Over Drive รีวิว

ดูไอเดียหนังน่าจะขายได้ดีนะครับ มีดาราชายหน้าตาดีถึง 3 คนมาดึงสาว ๆ ทั้ง ทาคูมิ คิตามูระ พระเอกจาก Let Me Eat Your Pancreas , มาซาฮิโระ ฮิกาชิเดะ จาก Death Note : Light Up The World และตัวขายคือ แมคเคนยู อาราตะ จาก Peach Girl ที่มารับบทพระเอกนักแข่งของเรื่อง และตั้งใจมาขายหุ่นขายหน้าตาแบบจริงจัง ด้วยการโชว์ซิกซ์แพ็คให้ดูกันในหลาย ๆ ฉาก จุดขายในการดึงสาว ๆ มาดู น่าจะสัมฤทธิ์ผล แต่กับจุดขายที่จะดึงหนุ่ม ๆ มาดูฉากแข่งรถน่าจะผิดหวังนะครับ เพราะนี่คือหนังแข่งรถที่ไม่มีฉากแข่งรถ

อ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะร้อง ห๊ะ!! มีด้วยเหรอ หนังแข่งรถที่ไม่มีฉากแข่งรถ ถ้ามีก็เรื่องนี้เรื่องแรกล่ะครับ ตลอดเรื่องเห็นวิ่งทั้งสนามมีรถพระเอกวิ่งอยู่แค่คันเดียวนั่นแหละ สิ่งที่เราคุ้นเคยแล้วคาดว่าจะได้เห็น ก็คือฉากรถแข่งไล่บี้กัน ขับเบียดกันไปมา แล้วเข้าเส้นชัยกันแบบเสี้ยววินาที ใน Over Drive ไม่มีฉากเหล่านี้ให้เห็น อย่างหนึ่งเพราะนี่คือการแข่งแบบแรลลี่ ออกสตาร์ทไม่พร้อมกัน ไม่ได้ใช้การเข้าเส้นชัยก่อนหลังเป็นการชี้ขาด แต่เอาเวลาต่อระยะทางเป็นหลัก แต่ผู้กำกับก็ไม่ได้หาทางสร้างฉากชวนลุ้นมาเอาใจผู้ชมเลยแม้แต่น้อย ซึ่งที่จริงแล้วเงื่อนไขในการแข่งกับเวลาก็สร้างฉากชวนลุ้นตีนจิกได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีให้เห็น ยิ่งฉากไคลแมกซ์นี่ผ่านไปแบบงง ๆ เลย อ้าว!แข่งจบแล้วเหรอ

แล้วตลอด 105 นาที ของหนังเล่าเรื่องอะไร? หนังเล่าเรื่องดราม่าของพี่ชายกับน้องชาย อาสุฮิโระ ฮิยามะ ผู้พี่ และ นาโอสุมิ ฮิยามะ ผู้น้อง ทั้งคู่นั้นอยู่ในทีมสปิก้า ทีมแข่งแรลลี่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น อาสุฮิโระ นั้นเป็นหัวหน้าช่าง ส่วน นาโอสุมิ นั้นเป็นนักแข่ง หนังแสดงให้เห็นว่าตัวน้องนั้นแสดงทีท่าห่างเหินและไม่เชื่อฟังพี่ชายอยู่ตลอดเวลา หนังค่อย ๆ เผยสาเหตุที่นาโอสุมิไม่พอใจพี่ชายมาทีละนิด เมื่อนาโอสุมิ เผยเรื่องราวความในใจให้ ฮิคารุ เอนโดะ เอเยนซี่สาวฟัง หนังตัดสลับไปมาระหว่างฉากแข่งรถ และเรื่องราวดราม่าระหว่างพี่กับน้อง ตลอดเรื่องมีฉากแข่งรถเยอะมาก กว่า 10 สนาม แต่เล่าผ่านแต่ละสนามไปแบบเร็ว ๆ และด้วยเป็นการแข่งแบบเอาเวลาเป็นสำคัญ จึงไม่มีภาพรถคู่แข่งไล่บี้กันให้ได้ลุ้นได้มันส์ Goldenslot
Over Drive

ตัวละครหญิงอย่าง อาโออิ โมริคาวะ ในบท ฮิคารุ เอนโดะเอเยนซี่สาว ก็ใส่เข้ามาแบบเกิน ๆ ไม่มีบทบาทสำคัญกับเรื่องราวเลย และดูเกะกะน่ารำคาญในหลายครั้ง รถเข้าค็อกพิตช่างกรูกันเข้ามาซ่อม เจ๊ก็ยืนเกะกะช่าง แล้วช่างเป็นนางเอกที่มองมุมไหนก็ไมเห็นความสวยเอาเสียเลย หนังพยายามเพิ่มน้ำหนักเรื่องราวของฮิคารุ ว่าเธออยากเป็นผู้จัดการของนักกอล์ฟมากกว่ามาอยู่สนามแ่งรถ ซึ่งก็เป็นเรื่องราวที่เกินมา ไม่ได้มีส่วนสำคัญอะไรกับเรื่องเลย แล้วบทของเธอก็ถูกลืมหายไปในช่วงท้าย , ทาคูมิ คิตามูระ พระเอกดาวรุ่งอีกคนถูกใส่มาในบท ชินไค อาคิระ นักขับมือฉกาจคู่แข่งตัวสำคัญของ นาโอสุมิ ก็ถูกพูดถึงแบบลอย ๆ เพราะในฐาะนคู่แข่งกลับถูกวางสถานะให้ด้อยกว่าเรื่องราวดราม่าของพี่กับน้อง และเป็นคู่แข่งที่ไม่มีบทบาทสำคัญในฉากไคลแมกซ์เสียด้วยซ้ำ

ถึงแม้หนังจะหนักไปด้วยเรื่องราวดราม่าระหว่างพี่น้อง แต่ในส่วนของดราม่าเองก็ทำได้ไม่ถึงจุดที่น่าพอใจ แม้แต่ในฉากที่พยายามบิลท์อารมณ์ร่วมจากคนดูก็กลับแห้งแล้ง กว่าค่อนเรื่องที่หนังปูความบาดหมางระหว่างพี่น้อง แต่พอถึงจุดหนึ่ง นาโอสุมิ ผู้น้องก็โพล่งความในใจที่เขารู้สึกกับพี่ชาย เผยเหตุที่เขาแสดงทีท่าไม่เป็นมิตรกับพี่ชายตลอดมา เป็นการพาคนดูเข้าสู่ฉากดราม่าและเป็นฉากสำคัญของเรื่องราวโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนำอารมณ์เข้าสู่ฉากสำคัญนี้เลย ตัวละครในจอน้ำตาไหลกันพราก ๆ แต่คนดูนี่เฉยมาก

จุดที่พอจะชื่นชมได้ก็คือบรรยากาศสนามแข่งรถ ที่ดูคึกครื้นเต็มไปด้วยผู้คนโห่ร้องยินดี หลาย ๆ สนามแข่งในญี่ปุ่นดูสวยงาม เป็นอีกสื่อที่ทำหน้าที่โปรโมตการท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้ดี แต่ในสนามแข่งนั้นทีมงานขอยืมภาพจริงจากการแข่งแรลลี่มาใช้ อันนั้นไม่ต้องไปชื่นชม สรุปได้ว่าอย่าคาดหวังไปดูฉากแข่งรถเอามันส์ กลุ่มเป้าหมายเรื่องนี้เรื่องเพียงกลุ่มสาว ๆ ที่อยากไปดูซิกซ์แพ็คของ แมคเคนยู อันนั้นได้เห็นกันอย่างพึงพอใจแน่นอน ส่วนกลุ่มผู้ชายถ้าอยากดูฉากแข่งรถ แนะนำให้ไปหา Rush (2013) ของ รอน โฮเวิร์ด มาดูอีกรอบจะสนุกกว่าครับ