เลิกบุหรี่

เลิกบุหรี่
โทษของบุหรี่ ที่มีผลต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อผู้คนรอบข้าง
เลิกบุหรี่
โทษของบุหรี่ ที่มีผลต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อผู้คนรอบข้าง
Istock 177496759 m
บุหรี่ สิ่งเสพติดที่คนส่วนใหญ่ให้ความนิยมมากที่สุด เพราะหากยังคงสูบไปนานๆ ก็จะยิ่งติดหนักขึ้นจนไม่สามารถเลิกได้ ซึ่ง โทษของบุหรี่ ก็อาจเป็นเพียงข้ออ้างหนึ่งของคนที่ไม่อยากเลิกหรือไม่มีความพยายามเท่านั้น
เนื่องจากในบุหรี่เต็มไปด้วยสารนิโคตินที่หากร่างกายได้รับไปนานๆ จะส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจและส่งผลเสียต่ออวัยวะอื่นๆ ตามมามากมายนอกจากนี้ ควันบุหรี่ยังมีประสิทธิภาพในการทำร้ายคนรอบข้างได้อย่างร้ายกาจ ซึ่งหากคุณคิดว่าไม่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ ลองมาดู โทษของบุหรี่ ที่มีทั้งต่อตัวคุณเองและคนรอบข้างกันก่อน เพราะโทษเหล่านี้อาจกระตุ้นให้คุณอยากสูบเลิกบุหรี่ได้สำเร็จมากขึ้นก็เป็นได้
โทษของบุหรี่ ที่มีต่อตัวผู้สูบ

เสี่ยงตาบอดถาวร
ตาบอด ฟังแล้วหลายคนอาจไม่เชื่อว่า โทษของบุหรี่ จะทำให้ตาบอดได้จริง แต่นั่นเป็นความจริง เพราะเมื่อเราสูบบุหรี่บ่อยๆ สารพิษในบุหรี่จะไปทำให้เกิดตาต้อกระจกได้ง่ายขึ้น โดยสังเกตได้จากดวงตาที่ดูขุ่นมัวขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นเป็นเพียงอาการเริ่มต้นเท่านั้น นอกจากนี้ สารพิษในบุหรี่ ยังเป็นตัวการทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงจอเรตินาเกิดการตีบตัน จนเป็นผลให้ตาบอดถาวรในที่สุด
เสี่ยงมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาจดูเป็นโรคที่ไกลตัว แต่สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่แล้ว โรคนี้นับว่าเป็นโรคที่มีความเสี่ยงมากทีเดียว เพราะร่างกายของเราจะมีกระบวนการดูดซึมสารพิษหรือสารแปลกปลอมเข้าสู่กระแสเลือด และขับถ่ายออกทางปัสสาวะ ซึ่งสารนิโคตินและสารเสพติดอื่นๆ ในบุหรี่นั้น มีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็ง เมื่อมีการดูดซึมและขับออกทางปัสสาวะบ่อยๆ จะทำให้กระเพาะปัสสาวะได้สัมผัสกับสารเหล่านี้ไปเต็มๆ เป็นผลให้เสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้นั่นเอง นอกจากนี้ บางคนอาจมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เนื่องจากกล้ามเนื้อซึ่งทำหน้าที่คอยควบคุมกระเพาะปัสสาวะถูกทำลายจนอ่อนตัวลงไปแล้ว
เสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นโรคที่มีความอันตรายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันอย่างไม่ทันตั้งตัว และผู้ที่สูบบุหรี่บ่อยๆ ก็เสี่ยงต่อโรคเหล่านี้มากที่สุด เนื่องจากสารนิโคตินและสารเสพติดอื่นๆ ในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดหัวใจหดตัวและตีบลง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ยากขึ้น และอาจไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ จึงทำให้หัวใจวายอย่างเฉียบพลันได้ โดยเฉพาะในขณะออกกำลังกาย ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจจึงมักจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกกำลังกายหนักๆ นั่นเอง
เสี่ยงโรคระบบทางเดินอาหาร
ผู้ที่สูบบุหรี่บ่อยๆ จะเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินอาหารได้สูง ไม่ว่าจะเป็นโรคกระพาะอาหาร โรคลำไส้อักเสบ โรคมะเร็งช่องปากและมะเร็งหลอดอาหาร รวมถึงการติดเชื้อ Helicobacter pylori เพราะสารเคมีในบุหรี่ จะไปทำให้กระเพาะอาหารมีการผลิตน้ำย่อยออกมามากขึ้น และมากเกินความจำเป็น จนทำให้กระเพาะอาหารเกิดแผลจากการกัดกร่อนของน้ำย่อย ส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะและเสี่ยงโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ หากสูบบุหรี่บ่อยๆ และสูบในปริมาณมากต่อวันก็อาจทำให้กระเพาะอาหารทะลุได้

โทษของการสูบบุหรี่ มีดังนี้

โทษของการสูบบุหรี่ มีดังนี้

1. เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
2. ฟันเหลือง ตาแดง เล็บเขียว
3. มีกลิ่นตัวและกลิ่นปากรุนแรง
4. เป็นที่น่ารังเกียจของสังคม
5. เสียเงินจำนวนมากโดยใช่เหตุ
6. ส่งผลร้ายต่อคนรอบข้าง
7. เป็นมะเร็งช่องปาก รวมถึงฟันและลิ้น (ปากเน่าเละเฟะ)
8. เป็นมะเร็งหลอดลมและหลอดอาหาร
9. เป็นมะเร็งกล่องเสียง
10. เป็นมะเร็งปอด (มะเร็ง ที่ทรมานมากที่สุด) มีโอกาสเป็นโรคมากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 20 เท่า
11. ถุงลมโป่งพองจนไม่สามารถหดตัวกลับได้ มีผลทำให้หายใจติดขัด หอบ จนถึงตายได้
12. โรคกระเพาะอาหารเป็นแผล
13. โรงตับแข็ง เช่นเดียวกับการดื่มสุรา
14. โรคปริทนต์ (ฟันเน่าเละ)
15. โรคโพรงกระดูกอักเสบ
16. โรคความดันโลหิตสูง
17. ประสาทในการรับรสแย่ลง
18. มีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะมาก บางครั้งไอถี่มากจนไม่สามารถหลับนอนได้

การทำกิจกรรมบำบัดการเลิกบุหรี่

การทำกิจกรรมบำบัดการเลิกบุหรี่

การทำกิจกรรมกลุ่มพฤติกรรมบำบัด โดยเข้ารับการปรึกษาหรือรับคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวหรือแพทย์
อาหารเลิกบุหรี่ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงของผู้ติดบุหรี่นั้น ได้แก่ เครื่องดื่มจำพวกกาแฟ ชา และน้ำอัดลม (เพราะมีนิโคตินเช่นเดียวกับบุหรี่), เหล้าหรือแอลกอฮอล์ (ทำให้ลิ้นรับรสได้มากขึ้น) รวมไปถึงเนื้อสัตว์ (เนื่องจากส่งเสริมการรับรสของผู้สูบให้ยิ่งสูบมากขึ้น) ส่วนอาหารที่จะช่วยทำให้อดบุหรี่หรือเลิกบุหรี่ได้นั้น มีดังนี้
ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น มะนาว ส้ม ฝรั่ง เสาวรส ก็ช่วยได้มาก เพราะการสูบบุหรี่ 1 มวน ร่างกายจะเสียวิตามินซีไปถึง 60 มิลลิกรัม หรือพอ ๆ กับส้ม 1 ลูก การดื่มน้ำผลไม้เหล่านี้จึงช่วยเพิ่มวิตามินซีให้กับร่างได้
ผักเขียวจัด โดยหลักแล้วแนะนำว่า ผักยิ่งเขียวยิ่งดี เพราะนอกจากจะมีฤทธิ์สกัดความอยากบุหรี่แล้วยังมีคลอโรฟิลล์และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยล้างพิษในร่างกายได้อีกด้วย
ถั่ว ไข่ อกไก่ อาหารทั้งสามนี้ทางมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์แนะนำให้ทานในผู้ที่ต้องการอดบุหรี่ เพราะอาหารเหล่านี้จะไปช่วยสร้างสารซีโรโทนิน (Serotonin) จะช่วยให้การเลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น

นมสด จากการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่า เมื่อสูบบุหรี่แล้วจะทำให้กินอาหารบางอย่างไม่อร่อย โดยเฉพาะ “นมวัว” เลยอยากให้ท่านที่รักการดื่มนมวัวเข้าไว้ เผื่อจะทำให้เกิดความเบื่อบุหรี่ขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าแพ้นมวัวคุณอาจจะเปลี่ยนมาเป็นนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตก็ได้ครับ
ปลา โอเมก้าสามที่มีอยู่ในปลานั้นสามารถช่วยลดการอักเสบจากพิษบุหรี่ในร่างกายได้ อีกทั้งในปลายังมีแอล-อาจินีน (L-arginine) ที่ช่วยขยายหลอดเลือดตามอวัยวะให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
วิธีเลิกบุหรี่ด้วยมะนาว จากผลวิจัยพบว่า วิตามินซีมีสารที่ช่วยลดความอยากนิโคตินได้ และยังช่วยฟื้นฟูร่างกายที่ทรุดโทรมให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า จึงมีการนำมาใช้เพื่อเป็นตัวช่วยในการเลิกบุหรี่ วิธีการก็คือให้นำมะนาวมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้มีเปลือกติดมาด้วยขนาดเท่าหัวแม่มือ หรือพอดีคำ เมื่อรู้สึกอยากบุหรี่เมื่อไหร่ก็ให้กินมะนาวหั่นแทน โดยอมแล้วค่อย ๆ ดูดเอาความเปรี้ยว จากนั้นเคี้ยวเปลือกอย่างช้า ๆ ประมาณ 3-5 นาที แล้วดื่มน้ำตาม 1 อึก วิธีนี้นอกจากจะช่วยลดความรู้สึกอยากนิโคตินได้แล้ว เมื่อสูบบุหรี่จะทำให้รสชาติบุหรี่เปลี่ยนเป็นขมจนไม่อยากสูบ (ผลไม้รสเปรี้ยวอื่น ๆ ก็ใช้ได้เช่นกัน แต่มะนาวจะได้ผลดีที่สุด) ซึ่งการเลิกบุหรี่ด้วยการกินมะนาวนี้ส่วนใหญ่จะเลิกบุหรี่ได้ใน 2 สัปดาห์ และจะไม่อยากสูบบุหรี่อีก เพราะร่างกายสามารถเอาชนะนิโคตินได้ แต่ในเรื่องของอาการทางใจบางครั้งอาจยังมีความต้องการอยู่บ้าง

วิธีการเลิกสูบบุหรี่

วิธีการเลิกสูบบุหรี่

หากำลังใจ กำลังใจจากคนรอบข้างถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีความพยายามที่จะเลิกสูบบุหรี่ได้ คุณควรบอกให้คนใกล้ชิดทราบถึงความตั้งใจดังกล่าว
ต้องมีเป้าหมาย เป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ คุณควรรู้ว่าจะทำไปเพื่อใคร หากคิดว่าอยากสูบบุหรี่ขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ขอให้คุณย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ที่เลิกนั้นเพื่ออะไร เช่น เพื่อคนที่คุณรักและคนรอบข้าง เพื่อเก็บเงินในการสร้างอนาคต หรือเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ฯลฯ แต่บางคนอาจถึงขนาดสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพกันเลยทีเดียว แต่เชื่อไหมว่ามันเลิกได้จริง !
เตรียมใจยอมรับ คุณควรค้นหาสาเหตุที่แท้จริงที่เป็นตัวกระตุ้นให้คุณสูบบุหรี่ เพื่อจะได้จัดการได้อย่างถูกวิธี เช่น สูบเพราะเครียด อยากเข้ากับเพื่อน งานเลี้ยง ดื่มเหล้า หรือเป็นแค่ความเคยชินหลังมื้ออาหาร ฯลฯ และต้องทำความเข้าใจและยอมรับอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเลิกบุหรี่ เช่น กระวนกระวาย หงุดหงิด ง่วงเหงาหาวนอน เป็นต้น พร้อมกับให้กำลังใจตัวเองว่าอาการเหล่านี้มันจะผ่านไปได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน
ต้องวางแผน คุณควรวางแผนการปฏิบัติตัว โดยกำหนดวันที่จะเลิกสูบบุหรี่ โดยเลือกเป็นวันสำคัญต่าง ๆ ของครอบครัว เช่น วันเกิดตัวเอง วันเกิดลูกหรือคนในครอบครัว วันครบรอบแต่งงาน วันสำคัญทางศาสนา แต่ทั้งนี้ไม่ควรกำหนดวันที่ห่างไกลมากจนเกินไป หรือเป็นวันที่คุณมีภาระต้องรับผิดชอบ เช่น ช่วงสอบ ช่วงที่ต้องไปกินเลี้ยงหรือมีงานสังคม เพราะอาจมีแรงจูงใจทำให้ไม่สามารถเลิกได้ตามที่ตั้งใจไว้ หรือคุณอาจสร้างพิธีกรรมเล็ก ๆ สำหรับวันส่งท้ายด้วยการนำบุหรี่ที่เหลือมาเผาไฟต่อหน้าพร้อมกับกระดาษที่เขียนถึงโทษของการสูบบุหรี่สำหรับวันแรกของการเลิกบุหรี่
เลิกในทันที – หักดิบ (Cold turkey) การเลิกขาดในทันทีจะได้ผลชะงัดกว่าการลดปริมาณการสูบ วิธีนี้ใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นการให้ผู้ติดบุหรี่เลิกสูบในทันทีโดยไม่ต้องมีการใช้ยาหรือความช่วยเหลือใด ๆ โดยทั่วไปวิธีนี้อาการขาดนิโคตินจะหายไปได้เองภายในระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ ช่วงนี้อาจจะทนทรมาน และลำบากใจสุด แต่ก็ต้องอดทน ผ่านไปได้โอกาสเลิกได้ก็เป็นไปได้สูง อาการไม่สบายตัวต่าง ๆ ก็จะหายไป แต่ยังไงก็ยังดีกว่าทรมานอย่างช้า ๆ ด้วยวิธีการลดปริมาณลงเรื่อย ๆ จริงไหม ?

การติดทางสาร

                               การติดทางสาร                                                                       

การติดบุหรี่เป็นการเสพติด 3 ทางด้วยกัน คือ การติดสารนิโคตินในบุหรี่ เมื่อใดที่ขาดนิโคตินร่างกายจะเสียสมดุลทำให้เกิดอาการต่าง ๆ มากมาย เช่น กระสับกระส่าย หงุดหงิด นอนไม่หลับ ปวดหัว วิงเวียนศีรษะ อารมณ์ซึมเศร้า หดหู่ ไม่มีสมาธิ คิดอะไรไม่ออก ฯลฯ, การติดทางสังคมและสภาพแวดล้อม คนรอบข้างหรือเพื่อนเป็นปัจจัยสำคัญในการเริ่มต้นสูบบุหรี่ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่อยากได้รับการยอมรับจากเพื่อนฝูง ทำให้สูบบุหรี่ต่อไปจนติดแล้วเลิกไม่ได้ และสุดท้ายคือ การติดทางพฤติกรรมและทางจิตใจ ซึ่งเป็นการเสพติดชนิดหนึ่ง โดยเกิดจากการเรียนรู้แล้วนำมาปฏิบัติจนเคยชิน เช่น เมื่อกินกาแฟจะต้องสูบบุหรี่ไปด้วย หรือมักสูบบุหรี่ในห้องทำงาน เมื่อเข้ามาทำงานก็จะเกิดความอยากสูบบุหรี่ เป็นต้น
เป็นที่ทราบกันดีว่า โทษของการสูบบุหรี่นั้นมีสารพัด เช่น การสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากโดยไม่ได้อะไรนอกจากสุขภาพเสีย ๆ มะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดลมและหลอดอาหาร มะเร็งช่องปาก ถุงลมโป่งพอง กระเพาะอาหารเป็นแผล ตับแข็ง โรคปริทันต์ ฟันเหลือง ตาแดง เล็บเขียว ความดันสูง โรคโพรงกระดูกอักเสบ อาการไอเรื้อรังและมีเสมหะมาก ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวผู้สูบบุหรี่แล้ว บุหรี่ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง และทำให้สภาพแวดล้อมนั้น ๆ เสียตามไปด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองก็เป็นสาเหตุสำคัญที่เป็นแรงกระตุ้นให้ผู้สูบบุหรี่จำนวนไม่น้อยอยากพยายามเลิกสูบโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้น วันนี้เราจึงมีวิธีการเลิกสูบบุหรี่มาฝากกัน ส่วนจะมีวิธีใดบ้างและจะยากสักแค่ไหน ไปดูกัน…

 

พิษร้ายควันบุหรี่


ในสังคมปัจจุบันหลายคนอาจจะมองข้ามภัยร้ายใกล้ตัว ที่ใครๆหลายคนต่างมองข้ามว่า “บุหรี่” มีพิษภัยร้ายแรงขนาดไหน ภัยเงียบใกล้ตัวที่แฝงความน่ากลัวมายังตัวคุณและคนรอบข้างอย่างไม่รู้ตัว เพราะองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในควันบุหรี่ เต็มไปด้วย นิโคติน (สารเสพติด), สารเคมี 7,000 ชนิด, สารพิษ มากกว่า 250 ชนิด และสารก่อมะเร็ง มากกว่า 70 ชนิด ยิ่งสูบบุหรี่นานเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บที่บั่นทอนชีวิตให้สั้นลง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง(second hand smoker) ถึงแม้จะไม่ได้สูบเองก็ตาม แต่พิษร้ายจากควันของบุหรี่สามารถสร้างความอันตรายไม่ต่างกับสูบด้วยตัวเอง โดยเฉพาะ หญิงมีครรภ์ ทารกและเด็กจึงควรหลีกเลี่ยงไม่ให้อยู่ใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่หรือสิ่งแวดล้อมที่มีควันบุหรี่ เพราะจะทำให้เลือดนั้นได้ผ่านรกได้น้อย ส่งผลต่อทารกในครรภ์นั้นได้รับสารอาหารน้อยลงกว่าปกติ เสี่ยงต่อการแท้งบุตร หรือทำให้ทารกแรกคลอดตัวเล็กมีน้ำหนักน้อยลงตามไป และปริมาณออกซิเจนที่จะเข้าสู่สมองลดลงตามไปด้วย หากนิโคตินสามารถแทรกซึมผ่านเข้าไปในรกได้ ก็จะส่งผลกระทบต่อสมองของทารกในครรภ์ทำให้มีผลต่อสติปัญญาและพฤติกรรมเด็กอีกด้วย
พญ.พจนา จิตตวัฒนรัตน์ แพทย์อายุรกรรมโรคมะเร็ง โรงพยาบาลวัฒโนส โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า มะเร็งปอด ถือเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อย จากสถิติทั่วโลกล่าสุดพบว่าทุกปีมีคนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดปีละ 1.8 ล้านคน ในประเทศไทยมะเร็งปอดถือเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ในผู้ชาย และอันดับ 4 ในผู้หญิง แม้ว่ามะเร็งปอดไม่ได้เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด แต่มะเร็งปอดนั้นเป็นมะเร็งที่มีอัตรากการเสียชีวิต อันดับ 1 เนื่องจากมะเร็งปอดเป็นโรคร้ายแรง และมักพบมะเร็งเมื่อเป็นระยะกระจาย แม้โรคมะเร็งอื่นๆที่มีคนเป็นกันเยอะกว่า เช่น มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งต่อมลูกหมากแต่มะเร็งเหล่านี้ไม่ทำให้เสียชีวิต แต่มะเร็งปอดเป็นแล้วเสียชีวิตได้เยอะกว่าดังนั้นมะเร็งปอดจึงถือเป็นโรคที่น่ากลัวโรค บุหรี่กับมะเร็งปอด โดยปัจจัยเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอดหลักๆ คือ การสูบบุหรี่ รวมไปถึง การสูบบุหรี่มือสอง คือ ไม่ได้สูบเองแต่ได้รับควันบุหรี่จากผู้อื่น ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆในการเกิดมะเร็งปอดเช่น ก๊าชเรดอน (radon gas) เยื่อใยหิน (asbestos) และประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด ในช่วงก่อนมีบุหรี่นั้น โรคมะเร็งปอดถือ เป็นโรคประหลาดพบได้ไม่บ่อย แต่พอหลังจากมีการสูบบุหรี่อย่างกว้างขวาง ทำให้มีโรคมะเร็งปอดเกิดขึ้นในโลกนี้อย่างมากมาย การศึกษาต่อมาจึงพบว่าบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด ในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะ Tar ที่ทำให้ปอดเราเหมือนมียางมะตอยเกาะในปอด มีการประมาณกันว่า หากไม่มีบุหรี่ มะเร็งปอดจะลดลงถึง 80-90% ทั่วโลกเลยทีเดียว แต่ในกลุ่มชาวเอเชีย เช่น ชาวไทยนั้น มีลักษณะพิเศษของมะเร็งปอด คือ 40-60% ของมะเร็งที่เกิดในคนไทยไม่ได้มาจากการสูบบุหรี่ !!! แต่เกิดจากความผิดปกติของ gene บางอย่างในเซลล์ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เป็นมะเร็ง. สูบบุหรี่เกิดมะเร็งปอด แล้วมะเร็งอื่นด้วยหรือเปล่า บุหรี่ไม่ได้ทำให้เพิ่มความเสี่ยงแค่มะเร็งปอดแต่ยังทำให้เสี่ยงต่อมะเร็งเกือบทุกชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็นต้น เนื่องจากในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งมาก จึงทำให้เกิดมะเร็งได้หลายชนิด การวินิจฉัยมะเร็งปอด อาการของมะเร็ง เช่น ไอ เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด ไม่มีแรง เบื่ออาหาร ปวดตามตัวหรือกระดูก จะเห็นว่าอาการเหล่านี้ไม่จำเพาะกับมะเร็ง และพบได้บ่อยในผู้ที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว กว่ามะเร็งจะเกิดอาการมักเป็นระยะท้ายๆ ดังนั้น หมอจึงแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง คือผู้สูบบุหรี่มากกว่า 30 pack year (คำนวณจากจำนวนซองที่สูบต่อวัน x จำนวนปีที่สูบเช่น 2 ซองต่อวัน 15 ปี = 2×15 = 30 pack year เป็นต้น) หรือผู้ที่เลิกสูบน้อยกว่า 15 ปีมาตรวจ Low dose CT chest (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด) ปีละครั้งเพื่อการค้นหามะเร็งระยะแรก (lung cancer screening)ทำให้พบมะเร็งปอดระยะแรกซึ่งมีโอกาสรักษาหายได้มากขึ้น ถ้าหากแพทย์ผู้รักษาสงสัยจะส่งตรวจโดยการเจาะเนื้อที่ปอดมาดูเพื่อยืนยันชิ้นเนื้อ หลังยืนยันว่าเป็นมะเร็งปอด ก็จะมีการทำ CT หรือ PET/CT ร่วมกับ MRI สมองเพื่อวินิจฉัยระยะของโรค เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป การรักษามะเร็งปอด ถ้าเป็นระยะแรกก็ใช้การผ่าตัด ร่วมกับ การฉายแสงและเคมีบำบัดขึ้นกับผู้ป่วย ขนาดของมะเร็ง และตำแหน่งของมะเร็งหากเป็นระยะกระจายหรือที่เรียกกันว่า “ระยะที่4” นั้น จะใช้การรักษาด้วยยาซึ่งยาจะมีทั้ง เคมีบำบัด ยาพุ่งเป้า (targeted therapy) หรือ ยากลุ่ม immunotherapy ซึ่งถือเป็นยากลุ่มใหม่ที่ใช้รักษามะเร็งปอดและเริ่มมีการใช้มาในช่วง 4-5 ปีนี้ นับย้อนไปเมื่อ 20 ปีจนถึง 10 ปีที่ผ่านมาการรักษามะเร็งปอดยังไม่ค่อยมีอะไรใหม่ทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคนี้เสียชีวิตเร็วและเยอะมากจนสมาคมต่างๆทั่วโลกได้ให้ทุนและสนับสนุนการวิจัยเพื่อการรักษามะเร็งปอดจึงทำให้การรักษามะเร็งมีความคืบหน้าเร็วเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมานี้เอง ถึงแม้การรักษาจะดีขึ้นอัตราการมีชีวิตยาวมากขึ้น แต่ยังถือเป็นการตายจากมะเร็งอันดับ 1 อยู่นั่นเอง ดังนั้นหมอจึงอยากรณรงค์มาช่วยกันลด ละ เลิกสูบบุหรี่ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงแต่หากเป็นแล้ว ก็อยากพบมะเร็งปอดระยะแรกเพราะมีโอกาสรักษาหายได้

ต่อชีวิตผู้อื่นให้พ้นจากพิษภัยบุหรี่

จากคนที่เคยป่วยเป็นมะเร็งกล่องเสียงระยะที่สาม เพราะพิษร้ายจากการสูบบุหรี่จนกลายเป็นผู้พิการทางกล่องเสียง ชีวิตเกือบต้องพังพินาศ แต่หัวใจที่ไม่เคยท้อ การุณ เผด็จไกร ลุกขึ้นมาต่อสู้กับโรคร้าย ไปเรียนฝึกออกเสียงด้วยความมุ่งมั่น ควบคู่กับสร้างเสริมสุขภาพและกำลังใจตัวเอง การุณเปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่ห่างไกลบุหรี่ รวมถึงพัฒนาศักยภาพตัวเองจนก้าวสู่การเป็นนายกสมาคมผู้ไร้กล่องเสียงในประเทศไทย และอาจารย์ผู้ฝึกสอนให้ผู้ไร้กล่องเสียง เท่านั้นยังไม่พอ ยังร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  รณรงค์ให้ผู้สูบบุหรี่ได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของการสูบบุหรี่ผ่านประสบการณ์เรื่องเล่าชีวิตของตัวเอง


“เมื่อตอนอายุ 18 ปี ผมเป็นนักเขียนเรื่องสั้น นวนิยาย ก็เริ่มสูบบุหรี่ ในสมัยนั้นคือ เราเข้ากลุ่มวัยรุ่น เริ่มสูบวันละมวนสองมวนเรื่อยมา พอทำงานเครียดก็สูบมากขึ้นๆ จนกลายเป็นวันละซองสองซอง ผ่านไป 20 ปี สุขภาพร่างกายถดถอย เริ่มมีอาการเสียงแหบ เมื่อไปพบแพทย์ตรวจรักษาปรากฏว่าเป็นโรคมะเร็งกล่องเสียงระยะสาม” นายการุณกล่าว

นายกสมาคมผู้ไร้กล่องเสียงในประเทศ ไทยเล่าให้ฟังอีกว่า ตอนนั้นกำลังจะเดินทางไปญี่ปุ่นก็ต้องล้มเลิก เพราะถ้าไปแล้วอาการกำเริบหายใจไม่ออกจะเป็นอันตรายถึงชีวิต แพทย์เสนอแนวทางการรักษาให้ผ่าตัด จำได้แม่นยำเลย วันที่นัดผ่าตัด เพราะตรงกับวันเกิดของตัวเอง และเป็นวันที่ทำให้ตัวเองต้องกลายเป็นคนพิการ ตนกลายเป็นคนใบ้ พูดไม่ได้ ต้องไปหัดพูด หัดออกเสียงใหม่ ต้องไปฝึกกลืนลม ตอนนั้นเราอายุ 39 ปีแล้ว ต้องมาหัดพูดใหม่ ผ่านไปสามเดือนก็ยังพูดไม่ได้ ชีวิตสิ้นหวังเกือบจะฆ่าตัวตาย แต่เห็นลูกชายเพิ่งเตาะแตะก็คิดว่าตายไม่ได้

เส้นทางชีวิตของการุณเริ่มดีขึ้นตามลำดับ เขาได้ ทุนจากสมาคมผู้ไร้กล่องเสียงที่ญี่ปุ่น ผ่านการพิจารณาคัดเลือกไปเรียนฝึกออกเสียง ก่อนจะกลับมาสอนผู้ไร้กล่องเสียงที่ศิริราช นำมาสู่การจัดตั้งสมาคมผู้ไร้กล่องเสียง ปัจจุบันมี 31 ชมรมในประเทศไทย มีสมาชิกรวมกว่า 3,000 คน

“บางคนก็ผ่าตัดกล่องเสียง ภรรยาที่ไม่ได้สูบก็ต้องผ่าตัดด้วย ลูกสาวที่ไม่รู้เรื่อง แต่พ่อพ่นควันบุหรี่ใส่ โตขึ้นเป็นสาวก็ต้องผ่าตัดด้วย บุหรี่มันมีโทษทั้งต่อตัวคนสูบและคนไม่สูบด้วยเช่นกัน ยิ่งสอนก็ยิ่งเห็นคนผ่าตัดใหม่เข้ามา ทำให้คิดว่าถ้ามัวสอนแต่ไม่ป้องกันก็แย่แน่ ปัจจุบันร่วมมือกับมูลนิธิชมรมไม่สูบบุหรี่ และ สสส.สนับสนุน ทำให้การรณรงค์ชัดเจนยิ่งขึ้น” การุณถ่ายทอดประสบการณ์

การุณเล่าว่า ตนบอกเสมอว่าสูบบุหรี่แล้วเป็นมะเร็งปอด ก็มีเวลาแค่ 6 เดือน เขียนพินัยกรรม ส่วนถุงลมโป่งพองมีเวลา 10 ปี แต่มะเร็งกล่องเสียงมันประหลาด ผู้ป่วยไม่ถึงกับตาย แต่เป็นใบ้ ไร้เสียง ต้องใช้เวลาฟื้นฟูดูแลตัวเองและได้รับกำลังใจ ตนทำหน้าที่อาจารย์ผู้ฝึกสอนให้ผู้ไร้กล่องเสียงใช้เสียงได้อีกครั้ง เคยมีผู้ไร้กล่องเสียงบางคนท้อใจ เหนื่อยไม่ยอมมาฝึกต่อ โดนภรรยาต่อว่าก็ไม่ยอมมาฝึกต่อ จนลูกสาวต้องติดต่อมาหาอาจารย์ว่า พ่อไม่อยากมาฝึก ก็ต้องไปคุยกับเขา ทำความเข้าใจ สร้างพลังใจ

“ทำไมเวลาคุณสูบบุหรี่ กินเหล้า มีความสุขคนเดียว เคยชวนภรรยาไปไหม กลับบ้านตีสอง ใครเปิดประตูรอคุณ ตอนนี้เขาต่อว่าหน่อย คุณทนไม่ได้ จะต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ทำตัวใหม่ ปรากฏว่าคนนี้หายไป 1 ปี กลับมาเจอกันอีกที พูดได้เป็นเรื่องเป็นราว” การุณเผยสิ่งที่ต้องยึดมั่นใจการทำงานกับผู้ป่วยไร้กล่องเสียง

จากสถิติมีคนตายเพราะบุหรี่ปีละกว่า 50,000 ราย มีคนตายเฉลี่ยวันละ 170 คนจากการสูบบุหรี่

“ถ้าผมหยุดรณรงค์ 1 วัน มีคนตายเพิ่มอีก 170 คน” นี่คือเสียงจากการุณ
นายกสมาคมผู้ไร้กล่องเสียงฯ บอกว่า ในการทำกิจกรรมรณรงค์ลด ละ เลิกบุหรี่ คนสูบบุหรี่ส่วนใหญ่จะเชื่อในสิ่งที่เราถ่ายทอด เพราะตนเอาความเจ็บปวดจากการสูบบุหรี่ 30 ปีมาพูดใน 1 นาที ความเจ็บปวดจากการเป็นคนพิการ ให้หมอพูดก็มีน้ำหนัก พยาบาลพูดก็มีน้ำหนัก แต่ถ้าคนป่วยพูดเองมันมีน้ำหนักยิ่งกว่า

ตอนนี้การุณย่างเข้าวัย 70 ปีแล้ว ถามว่าเหนื่อยไหมกับงานที่ทำอยู่ตรงนี้ การุณยืนยันการออกไปรณรงค์เลิกบุหรี่ตามที่สถานที่ต่างๆ บางทีเดินทาง 2 วันไปถึง 4 จังหวัด ถามว่าเหนื่อยไหม ถึงเหนื่อยก็ต้องทำ ถ้าเราหยุดรณรงค์อาจจะมีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น เราไปช่วยสกัดนักสูบหน้าใหม่ ถ้าไปเจอคนไม่สูบบุหรี่ก็ดีหน่อย โชคดี เหนื่อยน้อยหน่อย บางครั้งลูกๆ เคยบอกว่า พ่อพอได้แล้ว อายุมากแล้ว พักได้แล้ว แต่ตนก็ยังยืนยันว่า เรายังมีแรง ทำได้อยู่

“เหนื่อยไหม เหนื่อย แต่ขอให้มีคนรับ ปากว่าจะเลิกบุหรี่ เขาเดินมาหาเรา ยื่นซองบุหรี่ให้เรา สัญญาว่าจะเลิก เราก็หายเหนื่อย สอนผู้ป่วยไร้กล่องเสียงพูด เหนื่อยไหม เหนื่อย แต่พอเขาออกเสียงได้ เราก็หายเหนื่อย นี่คือความสุขของคนทำงานตรงนี้ มีความสุขจริงๆ” การุณบอกด้วยรอยยิ้ม

แม้ช่วงหนึ่งของชีวิตจะกลายเป็นคนพิการพูดไม่ได้จนต้องกลับมาหัดพูดใหม่ จากวันนั้นถึงวันนี้ 30 ปีที่การุณอุทิศเวลาเพื่อผู้ป่วยไร้กล่องเสียงและรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่เลิกบุหรี่ได้รับรู้ความร้ายแรงของบุหรี่ และบุหรี่มือสอง ประสบการณ์ความผิดพลาดของการุณเปลี่ยนมาใช้เพื่อช่วยเหลือคนอื่น ทำให้ผู้ชายธรรมดาๆ คนนี้รู้สึกว่าชีวิตนี้คุ้มค่าและมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป.

“ถ้าผมหยุดรณรงค์ 1 วัน มีคนตายเพิ่มอีก 170 คน…เราไปช่วยสกัดนักสูบหน้าใหม่…เหนื่อยไหม เหนื่อย แต่ขอให้มีคนรับปากว่าจะเลิกบุหรี่ เดินมาหาเรา ยื่นซองบุหรี่ให้ สัญญาว่าจะเลิก เราก็หายเหนื่อย…”

บรรยายใต้ภาพ
การุณ เผด็จไกร นายกสมาคมผู้ไร้กล่องเสียงในประเทศไทย และอาจารย์ผู้ฝึก สอนให้ผู้ไร้กล่องเสียง

บารากุ

ต้องยอมรับวงการอุสาหกรรมยาสูบจริงๆ ที่มักมีอะไรใหม่ๆมาให้เราได้รู้จัก อย่าง “บารากุ” หลายคนเคยเห็นเคยได้ยิน และติดใจกับความหอมหวานแม้ไม่ได้สูบเองก็จะได้กลิ่นที่หอมเหมือนพาเราเข้าสู่ป่าไม้ที่มีดอกไม้มากมายแต่กลับไม่มีป้ายบอกเลยว่าในป่านั้นมีสัตว์ร้ายและอันตรายมากมายเพียงใด

เรามารู้จักกันก่อนดีกว่าว่า บารากุ นั้นคืออะไร บารากุ นั้นมีที่มาจาก อินเดียซึ่งในประเทศอินเดียนั้นเรียกว่า “ฮุกก้า” หรือ “ซีซ่า” ลักษณะคือ เป็นภาชนะโลหะทรงสูงปากแคบ ด้านล่างเป็นกระเปาะใส่น้ำคล้ายตะเกียงแบบอาหรับ จะมีการทำความร้อนกับยาสูบทำให้เกิดควัน และส่งผ่านควันออกมายังน้ำเพื่อกรองฝุ่นขี้เถ้าและลดความร้อน และมีสายยางต่อออกมาเพื่อดูดควันอีกที ซึ่งตัวยานั้นเรียกว่า “มาแอสเซล (MU’ASSEL)” เจ้าตัวยานี้แหละที่มีอันตรายเพราะหากเราแยกส่วนประกอบดูจะรู้ได้เลยว่า มีใบยาสูบผสมกับน้ำหวาน กากน้ำผึ้ง พูดง่ายๆคือทำให้เราได้รับโทษในความหอมหวานอย่างเต็มๆ
เรามาเจาะดูตัว มาแอสเซล หรือตัวยาของบารากุ กันดีกว่า ซึ่งตัวยานี้ มีส่วนผสมของใบยาสูบ (tobacco) กับสารที่มีความหวาน เช่น น้ำผึ้งหรือกากน้ำตาล หรือผลไม้ตากแห้ง ทำให้เกิดกลิ่นหอม และในปัจจุบันมีกลิ่นมากมายให้เลือกทำให้วัยรุ่นนั้นอยากลองมากขึ้น ดึงดูดใจวัยรุ่นได้มากขึ้น
มีอันตรายมากกว่าการสูบบุหรี่ทั่วไป!! เพราะในบารากุนั้นมีสารนิโคติน และสารทาร์จำนวนมาก อีกทั้งการสูบผ่านน้ำและการผสมกับผลไม้กลิ่นต่างๆ จะทำให้ความเข้มข้นของควันจางลง ทำให้ผู้สูบ สูบได้ลึกมากขึ้น และจำนวนมากขึ้น ซึ่งถ้าใช้เวลาสูบนาน 45 นาที จะได้รับสารทาร์เป็น 36 เท่า คาร์บอนมอนอกไซด์เป็น 15 เท่า และนิโคตินเป็น 70เท่า เมื่อเทียบกับการสูบบุหรี่ 1 มวน ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างมาก การสูบบารากุ ผู้สูบจะได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดแข็งตัว และโรคเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจ ผู้สูบจะมีอาการปวดศีรษะ ตามองเห็นภาพไม่ชัด ใจสั่น เวียนศีรษะ และมีระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดมากกว่าผู้ที่สูบบุหรี่ทั่วไป อีกทั้งยังอาจกระตุ้นให้เกิดหลอดลมตีบตัวในผู้ป่วยโรคหอบหืด และเพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร จึงเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ ยังพบว่าทำให้เกิดการเจริญเติบโตผิดปกติของทารกในครรภ์อีกด้วย
อันตรายจาก บารากุ


เมื่อสูบ บารากุ ประมาณหนึ่งเดือน ผู้สูบจะเริ่มติด จะรู้สึกกระวนกระวาย กระสับกระส่ายเล็กน้อย คิดอะไรไม่ออก
บารากุ มีโทษกว่าบุหรี่ถึง 6 เท่า
สูบ บารากุ 1 ห่อ เท่ากับ การสูบบุหรี่ถึง 20 มวน
การสูบบารากุเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งไม่น้อยไปกว่าการสูบบุหรี่
ใน บารากุ ประกอบด้วยสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น สารนิโคติน คาร์บอนมอนอกไซด์ และสารก่อมะเร็งอื่น ๆ ในระดับสูง
การสูบ บารากุ นาน 45 นาที จะผลิตสารน้ำมันดิน (ทาร์) มากกว่าการสูบบุหรี่ 5 นาที ถึง 36 เท่า

อาจก่อให้เกิดโรคติดต่อ หากใช้อุปกรณ์ร่วมกัน เช่น วัณโรค จากโทษที่อันตรายของบารากุนั้น จึงส่งผลให้เกิดการผลักดันการออกกฎหมายควบคุมยาสูบชนิดนี้ในไทย หากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องรับโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท แต่จากการสำรวจกลับพบว่าก็ยังมีขายตามสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนอย่างเปิดเผย
นพ.โสภณ เมฆธน ยังกล่าวว่า “ควันที่ผ่านน้ำลงไป ยังคงมีสารพิษในระดับสูงทั้งคาร์บอนมอนอกไซด์ โลหะหนัก และสารเคมีที่ก่อให้เกิดมะเร็ง การสูบบารากุแต่ละครั้งมักจะใช้เวลาสูบนาน ผู้สูบอาจสูดควันมากกว่าผู้สูบบุหรี่ทั่วไปถึง 100 มวน” เลยทีเดียว
ปัจจุบันมี กลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากที่ติดใจในความหอมหวานของบารากุ และก็มีวัยรุ่นอีกส่วนที่เริ่มรับรู้ถึงโทษของบารากุ ถึงแม้ว่าจะพึ่งมีมาไม่นานแต่กลับมีโทษออกมาเห็นได้ชัดยิ่งกว่าบุหรี่ซะอีกเมื่อพูดขนาดนี้แล้วยังจะคิดว่าบารากุนั้นดีอยู่ไหม เพราะโทษของมันนั้น ร้ายแรงกว่าบุหรี่มากนัก นอกจากโทษต่อร่างกายแล้วยังมีโทษตามกฎหมายอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น

คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า พ.ศ. 2558 ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่ผลิตเพื่อขาย นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อขายจะได้รับโทษเพิ่มอีก 1 เท่า คือ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่3) พ.ศ. 2556 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ผู้ฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้าที่ส่งออกหรือนำเข้า หรือทั้งจำทั้งปรับ กับให้ริบสินค้ารวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุและพาหนะใด ๆ ที่ใช้ในการบรรทุกสินค้าซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดรวมทั้งพาหนะที่ใช้ลากจูงพาหนะบรรทุกสินค้านั้นเสีย (มีรางวัลให้ผู้นำจับหรือผู้จับด้วย)
เมื่อเราทราบโทษของมันแล้ว เรายังจะอยากทำความรู้จักกับมันอีกหรือ? หากคุณรู้ว่าบารากุจะเป็นมิตรที่ร้าย คุณจะยังเป็นมิตรกับบารากุอยู่ไหม? สำหรับใครที่เป็นมิตรกับ บารากุ อยู่ ทางเราก็อยากให้ลองลด ละ เลิก ดู แล้วคุณจะเห็นผลดีที่เกิดจากตัวคุณเอง
ถ้าการสูบบุหรี่ เหมือนเป็นการบรรจุหยิบยาพิษเข้าสู่ร่างกายฉันใด การสูบบุหรี่ผ่านน้ำเช่นที่เรียกกันว่าชิชาหรือบารากุ ยิ่งเป็นการหยิบยื่นยาพิษเข้าสู่ร่างกายฉันนั้น ต่างกันที่ว่ายาพิษจากบารากุนั้น รุนแรงกว่าบุหรี่ถึง 60-70 เท่า

การถือศีลอดกับการเลิกบุหรี่

เดือนเราะมะฎอนอันประเสริฐเป็นเดือนแห่งการนำสาส์นอิสลามมาสู่การปฏิบัติ อบรมขัดเกลาในด้านความยำเกรง  เป็นเดือนแห่งการฝึกฝนและเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า  นับเป็นโอกาสที่ทรงคุณค่ายิ่งต่อการที่จะเลิกนิสัยหรือธรรมเนียมปฏิบัติที่ไม่ดีให้หมดไป  ดังนั้นเดือนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลินเสเพล เดือนเราะมะฎอนเป็นโอกาสทองสำหรับการจัดระเบียบวิถีชีวิตและขจัดความไร้ระบบ ความทะเยอทะยานและความแข็งกระด้าง สำหรับผู้ที่มีความต้องการมุ่งมั่นในเรื่องดังกล่าว

ในทำนองเดียวกัน เดือนเราะมะฎอนถูกนับว่าเป็นเดือนแห่งการทดสอบในด้านการปฏิบัติ  สอนให้มุสลิมรู้จักวิธีจะขัดเกลาวิถีในการดำเนินชีวิตและแนวคิดของเขา  และหวนกลับไปทบทวนนิสัย ธรรมเนียมปฏิบัติ และความเคยชินบางประการของเขาว่าเป็นอย่างไร  เช่นเดียวกันนั้น มันยังเป็นการเพิ่มความเข้มแข็งเรื่องความมุ่งมั่นในระดับปัจเจกบุคคล  และได้ตระหนักอย่างแน่วแน่ต่อการเฝ้ามองของอัลลอฮฺในทุกกิจการและงานต่างๆ

“การสูบบุหรี่”  เป็นอีกเรื่องที่หลักการศาสนาปฏิเสธมาโดยตลอดหรือแม้กระทั่งผู้ที่มีสติปัญญาที่สมบูรณ์เองก็ไม่ยอมรับ  การสูบบุหรี่คือที่มาของอันตรายในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ  ชีวิต  และทรัพย์สินอย่างไม่สามารถที่จะประมาณได้

มีคำยืนยันจากการทำวิจัยทางวิชาการว่า  มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ระหว่างการสูบบุหรี่กับผู้ที่เป็นโรคมะเร็งปอด  โรคตับแข็ง  โรคเส้นโลหิตอุดตัน  โรคเจ็บหน้าอก  โรคมะเร็งริมฝีปาก  โรคระบบทางเดินหายใจ  โรคหลอดเสียง  และโรคร้ายชนิดอื่นๆ อีกมากมาย

ลองพิจารณาดูถึงสถิติที่พิษบุหรี่ได้คร่าชีวิตผู้คนในโลกนี้ในแต่ละปีเป็นจำนวนหลายล้านคน  ซึ่งอายุของพวกเขาอยู่ระหว่าง 34 – 65 ปี  จะไม่มีใครได้รับความปลอดภัยจากพิษควันบุหรี่แม้กระทั่งเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์ของมารดา

ดังนั้นท่านจะเลิกจากการสูบบุหรี่ได้อย่างไร?

วิธีการที่จะช่วยให้ท่านเลิกสูบบุหรี่ได้ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.      กำหนดแผนในการที่ท่านต้องการจะเลิกสูบบุหรี่  เพื่อสนองตอบคำดำรัสแห่งอัลลอฮฺ
2.  กำหนดระยะเวลาในการเลิกบุหรี่อย่างชัดเจน  ให้เป็นระยะเวลาที่สั้นที่สุดไม่สมควรให้ล่าช้าเกินไปเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบุคลิกภาพและกำหนดการของท่าน
3.  จงขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺและขอดุอาอ์ต่อพระองค์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ  ให้พระองค์ได้มอบความเข้มแข็งและประทานความสำเร็จ  จนกระทั่งท่านได้บรรลุถึงความสำเร็จในเรื่องดังกล่าว  ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
«وإذا استعنت فاستعن بالله»

ความหมาย  “และเมื่อท่านขอความช่วยเหลือ  ก็จงขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺ”

4.  พยายามหยิบเอาความอันตรายที่เกิดจากการสูบบุหรี่และโทษอันแสนสาหัสมาวางไว้ต่อหน้า  และโปรดรำลึกเสมอว่าในวันกิยามะฮฺอัลลอฮฺจะถามท่านถึงเรื่องสุขภาพ  อายุ  และทรัพย์สินได้ใช้ไปอย่างไรบ้าง

5.  ใช้ความพยายามในการติดต่อกับเพื่อนฝูงที่สูบบุหรี่ด้วยกัน  (ไม่ว่าจะเป็นญาติใกล้ชิด  พรรคพวกหรือเพื่อนฝูง)  เพื่อร่วมกันทำสัญญาหย่าศึกกับบุหรี่  เป็นการกระทำที่เรียกร้องไปสู่ความดีงามและจะยิ่งเพิ่มให้ท่านมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการที่จะละทิ้งการสูบบุหรี่  เพราะบุคคลหนึ่งจะต้องอยู่ร่วมกับพรรคพวกเพื่อนฝูง  ไม่ใช่อยู่ได้เพียงตัวคนเดียวโดยลำพัง  อัลลอฮฺตะอะลาตรัสว่า

وَتَعَاوَنُوا عَلَى الْبِرِّ وَالتَّقْوَى وَلا تَعَاوَنُوا عَلَى الإِثْمِ وَالْعُدْوَا

ความหมาย  “และพวกเจ้าจงช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องคุณธรรมและความยำเกรง  และอย่าได้ช่วยเหลือกันในเรื่องที่เป็นบาปและเป็นศัตรูกัน”  (อัลมาอิดะฮฺ : 2)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«من دل على خير فله أجر مثل فاعله »

ความหมาย  “ผู้ใดที่ชี้แนะให้คนอื่นทำความดี  เขาจะได้รับภาคผลบุญแห่งความดีเหมือนกับผู้ที่ได้กระทำ”

6.  จงระวังเพื่อนฝูงของท่านที่พยายามชักจูงท่านให้หันเหออกจากการเลิกสูบบุหรี่  ท่านพยายามรำลึกถึงพจนารถแห่งท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ที่กล่าวว่า

«المرء على دين خليله، فلينظر أحدكم من يخالل »

ความหมาย  “บุคคลนั้นจะดำเนินชีวิตตามแนวทางของผู้ที่เป็นเพื่อนของเขา  ดังนั้นจงพิจารณาคนที่จะยึดเอามาเป็นเพื่อน”

7.  ประกาศเจตนารมณ์ของท่านให้ภรรยา  สมาชิกในครอบครัว  และคนที่ท่านเคารพนับถือทราบ  เพราะพวกเขาจะเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่สำคัญในการให้กำลังใจให้การสนับสนุนท่าน  อินชาอัลลอฮฺ

8.  จงกำหนดโดยการตัดเงินจากส่วนที่ท่านเคยใช้ซื้อบุหรี่  แล้วนำไปบริจาคให้แก่บรรดาคนยากจนและเด็กกำพร้าเป็นรายวัน  เพราะอัลลอฮฺตะอะลาตรัสว่า

﴿  وَمَا تُقَدِّمُوا لأَنْفُسِكُمْ مِنْ خَيْرٍ تَجِدُوه عِنْدَ اللهِ هُوَ خَيْرًا وَأَعْظَمَ أَجْرًا ﴾ُ

ความหมาย  “และความดีอันใดที่พวกเจ้าได้กระทำไว้เพื่อตัวของพวกเจ้าเอง  พวกเจ้าก็จะได้พบมันณ ที่อัลลอฮฺ  ซึ่งเป็นความดีงามและผลตอบแทนก็ยิ่งใหญ่กว่า”  (อัลมุซซัมมิล : 20)

9.  จงฉวยโอกาสจากการถือศีลอดในการที่จะให้มันช่วยท่านบรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้  แล้วยังช่วยให้ท่านได้ใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ  และตระหนักถึงการเฝ้ามองของพระองค์มากยิ่งขึ้น  ดั่งคำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

﴿مَا يَكُونُ مِنْ نَجْوَى ثَلاثَةٍ إِلاَّ هُوَ رَابِعُهُمْ وَلا خَمْسَةٍ إِلاَّ هُوَ سَادِسُهُمْ وَلا أَدْنَى مِنْ ذَلِكَ وَلا أَكْثَرَ إِلاّ هُوَ مَعَهُمْ أَيْنَمَا كَانُوا ثُمَّ يُنَبِّئُهُمْ بِمَاعَمِلُوا يَوْم الْقِيَامَة﴾

ความหมาย  “การซุบซิบกันในระหว่างสามคนจะไม่เกิดขึ้นเว้นแต่พระองค์จะทรงเป็นที่สี่ของพวกเขา  และมันจะไม่เกิดขึ้นในระหว่างห้าคนเว้นแต่พระองค์จะทรงเป็นที่หกของพวกเขา  และมันจะไม่เกิดขึ้นในจำนวนที่น้อยกว่านั้นหรือจะไม่เกิดขึ้นในจำนวนที่มากกว่านั้นเว้นแต่พระองค์จะทรงอยู่ร่วมกับพวกเขา  ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ ณ แห่งหนใด  ต่อจากนั้นพระองค์ก็จะทรงแจ้งให้พวกเขาได้รับทราบในวันกิยามะฮฺ”  (อัลมุญาดะละฮฺ : 7)

10.  จะเกิดแรงปะทะขึ้นภายในที่ทำให้ท่านอยากกลับไปสูบบุหรี่อีก  ดังนั้นท่านจงพยายามรำลึกถึงคำตรัสของอัลลอฮฺตะอะลาที่ว่า

﴿إِنَّ الَّذِينَ اتَّقَوْا إِذَا مَسَّهُمْ طَائِفٌ مِنَ الشَّيْطَانِ تَذَكَّرُوا فَإِذَا هُمْ مُبْصِرُون﴾

ความหมาย  “แท้จริงบรรดาผู้ที่ยำเกรงนั้นเมื่อมีคำชี้นำ (ให้กระทำสิ่งที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติศาสนา) ใดๆ จากชัยฏอนมาประสบแก่เขาพวกเขาก็จะรำลึกได้  แล้วทันใดพวกเขาก็จะมองเห็น”  (อัลอะอฺรอฟ: 201)

และท่านอย่าลืมคำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

﴿وَإِمَّا يَنْزَغَنَّكَ مِن الشَّيْطَانِ نَزْغٌ فَاسْتَعِذْ بِاللهِ إِنَّهُ سَمِيعٌ عَلِيم َ﴾

ความหมาย  “และหากมีการยั่วยุใดๆ จากชัยฏอนกำลังยั่วยุเจ้าอยู่  ดังนั้นจงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺเถิด  แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยินผู้ทรงรอบรู้”  (อัลอะอฺรอฟ : 200)

11.  ให้ไปพบทันตแพทย์แล้วให้เขาขจัดสิ่งสกปรกและคราบบุหรี่ออกเพื่อเป็นการกำจัดร่องรอยและกลิ่นที่น่ารังเกียจออกไปให้หมดสิ้น  ต่อจากนั้นใช้สิวากหรือไม่ก็แปรงสีฟัน  โดยให้พยายามรำลึกถึงพจนารถแห่งท่านนบีมุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ที่กล่าวว่า

« السواك مطهرة للفم مرضاة للرب»

ความหมาย  “สิวาก (การแปรงฟัน) เป็นการทำความสะอาดช่องปาก  เป็นการสร้างความพอพระทัยให้แก่พระผู้อภิบาล”

12.  จงรำลึกเสมอว่าท่านกำลังมีชีวิตอยู่ในเดือนของการถือศีลอด  ด้วยกับเหตุผลดังกล่าวนี้มันจะส่งผลให้ท่านสามารถละทิ้งต่อสิ่งที่ไม่ดีและน่ารังเกียจทั้งหลายแหล่  และการสูบบุหรี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ไม่ดีและเป็นอันตรายซึ่งนับเป็นความจำเป็นที่ต้องละทิ้งมันให้ได้  อัลลอฮฺตะอะลาตรัสว่า

﴿وَيُحِلُّ لَهُمُ الطَّيِّبَاتِ وَيُحَرِّمُ عَلَيْهِمُ الْخَبَائِث ﴾

ความหมาย  “และจะอนุมัติให้แก่พวกเขาซึ่งบรรดาสิ่งที่ดีงาม  และจะให้เป็นสิ่งที่ต้องห้ามแก่พวกเขาซึ่งบรรดาสิ่งที่ชั่วช้า”  (อัลอะอฺรอฟ : 157)

13.  พึงรับรู้ไว้เลยว่าส่วนใหญ่แล้วจะเกิดอาการเปรี้ยวปากขึ้นในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังจากที่เลิกสูบบุหรี่  ดังนั้นจำเป็นต่อท่านที่จะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าในทุกสภาวการณ์ที่มันจะเรียกร้องท่านกลับไปสูบบุหรี่อีก  อาทิ จะเกิดอาการกระวนกระวาย  สับสน  หงุดหงิด  ต้องการเอาใจเพื่อน เป็นต้น  หากเกิดอาการอย่างที่กล่าวมาจงหาวิธีการหรือสื่อที่สอดรับกับสติปัญญาและสอดคล้องกับบทบัญญัติ  เพราะว่าการสูบบุหรี่ไม่สามารถช่วยให้มันสมองแก้ไขปัญหาอันใดได้เลย  และพึงรำลึกอยู่เสมอว่าผู้ใดที่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺพระองค์จะทรงให้เขามีทางออก

14.  จำเป็นที่ท่านจะต้องแยกแยะอย่าหลงประเด็นระหว่างการสูบบุหรี่เป็นการคลายเครียดหรือเป็นความเท่ห์  เพราะผลจากการวิจัยและการค้นคว้าศึกษายืนยันแล้วว่าการสูบบุหรี่ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านเข้าใจ

15.  ท่านจงรำลึกอยู่เสมอว่าความปรารถนาอย่างแรงกล้าบวกกับความตั้งใจอย่างแน่วแน่  ซึ่งมันปรากฏชัดอยู่ในการถือศีลอดและการงดอาหารการกิน การดื่ม และงดการสนองอารมณ์ใคร่นั้น เป็นตัวช่วยสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะทำให้ท่านเลิกสูบบุหรี่  และจะช่วยลดภาวะความต้องการที่จะสูบได้มากทีเดียว  จงขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺให้มีความอดทนและจงละหมาด  ท่านอย่าได้ปล่อยให้โอกาสทองสูญหายไปในเดือนเราะมะฎอนอันประเสริฐนี้

16.  หลังจากที่ท่านเลิกสูบบุหรี่ท่านจะมีความรู้สึกกระสับกระส่ายเวลานอน  อ่อนเพลีย  และสับสนวุ่นวาย  ริมฝีปากแห้ง  สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายของมนุษย์  เพราะว่าร่างกายยังมีความผูกพันอยู่กับนิโคติน  ดังนั้นจงเอาเวลาส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการผ่อนคลายและอย่ากดดันตัวท่านเองในช่วงเวลานี้  และห้ามดื่มกาแฟ  ชา  หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของก๊าซหรือกาเฟอีนหลังจากละศีลอด  และลองฝึกฝนด้านอารมณ์ให้รู้จักปล่อยวาง  จงทำร่างกายให้มีความอบอุ่น  และจงปรึกษาแพทย์ในกรณีที่มีความจำเป็น  จงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺต่อการงานอันแสนยากเข็ญนี้ด้วยกับทุกวิธีที่สามารถทำให้ท่านมีความเข้มแข็งขึ้น  อาทิเช่น  การสร้างปฏิสัมพันธ์อย่างดีต่ออัลลอฮฺ  เพิ่มความยำเกรง  ทำอิบาดะฮฺให้มากๆ  หากำลังใจจากสมาชิกในครอบครัว  และด้วยกับการมีความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นแน่วแน่

17.  จงหลีกห่างสถานที่ที่มีการสูบบุหรี่และสถานที่ที่มีผู้สูบบุหรี่อย่างแพร่หลาย  ท่านจงพยายามรำลึกถึงพจนารถแห่งท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ที่กล่าวว่า

« فمن اتقى الشبهات استبرأ لدينه وعرضه »

ความหมาย  “ดังนั้นผู้ใดที่เฝ้าระวังสิ่งคลุมเครือ  ก็เท่ากับทำให้ศาสนาและเกียรติของเขาบริสุทธิ์”

18.  หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่เห็นว่าการสูบบุหรี่เป็นสิ่งหะลาล (อนุมัติ)  แล้วทำไมท่านไม่กล่าวพระนามของอัลลอฮฺบิสมิลลาฮฺ) ทุกครั้งก่อนที่จะเริ่มสูบ  ให้เหมือนกับเวลาที่ท่านดื่มสิ่งของที่อัลลอฮฺหะลาลให้ท่าน ??? (

19.  หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่เห็นว่าการสูบบุหรี่เป็นสิ่งหะลาล  แล้วทำไมท่านไม่กล่าวสรรเสริญ (อัลฮัมดุลิลลาฮฺ) หลังจากที่สูบเสร็จ  ให้เหมือนกับเวลาที่ท่านดื่มสิ่งของที่อัลลอฮฺหะลาลให้ ???

20.  หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่เห็นบุหรี่เป็นเนียะมัต (เป็นความโปรดปราน)  แล้วทำไมท่านถึงได้ขยี้มันด้วยกับรองเท้าทุกครั้งหลังจากที่สูบเสร็จ ???

21.  หากท่านเห็นว่าการสูบบุหรี่เป็นเรื่องปกติธรรมดา  แล้วทำไมท่านถึงไม่สูบต่อหน้าพ่อแม่ของท่าน  หรือสูบต่อหน้าเจ้านายในเวลาทำงานหรือที่ทำงานของท่าน ???

22.  หากท่านเห็นว่าการสูบบุหรี่เป็นเรื่องสนุกคลายเครียด  แล้วทำไมท่านไม่สอนบุตรหลานของท่านหรือสั่งเสียให้พวกเขาได้สูบมันล่ะ ???

23.  ประการสุดท้ายจงปฏิบัติตามสัญญาของท่านอย่างเข้มแข็งมุ่งมั่น  และจงเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่าพระองค์อัลลอฮฺจะทรงช่วยเหลือท่าน  และจงขอดุอาอ์ต่อพระองค์ตะอะลาทรงประทานความสำเร็จให้แก่ท่าน

ประโยชน์ของการเลิกสูบบุหรี่

มีเหตุผลดีๆมากมาย ที่แสดงให้เห็นว่าการเลิกสูบบุหรี่เป็นสิ่งที่ดี และมันก็ไม่เคยสายเกินไปหากคุณคิดจะเลิกสูบบุหรี่ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ว่าคุณเพิ่งเริ่มเป็นสิงห์อมควันหรือสูบบุหรี่มาหลายปีแล้วก็ตาม

เราทุกคนทราบดีว่าการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อร่างกายและสุขภาพ แต่มีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าผลกระทบจากบุหรี่มีมากมาย โดยส่วนใหญ่จะเข้าใจว่ามีแต่โรคมะเร็งเท่านั้น  แต่ความจริงแล้ว บุหรี่ยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อความดันโลหิต , เพิ่มอัตราเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายของคุณทรุดโทรม แก่ก่อนไว

ข้อมูลด้านล่างนี้ แสดงถึงผลดีที่เกิดขึ้น เมื่อคุณเริ่มหยุดสูบบุหรี่ :

– 20 นาที ที่คุณหยุดสูบบุหรี่ การไหลเวียนเลือดของคุณจะดีขึ้น

– 8 ชั่วโมงที่คุณหยุดสูบบุหรี่ คุณจะมีความอดทนที่ดีขึ้น

– 1 วัน ที่คุณไม่สูบบุหรี่ จะส่งผลให้ความเสี่ยงของหัวใจวายลดลง นอกจากนี้ปอดจะเริ่มทำความสะอาดตัวเอง (อาจมีอาการข้างเคียงให้เกิดอาการไอ)

– 2 วัน ที่เลิกบุหรี่ คาร์บอนมอนอกไซด์ในเลือดจะลดลง ประสาทรับรู้ด้านกลิ่นและรสชาติจะดีขึ้นกว่าเดิม

– 3 วันผ่านไป หลอดลมจะคลายตัว ทำให้หายใจได้ง่ายขึ้นกว่าในช่วงที่สูบบุหรี่

– 4 สัปดาห์ที่หยุดสูบบุหรี่ อาการหอบและไอจะหายไป ปอดจะมีภูมิคุ้มกันการติดเชื้อที่แข็งแรงกว่าในช่วงสูบบุหรี่

– 3-12 เดือน ผ่านไป ผิวของคุณจะดูสดใสมากขึ้นรวมถึงริ้วรอยของผิวจะลดลงคุณจะรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงร่างกายที่แข็งแรงกว่าก่อน อาการไอจะน้อยกว่าเดิม ระบบหายใจทำงานได้ดีขึ้นและผู้ที่เลิกบุหรี่ถึงระยะเวลานี้โดยส่วนมากจะนอนหลับได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

– 1 ปี ที่เลิกสูบบุหรี่ ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจจะลดลงครึ่งหนึ่ง

– 5 ปี ที่เลิกบุหรี่ ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจะมีอัตราเกือบเท่ากับผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่

– 10 ปี ความเสี่ยงของโรคมะเร็งปอดลดลงร้อยละ 50 และความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองจะมีอัตราเท่ากับผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่

– เมื่อเลิกสูบบุหรี่ได้ 15 ปี ความเสี่ยงของโรคมะเร็งปอดจะลดลงจนเท่ากับผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่
นอกจากผลดีที่เกิดขึ้นในเรื่องของสุขภาพแล้ว คุณจะพบว่าการเลิกสูบบุหรี่จะให้ให้สภาพจิตใจและความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น นอกจากนั้นคุณยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายที่ต้องซื้อบุหรี่ได้อีกมากเลยทีเดียว