร ,เจ้าหน้าที่บริหารงานปกครอง 7 กองการสื่อสาร กรมการปกครอง ,นายอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี , ผู้อำนวยการกองการสื่อสาร กรมการปกครอง , ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติกร กรมการปกครอง , รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ , ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน , ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ , ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย , ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท และจังหวัดขอนแก่น

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของนายกำธร ถาวรสถิตย์ เพิ่งสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่จากอุบัติเหตุรถเบนซ์ไฟคลอก 5 ศพ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนประสบอุบัติเหตุผู้เสียชีวิตทั้งหมดเพิ่งเดินทางมาเยี่ยมนายกำธร ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ขอนแก่น แต่ปรากฏว่าประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับ (อ่านข่าว : ญาติร่ำไห้แทบขาดใจ! สังเวยระกาไฟ 5 ศพที่แปดริ้ว สยองเลขอาถรรพ์ 352)

เร่งช่วยนศ.เหยื่อกระบะเมาแล้วขับชนอัดมินิมาร์ท ล่าสุดตัดขาแล้ว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ส่งกระเช้าเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวหนุ่มนักศึกษา เหยื่อลุงเมาซิ่งปิกอัพพุ่งชนร้านมินิมาร์ท อัดก็อปปี้หนุ่มนักศึกษาอาการสาหัส  ล่าสุดแทพย์ตัดขาขวาแล้ว

วันที่ 5 ม.ค. 60 จากกรณีที่มีรถยนต์ 4 ประตูสีดำ ป้ายแดง พุ่งชนร้านมินิมาร์ท “3 M มินิมาร์ท” ตั้งอยู่บนถนนบุลำดวน ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เมื่อคืนวันที่ 3 ม.ค. 2560 ที่ผ่านมา ข้าวของและร้านพังเสียหาย ทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 3 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือ นายมงคล โพธิชัย นักศึกษา ปวช.ปี 3 วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ถูกนำตัวโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิตเป็นการด่วน

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ นำกระเช้าไปเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัว นายมงคล โพธิชัย หนุ่มนักศึกษาผู้เคราะห์ร้าย ที่นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์

ล่าสุดแพทย์ได้ทำการตัดขาข้างขวาแล้ว เนื่องจากมีภาวะขาดเลือดเนื้อตายและกระดูกแตกหักหลายจุด แพทย์จึงจำเป็นต้องตัดขาข้างขวาเพื่อป้องกันการติดเชื้อและรักษาชีวิตของผู้บาดเจ็บไว้ ซึ่งขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ด้านนายยงยุทธ วิชัยธรรม นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า เบื้องต้นได้มอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวของน้องนักศึกษาจำนวนหนึ่ง  ส่วนการช่วยเหลือในระยะยาว ทางหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ ก็ได้เตรียมวางแผนด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ จัดหาอุปกรณ์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต ทั้งจะดูแลเรื่องการศึกษา และอาชีพของน้องในอีกทางหนึ่งด้วย

เศร้าสะอื้น! 3 เหยื่อรถตู้ 25 ศพ ส่งกลับถึงบ้านเกิดจันทบุรี

ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุรถตู้ชนกระบะ 25 ศพ เริ่มทยอยกลับภูมิลำเนา เจ้าหน้าที่นำส่งบ้านเกิด ญาติพี่น้องยังคงร้องไห้สะอื้น รับไม่ได้กับการสูญเสียอย่างกะทันหัน

เมื่อวานนี้ (4 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ได้ทำการเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถตู้โดยสารชนรถกระบะ เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 25 ศพ กลายเป็นโศกนาฏกรรมทางรถยนต์ครั้งใหญ่ หลังจากที่สถาบันนิติเวชได้ทำการพิสูจน์ตรวจสอบแล้ว จึงอนุญาตให้ญาติได้นำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา

สำหรับเหยื่อรายแรกคือ นางสาวหทัยทิพย์ หรือ เจเจ เจ้าของโพสต์สุดท้ายบนเฟซบุ๊กก่อนที่จะเกิดเหตุ ซึ่งทางกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้นำร่างเดินทางไปยังศาลาเพิ่มวัดคมบาง อำเภอเมืองจันทบุรี โดยมีญาติๆ และแม่ของเจเจ รอรับศพอย่างเศร้าโศกเสียใจ

นางวิมล แม่ของเจเจ เปิดเผยว่า ยังรับไม่ได้กับเหตุที่เกิดขึ้น ตนมีเพียงลูกสาวคนเดียว เป็นที่พึ่งสุดท้ายของบ้าน แต่ต้องมาจบชีวิตลงระหว่างเดินทางกลับไปทำงาน ลูกสาวตนใช้บริการกับทางรถตู้บริษัทนี้ ก็เพราะไว้ใจเรื่องความปลอดภัย ใช้บริการมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว

ขณะที่เหยื่อรายที่สองคือ นางสาวหทัยรัตน์ หรือ ออย พนักงานราชการระดับ 7 ธนาคารออมสิน สาขาใหญ่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยศีลธรรมสมาคม บ้านบึง ได้นำร่างมาส่งที่ศาลา 2 วัดจันทนาราม อำเภอเมืองจันทบุรี ทันทีที่ร่างไร้วิญญาณมาถึง พ่อของผู้เสียชีวิตถึงกับเกิดอาการยืนไม่ติดและร้องไห้ออกมา เนื่องจากต้องสูญเสียลูกสาวไปแบบไม่ทันตั้งตัว
โดยมี นายศรชัย ศรีอยุธต์ ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาตลาดเทศบาล 2 เป็นประธานรดน้ำศพ พร้อมทั้งเพื่อนๆ และคนสนิทเดินทางมาร่วมงาน บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยจะมีพิธีสวดอภิธรรมเป็นเวลา 4 วัน และฌาปนกิจในวันที่ 8 มกราคมนี้

ส่วนเหยื่อรายที่สามคือ นายประกาศิต เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้นำร่างมาส่งที่วัดบุญญาวาสวิหาร (หนองโพรง) อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี แม่ของผู้เสียชีวิต ยังคงทำใจไม่ได้กับการสูญเสีย

นางทิพอัมพา แม่ของนายประกาศิต เล่าว่า ปกติลูกชายจะเดินทางไป-กลับด้วยรถทัวร์โดยสาร จะขึ้นรถตู้เป็นบางครั้ง แต่ในครั้งนี้ตัดสินใจขึ้นรถตู้กลับ หลังจากมาเยี่ยมบ้านช่วงปีใหม่ แต่ก็น่าเสียดายที่ลูกชายต้องมาเสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้ เพราะหากลูกชายยังอยู่ คงจะช่วยเหลือชีวิตคนอื่นๆ ได้อีกมากมายในอนาคต

ฆ่าปาดคอสยอง หนุ่มเพิ่งจบ มศว. ตายปากซอย มุ่งปมชิงทรัพย์

หนุ่มเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยดัง ถูกฆ่าปาคอสุดสยอง หน้าปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 ตำรวจมุ่งปมทำร้ายชิงทรัพย์-ขัดแย่งส่วนตัว

(5 ม.ค.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม ได้รับแจ้งเหตุพบศพชายถูกฆาตกรรม บริเวณหน้าปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมกับกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุดโคกคราม

จุดเกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย เสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนริมถนน ที่ลำคอมีบาดแผลถูกของมีดคนปาด ทำให้หลอดลมขาด ส่วนด้านหลังมีรอยแผลถูกแทง 1 แผล ขณะที่ทรัพย์สินเงินสดราวๆ 1,000 บาท ยังคงอยู่ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมาคือ นายวศิน อายุ 26 ปี

สอบสวนเบื้องต้นมีพยานที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุแจ้งว่า ช่วงก่อนหน้านี้ไม่นานได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะวิวาทกัน ก่อนจะพบเห็นเหตุคนร้ายมากกว่า 1 คน กำลังล็อกคอทำร้ายผู้เสียชีวิตอยู่ ก่อนจะใช้อาวุธมีดแทงจากด้านหลัง และรีบขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เหตุดังกล่าวน่าจะมาจากประเด็นฆ่าชิงทรัพย์ หรือไม่ก็ปมขัดแย้งส่วนตัว เนื่องจากผู้เสียชีวิตเพิ่งจะศึกษาจบจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และวางแผนเรียนต่อทางด้านการบิน ช่วงก่อนเกิดเหตุได้แวะไปกดเงินและเข้าร้านสะดวกซื้อซื้อบุหรี่ ก่อนจะถูกทำร้ายเสียชีวิตระหว่างเดินข้ามฝั่งถนนดังกล่าว

กรมอุตุฯ เตือนใต้ตอนล่างฝนหนัก เหนือตกฟ้าคะนองบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน ภาคใต้ตอนล่างมีฝนหนักมาก คลื่นลมแรง ภาคเหนือตกฟ้าคะนองบางแห่ง กทม.-ปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นโดยทั่วไป โดยจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วยสำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 4 มกราคม 2560 ไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมช่องแคบมะละกาและประเทศมาเลเซีย ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง

สำหรับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาร์เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และตาก ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นโดยทั่วไป

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ปชช.ทยอยเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น-เข้มจุดคัดกรอง

ประชาชน ทยอยเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเนืองแน่น ตร. รปภ.เข้ม 8 จุดคัดกรอง จิตอาสา-ร่วมด้วยช่วยกัน ประจำจุดคอยให้บริการข้อมูลต่างฯ แพร่ ประจวบฯ ร้อยเอ็ด ระนอง พิจิตร รอบ4กราบพระบรมศพ

บรรยากาศบริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวังในช่วงเช้าวันนี้ พสกนิกรจากทั่วสารทิศยังคงพร้อมใจแต่งกายชุดสีดำ เดินทางมาต่อแถวเพื่อเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่องโดยในช่วงเช้านี้ ทางสำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคม พระบรมศพ เป็นกลุ่มแรกผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี จากนั้นหลังเวลา 08.00 น. จะเปิดให้เข้าทางประตูมณีนพรัตน์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงจัดให้ประชาชนตั้งแถวภายในเต็นท์ ตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี หน้ากรมศิลปากร ตลอดตามทางถนนหน้าพระธาตุ ส่วนท้ายแถว เจ้าหน้าที่จัดให้คอยบริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือเช่นเดิม ส่วนบรรยากาศโดยรอบ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ยังคงมีการตั้งเต็นท์เพื่ออำนวยความสะดวก รวมทั้งบริการอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังคงให้บริการยืมชุดสุภาพสำหรับประชาชนที่ต้องการจะเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพแต่งกายมาไม่เหมาะสม ส่วนเหล่าบรรดาจิตอาสาหลายกลุ่มได้นำอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ที่จำเป็น มาแจกจ่ายแก่ผู้ที่เดินทางมา พร้อมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของทางกรุงเทพมหานครในการเดินรอบท้องสนามหลวง เพื่อร่วมเก็บขยะออกจากพื้นที่ เช่นเดียวกับ จุดร่วมด้วยช่วยกัน บริการประชาชน มีเจ้าหน้าที่มาประจำคอยให้บริการข้อมูลต่างฯ ประชาสัมพันธ์เส้นทางและสภาพการจราจร พร้อมทั้งรับแจ้งเหตุเร่งด่วน รวมทั้งมีชุดเจ้าหน้าที่ค่อยให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ประชาชนที่เดินทางมา

ด้านมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ เจ้าหน้าที่ยังคงประจำตามจุดคัดกรองทั้งหมด 8 จุดหลัก เพื่อตรวจบัตรประชาชน และค้นกระเป๋าสัมภาระของผู้ที่จะเข้ามาในท้องสนามหลวงอย่างละเอียดเพื่อป้องกันเหตุอันตราย

แพร่ประจวบฯร้อยเอ็ดระนองพิจิตรรอบ4กราบพระบรมศพ

นายสมชาย เกียรติก้องแก้ว ผู้อำนวยการส่วนยุทธการและการข่าว สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในวันนี้ (4 ธ.ค. 2559) จะมีประชาชนจาก 5 จังหวัด ประกอบด้วย  แพร่, ประจวบคีรีขันธ์, ร้อยเอ็ด, ระนอง และพิจิตร เดินทางเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นรอบที่ 4 โดยจะมีการนำประชาชนมา จังหวัดละประมาณ 750 คน รวมแล้วประมาณ 3,000 คน  สำหรับสาเหตุที่เพิ่มจ.พิจิตร เข้าไปอีก 1 จังหวัดนั้น สืบเนื่องจากกรณี สำนักพระราชวัง ประกาศงดการกราบถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 1 มกราคม 2560 และเปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร แทนซึ่งตามแผนเดิมกำหนดไว้ว่าจะเป็นคิวของ จ.พิจิตร นครปฐม มหาสารคาม และ พัทลุง ก็จะถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 4, 5, 6 และ 9 มกราคม 2560 ตามลำดับ วันละ 1 จังหวัด แทน

ด้านนายพยนต์ อัศวพิชยนต์  เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในส่วนของจ.พิจิตร ได้ปล่อยขบวนรถของพสกนิกร 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.บึงนาราง, ตะพานหิน และ โพทะเล อำเภอละ 250 คน ออกเดินทางจากหน้าที่ว่าการอำเภอบึงนาราง ในเวลา 18.30 น. วานนี้ และมีกำหนดว่าจะต้องถึงหน้ากองสลากฯราชดำเนิน(เก่า)ก่อนเวลา 04.00 น.  ทั้งนี้พบอุปสรรคด้านการจราจรติดขัดเพราะเป็นช่วงที่มีประชาชนใช้เส้นทางกลับเข้ากทม. โดยเฉพาะที่บริเวณทางผ่านเขต จ.นครสวรรค์

จนท.เปิดให้ปชช.เข้าประตูมณีนพรัตน์กราบพระบรมศพแล้ว

บรรยากาศล่าสุด บริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง พสกนิกรจากทั่วสารทิศยังคงพร้อมใจแต่งกายชุดสีดำ เดินทางมาต่อแถวเพื่อเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ทางสำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะ พระบรมศพ ผ่านทางประตูมณีนพรัตน์ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นมา

ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ได้เริ่มให้เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ได้จนถึงเวลาประมาณ 16.00 น. ซึ่งขณะนี้นักท่องเที่ยวได้ทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยประชาสัมพันธ์เสียงตามสายเป็นภาษาต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและทำความเข้าใจแก่ประชาชนที่เดินทางมา

ขณะเดียวกัน ในวันนี้คณะครูและเจ้าหน้าที่ จากสำนักงานเขตการศึกษาลพบุรี เขต 2 ได้มีการนำเยาวชนลูกเสือจากหลากหลายโรงเรียน รวม 100 คน มาร่วมเป็นจิตอาสาช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคม พระบรมศพ ซึ่งหลังจากที่ได้ร่วมเป็นจิตอาสาแล้ว มีความตั้งใจจะไปต่อแถวเพื่อเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ ต่อไป

“อิวาโนวิช” เผยแขวนแร็กเก็ตเพราะหมดไฟ,ปัดรับงานโค้ช

อนา อิวาโนวิช อดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลกชาวเซอร์เบีย ประกาศแขวนแร็กเก็ต ด้วยวัยเพียง 29 ปี ไปเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังต้องต่อสู้กับปัญหาบาดเจ็บเรื้อรังมานานหลายปี

โดยเธอให้เหตุผลว่า แม้จะพยายามอย่างหนัก แต่ก็รู้สึกได้ว่าสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์มากพอจะลงแข่งในระดับอาชีพอีกแล้ว แถมไฟในการลงสนามก็ดูเหมือนจะค่อยๆหมดลง แม้จะฝืนใจแต่เชื่อว่าการประกาศยุติอาชีพนักเทนนิสคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อรักษาความรัก และความทรงจำที่มีต่อกีฬานี้

นอกจากนี้ อิวาโนวิช ยังปฏิเสธรับตำแหน่งผู้ฝึกสอนให้กับนักหวดรุ่นน้อง ด้วยเหตุผลว่ายังไม่มีแรงกระตุ้นมากพอ ตอนนี้อยากลองทำกิจกรรมอะไรใหม่ๆมากกว่า

ทั้งนี้หลายฝ่ายคาดว่า เธออาจจะอยากพักเพื่อให้เวลากับครอบครัว โดยเฉพาะสามีอย่าง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ มิดฟิลด์ชาวเยอรมันของ แมนฯ ยูไนเต็ด รวมถึงเตรียมตัวเป็นคุณแม่ในอนาคต

สท.ลงพื้นที่จัดกิจกรรมลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่

สท. ลงพื้นที่จัดกิจกรรมลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ แจกจ่ายสื่อประชาสัมพันธ์แก่ประชาชน

พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รรท.ผบก.สท. จัดกิจกรรมรณรงค์เคลื่อนที่ลดอุบัติเหตุบนถนนในเทศกาลปีใหม่ “ราษฎร์รัฐร่วมใจ กลับบ้านปลอดภัย ปีใหม่ 2560” ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2559 – 3 มกราคม 2560 โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการการประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ตามภาคต่างๆ เพื่อแจกจ่ายสื่อประชาสัมพันธ์ และรณรงค์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเดินทางไปปฏิบัติราชการในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ ภ.จว.พิษณุโลก, ภ.จว.เพชรบูรณ์, ภ.จว.นครพนม, ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, ภ.จว.ชัยภูมิ และ ภ.จว.ระยอง

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ที่จัดทำโดยกองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบประเด็นกฎหมายที่จะนำมาบังคับใช้อย่างเคร่งครัด, ป้องกันและลดอุบัติเหตุบนถนน, สร้างจิตสำนึกแห่งความปลอดภัยและความรู้สึกรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกันโดยเริ่มต้นที่ตนเอง ตลอดจนสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนถึงบทบาทของเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนน

จตุพรป่วยติดเชื้อกระแสเลือดนอนรพ.ราชทัณฑ์

‘จตุพร พรหมพันธุ์’ ป่วยติดเชื้อกระแสเลือดนอน รพ.ราชทัณฑ์ แพทย์ให้ญาติเยี่ยม 4 ม.ค. นี้

นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กล่าวถึงอาการป่วยของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ซึ่งถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ว่า ล่าสุดอาการของ นายจตุพร มาจากโรคกรวยไตอักเสบติดเชื้อ โดยอาการไข้หนาวสั่น อาจเป็นอาการขั้นต้นของภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดได้ จึงต้องได้รับการรักษาด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อทางเส้นเลือดควบคู่ไปกับการให้น้ำเกลือ และติดตามอาการอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ต่อไป

โดยภรรยาของ นายจตุพร ระบุว่า แพทย์น่าจะให้เข้าเยี่ยมอาการได้ในวันที่ 4 ม.ค. เวลา 11.00 น. ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์

ผบ.เรือนจำเผยนำ”จตุพร”กลับเข้าเรือนจำ4ม.ค.นี้

นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยกรณีที่มีการนำตัว นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช. ส่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายจตุพร มีอาการป่วยตั้งวันที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยเป็นโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ส่วนที่มีข่าวติดเชื้อในกระแสเลือดนั้น เป็นอาการจากติดเชื้อโรคปัสสาวะ แต่แพทย์ได้ให้ยาฆ่าเชื้อมา 2 วันแล้ว

ล่าสุด ได้หยุดให้ยาแล้ว และกำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ โดยหลังจากนี้จะนำตัว นายจตุพร ส่งกลับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในวันที่ 4 ม.ค. นี้ ซึ่งเป็นวันเปิดทำการของเรือนจำ

สยอง!รถตู้ซิ่งชนกระบะระยองไฟลุกคลอก25ศพเจ็บ2

สยอง! รับปีใหม่ เกิดเหตุรถตู้โดยสารพุ่งข้ามเลนชนกับรถกระบะไฟลุกท่วม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 25 ศพ เจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลแล้ว

เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บ้านบึง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถกระบะปิกอัพ อีซูซู ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียน 1 ฒณ 2483 กทม. ชนกับรถตู้โดยสาร ทะเบียน 15-1352 กทม. แล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ บน ถ.บ้านบึง-แกลง ช่วง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี มุ่งหน้า อ.แกลง จ.ระยอง จุดเกิดเหตุก่อนถึงตลาดเนื่องจำนงค์ ประมาณ 2 กิโลเมตร เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ราย โดยเป็นผู้โดยสารมากับรถยนต์กระบะ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมปิดช่องทางการจราจรทุกช่องทาง การจราจรติดขัดสะสมยาว

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ารถตู้โดยสารบรรทุกผู้โดยสารมาประมาณ 13 – 14 คน โดยเดินทางกลับมาจาก จ.จันทบุรี ก่อนจะเสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนกับรถกระบะที่บรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคันรถ ก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้รุนแรง ส่วนรายละเอียดจะรายงานให้ทราบต่อไป

ความคืบหน้า อุบัติเหตุรถกระบะปิกอัพ อีซูซู ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียน 1 ฒณ 2483 กทม. ชนกับรถตู้โดยสาร ทะเบียน 15 -1352 กทม. แล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ บน ถ.บ้านบึง-แกลง ช่วง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี มุ่งหน้า อ.แกลง จ.ระยอง เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตทั้งหมด 25 ราย เป็นผู้โดยสารมากับรถตู้ 14 ราย และรถกระบะ 11 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กชาย 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่ลำเลียงส่งโรงพยาบาลบ้านบึง ก่อนจะนำส่งสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจเพื่อชันสูตรและพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลต่อไป เนื่องจากสภาพศพถูกไฟคลอกไหม้เกรียม

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้รอดชีวิตและได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

คืบตู้โดยสารชนกระบะดับ25ศพจนท.เร่งประสานญาติ
ความคืบหน้าเหตุรถตู้สาย กทม.-ระยอง ชนประสานงารถกระบะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากถึง 25 ศพ ในจำนวนนี้ถูกยางสดคาซากรถถึง 14 ราย บนถนนสาย344 ม.1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าระยอง เบื้องต้นคาดว่าคนขับรถตู้หลับใน เนื่องจากรถตู้พุ่งข้าม เลนมาชนรถกระบะฝั่งตรงข้าม

ด้าน นายพิเนตร เลิศเขมทัต นายอำเภอบ้านบึง กล่าวว่า การเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้คาดว่ารถตู้จะเป็นรถติดแก๊ส เมื่อเกิด การชนกันจึงทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นทันที เป็นเหตุให้ผู้โดยสารในรถตู้เสียชีวิตเบื้องต้น 14 ราย เป็นชาย 4 หญิง 10 รถกระบะเสียชีวิต 11 ราย เป็นชาย 5 หญิง 6 รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 25 คน ขณะนี้ได้ลำเลียงศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดไปที่โรงพยาบาลบ้านบึง เพื่อตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคล และแจ้งให้ญาติทราบต่อไป

นายพิชัย นิ่มแย้ง ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนขับรถเก๋งจะ พาครอบครัวไปที่ จ.ระยอง เมื่อมาถึงที่เกิด เหตุเห็นรถตู้เสียหลักพุ่งลงข้างทางแล้วข้ามเลนไปประสานงากับรถกระบะที่วิ่งสวนทางมา โดยเห็นผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถตู้ ก่อนรถตู้จะเกิดไฟลุกท่วม โดยตนทำได้แค่ยืนมอง พร้อมทั้งมีเสียงระเบิดดังขึ้น แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ เห็นคนอยู่ในรถร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนจะสิ้นใจตายคากองเพลิง

เตรียมส่ง25ศพรถตู้ชนปิกอัพให้นิติเวชค่ำวันนี้

นายแพทย์ศิริชัย ลิ้มสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุบนบ้านบึง-แกลง จังหวัดชลบุรี ระหว่างรถตู้กับรถปิกอัพ ว่ามีผู้เสียชีวิตรวม 25 คน ในที่เกิดเหตุ รอดชีวิต 2 คน เป็นหญิง 1 คน ผู้โดยสารรถปิกอัพ และชาย 1 คนเป็นผู้โดยสารรถตู้ ส่วนผู้เสียชีวิตขณะนี้ไม่สามารถพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้ เนื่องจากสภาพศพถูกไฟไหม้ทั้งหมด ทำให้เอกสารประจำตัวหรือทรัพย์สินก็ถูกไฟไหม้เสียหายหมด จึงได้ส่งให้ทางนิติเวช รพ.ตำรวจ เป็นผู้ตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคล เบื้องต้นทาง รพ.บ้านบึง ได้ทำการแยกพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเบื้องต้น แค่เพศ เกณฑ์อ่ยุเฉลี่ยเท่านั้น และเนื่องจากผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นผู้โดยสารเส้นทางกทม.-จันทบุรี และจันทบุรี-กทม. ได้ให้ผู้ที่รอดชีวิต 2 คนช่วยติดต่อญาติ เพื่อเดินทางมาพิสูจน์เอกลักษณ์ คาดว่าศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดจะถึงทางรพ.ตำรวจในค่ำนี้

ข่าวสารทั่วไป