โทษของการสูบบุหรี่ มีดังนี้

โทษของการสูบบุหรี่ มีดังนี้

1. เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
2. ฟันเหลือง ตาแดง เล็บเขียว
3. มีกลิ่นตัวและกลิ่นปากรุนแรง
4. เป็นที่น่ารังเกียจของสังคม
5. เสียเงินจำนวนมากโดยใช่เหตุ
6. ส่งผลร้ายต่อคนรอบข้าง
7. เป็นมะเร็งช่องปาก รวมถึงฟันและลิ้น (ปากเน่าเละเฟะ)
8. เป็นมะเร็งหลอดลมและหลอดอาหาร
9. เป็นมะเร็งกล่องเสียง
10. เป็นมะเร็งปอด (มะเร็ง ที่ทรมานมากที่สุด) มีโอกาสเป็นโรคมากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 20 เท่า
11. ถุงลมโป่งพองจนไม่สามารถหดตัวกลับได้ มีผลทำให้หายใจติดขัด หอบ จนถึงตายได้
12. โรคกระเพาะอาหารเป็นแผล
13. โรงตับแข็ง เช่นเดียวกับการดื่มสุรา
14. โรคปริทนต์ (ฟันเน่าเละ)
15. โรคโพรงกระดูกอักเสบ
16. โรคความดันโลหิตสูง
17. ประสาทในการรับรสแย่ลง
18. มีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะมาก บางครั้งไอถี่มากจนไม่สามารถหลับนอนได้

การทำกิจกรรมบำบัดการเลิกบุหรี่

การทำกิจกรรมบำบัดการเลิกบุหรี่

การทำกิจกรรมกลุ่มพฤติกรรมบำบัด โดยเข้ารับการปรึกษาหรือรับคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวหรือแพทย์
อาหารเลิกบุหรี่ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงของผู้ติดบุหรี่นั้น ได้แก่ เครื่องดื่มจำพวกกาแฟ ชา และน้ำอัดลม (เพราะมีนิโคตินเช่นเดียวกับบุหรี่), เหล้าหรือแอลกอฮอล์ (ทำให้ลิ้นรับรสได้มากขึ้น) รวมไปถึงเนื้อสัตว์ (เนื่องจากส่งเสริมการรับรสของผู้สูบให้ยิ่งสูบมากขึ้น) ส่วนอาหารที่จะช่วยทำให้อดบุหรี่หรือเลิกบุหรี่ได้นั้น มีดังนี้
ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น มะนาว ส้ม ฝรั่ง เสาวรส ก็ช่วยได้มาก เพราะการสูบบุหรี่ 1 มวน ร่างกายจะเสียวิตามินซีไปถึง 60 มิลลิกรัม หรือพอ ๆ กับส้ม 1 ลูก การดื่มน้ำผลไม้เหล่านี้จึงช่วยเพิ่มวิตามินซีให้กับร่างได้
ผักเขียวจัด โดยหลักแล้วแนะนำว่า ผักยิ่งเขียวยิ่งดี เพราะนอกจากจะมีฤทธิ์สกัดความอยากบุหรี่แล้วยังมีคลอโรฟิลล์และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยล้างพิษในร่างกายได้อีกด้วย
ถั่ว ไข่ อกไก่ อาหารทั้งสามนี้ทางมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์แนะนำให้ทานในผู้ที่ต้องการอดบุหรี่ เพราะอาหารเหล่านี้จะไปช่วยสร้างสารซีโรโทนิน (Serotonin) จะช่วยให้การเลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น

นมสด จากการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่า เมื่อสูบบุหรี่แล้วจะทำให้กินอาหารบางอย่างไม่อร่อย โดยเฉพาะ “นมวัว” เลยอยากให้ท่านที่รักการดื่มนมวัวเข้าไว้ เผื่อจะทำให้เกิดความเบื่อบุหรี่ขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าแพ้นมวัวคุณอาจจะเปลี่ยนมาเป็นนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตก็ได้ครับ
ปลา โอเมก้าสามที่มีอยู่ในปลานั้นสามารถช่วยลดการอักเสบจากพิษบุหรี่ในร่างกายได้ อีกทั้งในปลายังมีแอล-อาจินีน (L-arginine) ที่ช่วยขยายหลอดเลือดตามอวัยวะให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
วิธีเลิกบุหรี่ด้วยมะนาว จากผลวิจัยพบว่า วิตามินซีมีสารที่ช่วยลดความอยากนิโคตินได้ และยังช่วยฟื้นฟูร่างกายที่ทรุดโทรมให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า จึงมีการนำมาใช้เพื่อเป็นตัวช่วยในการเลิกบุหรี่ วิธีการก็คือให้นำมะนาวมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้มีเปลือกติดมาด้วยขนาดเท่าหัวแม่มือ หรือพอดีคำ เมื่อรู้สึกอยากบุหรี่เมื่อไหร่ก็ให้กินมะนาวหั่นแทน โดยอมแล้วค่อย ๆ ดูดเอาความเปรี้ยว จากนั้นเคี้ยวเปลือกอย่างช้า ๆ ประมาณ 3-5 นาที แล้วดื่มน้ำตาม 1 อึก วิธีนี้นอกจากจะช่วยลดความรู้สึกอยากนิโคตินได้แล้ว เมื่อสูบบุหรี่จะทำให้รสชาติบุหรี่เปลี่ยนเป็นขมจนไม่อยากสูบ (ผลไม้รสเปรี้ยวอื่น ๆ ก็ใช้ได้เช่นกัน แต่มะนาวจะได้ผลดีที่สุด) ซึ่งการเลิกบุหรี่ด้วยการกินมะนาวนี้ส่วนใหญ่จะเลิกบุหรี่ได้ใน 2 สัปดาห์ และจะไม่อยากสูบบุหรี่อีก เพราะร่างกายสามารถเอาชนะนิโคตินได้ แต่ในเรื่องของอาการทางใจบางครั้งอาจยังมีความต้องการอยู่บ้าง

วิธีการเลิกสูบบุหรี่

วิธีการเลิกสูบบุหรี่

หากำลังใจ กำลังใจจากคนรอบข้างถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีความพยายามที่จะเลิกสูบบุหรี่ได้ คุณควรบอกให้คนใกล้ชิดทราบถึงความตั้งใจดังกล่าว
ต้องมีเป้าหมาย เป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ คุณควรรู้ว่าจะทำไปเพื่อใคร หากคิดว่าอยากสูบบุหรี่ขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ขอให้คุณย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ที่เลิกนั้นเพื่ออะไร เช่น เพื่อคนที่คุณรักและคนรอบข้าง เพื่อเก็บเงินในการสร้างอนาคต หรือเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ฯลฯ แต่บางคนอาจถึงขนาดสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพกันเลยทีเดียว แต่เชื่อไหมว่ามันเลิกได้จริง !
เตรียมใจยอมรับ คุณควรค้นหาสาเหตุที่แท้จริงที่เป็นตัวกระตุ้นให้คุณสูบบุหรี่ เพื่อจะได้จัดการได้อย่างถูกวิธี เช่น สูบเพราะเครียด อยากเข้ากับเพื่อน งานเลี้ยง ดื่มเหล้า หรือเป็นแค่ความเคยชินหลังมื้ออาหาร ฯลฯ และต้องทำความเข้าใจและยอมรับอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเลิกบุหรี่ เช่น กระวนกระวาย หงุดหงิด ง่วงเหงาหาวนอน เป็นต้น พร้อมกับให้กำลังใจตัวเองว่าอาการเหล่านี้มันจะผ่านไปได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน
ต้องวางแผน คุณควรวางแผนการปฏิบัติตัว โดยกำหนดวันที่จะเลิกสูบบุหรี่ โดยเลือกเป็นวันสำคัญต่าง ๆ ของครอบครัว เช่น วันเกิดตัวเอง วันเกิดลูกหรือคนในครอบครัว วันครบรอบแต่งงาน วันสำคัญทางศาสนา แต่ทั้งนี้ไม่ควรกำหนดวันที่ห่างไกลมากจนเกินไป หรือเป็นวันที่คุณมีภาระต้องรับผิดชอบ เช่น ช่วงสอบ ช่วงที่ต้องไปกินเลี้ยงหรือมีงานสังคม เพราะอาจมีแรงจูงใจทำให้ไม่สามารถเลิกได้ตามที่ตั้งใจไว้ หรือคุณอาจสร้างพิธีกรรมเล็ก ๆ สำหรับวันส่งท้ายด้วยการนำบุหรี่ที่เหลือมาเผาไฟต่อหน้าพร้อมกับกระดาษที่เขียนถึงโทษของการสูบบุหรี่สำหรับวันแรกของการเลิกบุหรี่
เลิกในทันที – หักดิบ (Cold turkey) การเลิกขาดในทันทีจะได้ผลชะงัดกว่าการลดปริมาณการสูบ วิธีนี้ใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นการให้ผู้ติดบุหรี่เลิกสูบในทันทีโดยไม่ต้องมีการใช้ยาหรือความช่วยเหลือใด ๆ โดยทั่วไปวิธีนี้อาการขาดนิโคตินจะหายไปได้เองภายในระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ ช่วงนี้อาจจะทนทรมาน และลำบากใจสุด แต่ก็ต้องอดทน ผ่านไปได้โอกาสเลิกได้ก็เป็นไปได้สูง อาการไม่สบายตัวต่าง ๆ ก็จะหายไป แต่ยังไงก็ยังดีกว่าทรมานอย่างช้า ๆ ด้วยวิธีการลดปริมาณลงเรื่อย ๆ จริงไหม ?

การติดทางสาร

                               การติดทางสาร                                                                       

การติดบุหรี่เป็นการเสพติด 3 ทางด้วยกัน คือ การติดสารนิโคตินในบุหรี่ เมื่อใดที่ขาดนิโคตินร่างกายจะเสียสมดุลทำให้เกิดอาการต่าง ๆ มากมาย เช่น กระสับกระส่าย หงุดหงิด นอนไม่หลับ ปวดหัว วิงเวียนศีรษะ อารมณ์ซึมเศร้า หดหู่ ไม่มีสมาธิ คิดอะไรไม่ออก ฯลฯ, การติดทางสังคมและสภาพแวดล้อม คนรอบข้างหรือเพื่อนเป็นปัจจัยสำคัญในการเริ่มต้นสูบบุหรี่ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่อยากได้รับการยอมรับจากเพื่อนฝูง ทำให้สูบบุหรี่ต่อไปจนติดแล้วเลิกไม่ได้ และสุดท้ายคือ การติดทางพฤติกรรมและทางจิตใจ ซึ่งเป็นการเสพติดชนิดหนึ่ง โดยเกิดจากการเรียนรู้แล้วนำมาปฏิบัติจนเคยชิน เช่น เมื่อกินกาแฟจะต้องสูบบุหรี่ไปด้วย หรือมักสูบบุหรี่ในห้องทำงาน เมื่อเข้ามาทำงานก็จะเกิดความอยากสูบบุหรี่ เป็นต้น
เป็นที่ทราบกันดีว่า โทษของการสูบบุหรี่นั้นมีสารพัด เช่น การสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากโดยไม่ได้อะไรนอกจากสุขภาพเสีย ๆ มะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดลมและหลอดอาหาร มะเร็งช่องปาก ถุงลมโป่งพอง กระเพาะอาหารเป็นแผล ตับแข็ง โรคปริทันต์ ฟันเหลือง ตาแดง เล็บเขียว ความดันสูง โรคโพรงกระดูกอักเสบ อาการไอเรื้อรังและมีเสมหะมาก ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวผู้สูบบุหรี่แล้ว บุหรี่ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง และทำให้สภาพแวดล้อมนั้น ๆ เสียตามไปด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองก็เป็นสาเหตุสำคัญที่เป็นแรงกระตุ้นให้ผู้สูบบุหรี่จำนวนไม่น้อยอยากพยายามเลิกสูบโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้น วันนี้เราจึงมีวิธีการเลิกสูบบุหรี่มาฝากกัน ส่วนจะมีวิธีใดบ้างและจะยากสักแค่ไหน ไปดูกัน…

 

เซี่ยงไฮ้ (Shanghai)

• เซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำแยงซีเกียง เป็นเขตการปกครองระดับเขตการปกครองพิเศษแบบเทศบาลนคร ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับมณฑล มีท่าเรือที่มีจำนวนเรือคับคั่งที่สุดในโลก[ต้องการแหล่งอ้างอิง] ตามมาด้วยสิงคโปร์ และร็อตเตอร์ดัม เซี่ยงไฮ้ในอดีตเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง แต่ในปัจจุบันเซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมากที่สุดในจีน เต็มไปด้วยร้านค้า สิ่งก่อสร้าง ถนนเต็มไปด้วยรถ จักรยาน และผู้คน สิ่งที่พบเห็นได้มากในเมืองนี้ จนอาจถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ คือต้นเมเปิลที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งปลูกโดยในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเซี่ยงไฮ้
• ที่ตั้งและอาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ มณฑลเจียงซู ประเทศจีน
ทิศใต้ ติดต่อกับ มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ทะเลจีนตะวันออก
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ มณฑลเจียงซู และมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน

• ภูมิอากาศ
อยู่ในเขตมรสุมร้อนเอเชียเหนือ แบ่งเป็น 4 ฤดูชัดเจนและมีปริมาณฝนและแสงแดดที่เพียงพอ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงระยะเวลาค่อนข้างสั้น ฤดูหนาวและร้อนค่อนข้างยาวนาน
• มหานครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) ได้รับการขนานนามว่าเป็น “นครปารีสแห่งตะวันออก” ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มมหานครไฮโซอันดับ 5 ของโลก รองจาก กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นิวยอร์ก ลอนดอน และ ปารีส รูปแบบการปกครองของมหานครเซี่ยงไฮ้ จัดอยู่ในกลุ่มเมืองที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง ซึ่งไม่ขึ้นต่อมณฑลใดๆ ทั้งสิ้น และปัจจุบันประเทศจีนมีเมืองที่มีรูปแบบการปกครองลักษณะนี้ทั้ง สิ้น 4 เมืองด้วยกัน ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนจินและฉงชิ่ง มหานครเซี่ยงไฮ้ ปัจจุบันนับเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก และมีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศจีน เป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญในด้านต่างๆ ของภูมิภาค ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การเงิน การลงทุน รวมถึง ด้านแฟชั่น และการท่องเที่ยว โดยการผลักดันของรัฐบาลซึ่งให้นครเซี่ยงไฮ้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ และเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย เซี่ยงไฮ้จึงนับเป็นความภูมิใจของชาวจีน โดยเฉพาะชาวเมืองซึ่งถือกันว่าเมืองของตนเป็นสัญลักษณ์ของจีนยุคใหม่ ในด้านความก้าวหน้า และทันสมัย
• นอกจากนั้นสถานที่ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยีอนเซียงไฮ้จะพลาดไม่ได้คือ ถนนหนานจิง อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญอันหนึ่งของช่างไห่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและ เป็นถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยแหล่งร้านค้าสินค้าต่าง ๆ รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่มาจับจ่ายซื้อสินค้ามากมาย หนึ่งในย่านนั้นมีอาคารจินเหมาทาวเวอร์ซึ่งเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศจีน (ในปัจจุบัน อาคารเซี่ยงไฮ้เวิร์ดไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์ ได้กลายเป็นอาคารที่สูงที่สุดแล้ว แต่อยู่ช่วงระหว่างการก่อสร้าง) นอกจากนั้นเซี่ยงไฮ้ยังเป็นเมืองทันสมัยอันดับที่ 25 ของโลกจาก 53 เมืองใหญ่ทั่วโลก เช่น ปักกิ่ง มอสโก นิวยอร์ก โตเกียว ลอนดอน และปารีส
• ในยุคแห่งความรุ่งเรืองในอดีด เซี่ยงไฮ้ ได้รับการขนานนามว่าเป็น “นครปารีสแห่งตะวันออก” มหานครเซี่ยงไฮ้ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำหวงผู่ (Huangpu) ลำน้ำหวงผู่เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงมหานครนี้มีความยาว 49 ไมล์ ส่วนตอนบนของแม่น้ำสายนี้ยาว 19 ไมล์ ไหลบรรจบกับแม่น้ำหยางซือซึ่งจะไหลลงสู่ทะเล (คำว่า เซี่ยงไฮ้ แปลว่า ตอนบนของแม่น้ำจากทะเล) ทั้งคนท้องถิ่นและคนที่มาท่องเที่ยวเมืองแห่งนี้มีความเห็นตรงกันคือ “เหริน ไท่ ตัว” คือเมืองนี้มีคนมากเกินไป เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเป็นเมืองที่มีความเป็นเอกเทศสูง ชาวเซี่ยงไฮ้พูดภาษาจีนแบบเซี่ยงไฮ้ซึ่งคนในพื้นที่อื่นฟังไม่เข้าใจ

กำแพงเมืองจีน (Great Wall of China)

กำแพงเมืองจีน (ประเทศจีน) – The Great Wall of China
เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่


องค์กร New 7 Wonders ได้มีการคัดเลือกและให้คนทั่วโลกร่วมโหวตผ่านทางอินเทอร์เน็ตและทางโทรศัพท์มาตั้งแต่ปี 2005 จนกระทั่งได้รายชื่อสุดท้ายและประกาศให้สาธารณชนรับรู้ในปี 2007 โดยสิ่งก่อสร้างที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้ง 7 แห่งดังกล่าวมีตั้งแต่ซากปรักหักพังของอารยธรรมอินคาไปจนถึงอนุสรณ์ความรักอย่างทัชมาฮาล เอาล่ะ ถึงเวลาพาคุณไปสัมผัสกับความน่าอัศจรรย์ที่จะทำให้คุณรู้สึกอยากออกเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้ง

กำแพงเมืองจีน (ประเทศจีน) – The Great Wall of China เป็นอีกหนึ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่


กำแพงเมืองจีนได้รับการก่อสร้างขึ้นเพื่อป้องกันภัยจากการรุกรานของชนเผ่าทางภาคเหนือ โดยแรกเริ่มเดิมทีในสมัยราชวงศ์ฉินและราชวงศ์ฮั่น เป็นเพียงกำแพงขนาดย่อมหลายๆ อันซึ่งเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน จากนั้น ได้มีการสร้างเพิ่มเติมให้ยาวยิ่งขึ้นในศตวรรษที่ 5 เรื่อยมาจนเสร็จสมบูรณ์ในศตวรรษที่ 16 ในสมัยราชวงศ์หมิง ปัจจุบัน มีความยาวถึง 6,400 กิโลเมตร โดยทอดตัวจากซันไห่กวน ทางตะวันออก ไปสุดที่เจียยู่กวน ทางตะวันตก และได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก

กำแพงเมืองจีน (จีนตัวเต็ม: ??; จีนตัวย่อ: ??; พินอิน: Ch?ngch?ng ฉางเฉิง) เป็นกำแพงที่มีป้อมคั่นเป็นช่วง ๆ ของจีนสมัยโบราณ สร้างในสมัย พระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นครั้งแรก กำแพงส่วนใหญ่ที่ปรากฏในปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกมองโกล และพวกเติร์ก หลังจากนั้นยังมีการสร้างกำแพงต่ออีกหลายครั้งด้วยกัน แต่ภายหลังก็มีเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียสามารถบุกฝ่ากำแพงเมืองจีนได้สำเร็จ


กำแพงเมืองจีนยังคงเรียกว่า กำแพงหมื่นลี้ (จีนตัวเต็ม: กำแพงเมืองจีน (ประเทศจีน) – The Great Wall of China?; จีนตัวย่อ: กำแพงเมืองจีน (ประเทศจีน) – The Great Wall of China?; พินอิน: W?nl? Ch?ngch?ng ว่านหลี่ฉางเฉิง) กำแพงเมืองจีนมีความยาวทั้งหมดถึง 6,350 กิโลเมตร และนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางด้วย เชื่อกันว่า หากมองเมืองจีนจากอวกาศ จะสามารถเห็นกำแพงเมืองจีนได้

ระยะเวลาสร้าง

กำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นในระยะเวลา 4 ช่วงหลัก ๆ ดังนี้
พ.ศ. 338 (ราชวงศ์ฉิน) 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
พ.ศ. 443 (ราชวงศ์ฮั่น)
พ.ศ. 1681 – 1741 (สมัย 5 ราชวงศ์ 10 อาณาจักร)
พ.ศ. 1911 – 2163 (รัชสมัยจักรพรรดิหงอู่ ต้นราชวงศ์หมิง)

ประวัติ
กำแพงเมืองจีนถูกสร้างขึ้นกว่า 2000 ปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิ์องค์แรกในประวัติศาสตร์จีน จุดประสงค์ก็เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางตอนเหนือ โดยมีการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยกษัตริย์องค์ต่อมาอีกหลายพระองค์ จนสำเร็จในที่สุด กำแพงเมืองจีนถือเป็นงานก่อสร้างที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเท่าที่เคยมีมา
มีข้อเท็จจริงบางประการเกี่ยวกับกำแพงเมืองจีนดังนี้

1. เราไม่สามารถมองเห็นกำแพงเมืองจีนจากดวงจันทร์ ไม่มีสิ่งก่อสร้างที่สร้างโดยมนุษย์ แม้แต่อย่างเดียวที่สามารถมองเห็นจากดวงจันทร์ ในระดับ low earth orbit เราสามารถมองเห็นกำแพงเมืองจีนโดยใช้ radar การมองเห็นกำแพงเมืองจีนเป็นไปได้ยากเนื่องจาก สีของกำแพงเมืองจีนจะกลืนไปกับสีของธรรมชาติ ก็คือสีของดิน หิน

2. กำแพงเมืองจีนไม่ใช่กำแพงยาวตลอด ความจริงแล้วกำแพงเมืองจีน ถูกสร้างขึ้นในหลายยุคหลายสมัยกินเวลานับพันปี โดยเป็นการเชื่อมต่อกำแพงแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน จนเป็นแนวทอดยาวหลายพันกิโลเมตร

3. กำแพงเมืองจีนเป็นเสมือนสุสานของผู้ก่อสร้าง มีการบันทึกไว้ว่า นักโทษจากสงครามและทาสกว่า 1 ล้านคนถูกใช้เป็นแรงงงานเพื่อก่อสร้างกำแพงเมืองจีน ซึ่งจำนวนมากเสียชีวิตลงเนื่องจากความเหน็ดเหนื่อย และความหิวโหย ซึ่งศพผู้เสียชีวิตก็จะถูกฝังอยู่ข้างใต้กำแพงนั่นเอง นานนับศตวรรษแล้ว ที่กำแพงเมืองจีนได้ชื่อว่าเป็นสุสานที่มีความยาวที่สุดในโลก เป็นที่กล่าวขานกันว่าทุกๆ หนึ่งฟุตของกำแพงเมืองจีนก็คือหนึ่งชีวิตของผู้ก่อสร้างกำแพง

4. ความยาวของกำแพงเมืองจีน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครทราบความยาวที่แท้จริงของกำแพงเมืองจีน ในภาษาจีน จะเรียกกำแพงเมืองจีนว่า “กำแพงยาวหมื่นลี้” (หนึ่งลี้มีความยาวประมาณ 1/3 ไมล์) โดยคร่าวๆ กำแพงเมืองจีนมีความยาวประมาณ 4 พันไมล์ หรือ 6,350 กิโลเมตร ทอดผ่านทุ่งหญ้า ทะเลทราย และเทือกเขาสูง ความสูงของกำแพงคือ 7 เมตร และกว้าง 5 เมตร

5. การก่อสร้างกำแพงเมืองจีน ช่วยป้องกันการรุกรานได้หรือไม่ การเข้าครองอำนาจของมองโกล และแมนจู ทั้งสองครั้งเกิดขึ้นจากความอ่อนแอ ของราชวงศ์ที่ปกครองประเทศจีนในขณะนั้นๆ พวกเขาใช้โอกาสในขณะที่เกิดกบฏภายใน เข้ายึดครองประเทศจีน โดยมีการต่อต้านที่น้อยมาก

6. กำแพงเมืองจีนไม่ได้เป็นแค่กำแพง ทุกๆ 300 ถึง 500 หลา จะมีฐานบัญชาการเพื่อใช้สับเปลี่ยนเวรยามและใช้เป็นจุดสังเกตการณ์ มีหอสังเกตการณ์กว่า 1 หมื่นแห่ง

7. กำแพงเมืองจีนเป็นเส้นทางคมนาคม ในระยะแรก ประโยชน์ของกำแพงเมืองจีนก็คือ มันช่วยให้การคมนาคมและขนส่งในเส้นทางทุรกันดาร เช่นตามเทือกเขาเป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้น

8. กำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นโดยใช้อะไรเป็นส่วนประกอบ ก่อนที่จะมีการใช้อิฐในการก่อสร้าง กำแพงเมืองจีนถูกสร้างขึ้น โดยใช้หิน ดิน และไม้ บางครั้งมีการแพ็คดินไว้ระหว่างไม้แผ่นใหญ่ และมัดไว้ด้วยกันโดยเสื่อทอ บริเวณใกล้กรุงปักกิ่ง กำแพงเมืองจีนถูกสร้างโดยใช้หินอ่อน ในบางสถานที่กำแพงถูกสร้างโดยใช้หินแกรนิต บางแห่งก็ใช้ดินเผา ทางตะวันตกของจีน กำแพงถูกสร้างโดยใช้โคลน ทำให้ชำรุดได้ง่ายกว่า กำแพงเมืองจีนที่เราเห็นกันทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ถูกสร้างในราชวงศ์หมิง โดยใช้วัตถุที่ทนทานกว่าเช่นหิน

9. สภาพของกำแพงเมืองจีนในขณะนี้ รายงานผลการสำรวจของนักอนุรักษ์เมื่อปี 2004 กล่าวว่า ขณะนี้ กำแพงเมืองจีนที่ยาว 6,350 กิโลเมตร เหลือให้เห็นเพียง 1/3 เท่านั้น และกำลังสั้นลงเรื่อยๆ ปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากการขาดการดูแลและอนุรักษ์ โดยเฉพาะจากชาวไร่ชาวนาซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กำแพงเมืองจีน ไม่สนใจประกาศของรัฐบาลที่กำหนดให้กำแพงเมืองจีนเป็นสมบัติของชาติ

เหตุผลที่ได้รับคัดเลือกเป็นมรดกโลก
กำแพงเมืองจีนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2530 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 11 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ด้วยข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้

– เป็นตัวแทนซึ่งแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันฉลาด

– เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวนและภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม

– เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว

– เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

– มีความคิดและความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์

เกาะฮ่องกง (Hong Kong)

แนะนำให้ไปช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดินเพราะเป็นช่วงที่แสงกำลังสวยและเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วตึกสูงต่างๆก็จะค่อยๆเปิดไฟขึ้น มองเห็นวิวทิวทัศน์อีกบรรยากาศของเมืองฮ่องกงในยามค่ำคืน และชมการแสดง Symphony of Lights ที่สวยงาม อีกเรื่องคือคิวสำหรับรถรางและรถบัสทั้งขาขึ้นและขาลง ยิ่งดึกคิวก็จะยิ่งยาว


จุดชมวิว เดอะ พีค – The Peak อยู่ด้านบนของยอดเขา วิคตอเรีย พีค Victoria Peak ซึ่งยอดเขาที่สูงที่สุดในฝั่งของเกาะฮ่องกงโดยมีความสูงจากประมาณ 552 จากระดับน้ำทะเล เป็นที่เที่ยวอันดับหนึ่งที่คนนิยมไปมากที่สุด เพราะเป็นทั้งจุดชมวิวมองเห็นภาพพาโนรามาของเมืองฮ่องกงได้ หรือหากใครอยากจะมาทานดินเนอร์ใน บรรยากาศสุดโรแมนติค ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนมักจะนึกถึง

ในอดีตนั้น เดอะ พีค ถูกใช้เป็นสถานที่ส่งสัญญาณให้กับเรือเดินสมุทรที่เดินทางเข้ามาค้าขายผ่านทางฮ่องกงในช่วงศตวรรษที่ 19 ต่อมาได้มีขุนนางระดับสูงมาสร้างที่พักอาศัยอยู่ด้านบน และเนื่องจากอยู่บนยอดเขาที่สูงทำให้ในการขึ้นไปแต่ละครั้งก็จะใช้คน 2 คนช่วยกันแบกเกี๊ยวและเดินขึ้นไปส่งที่พักด้านบน
แต่ปัจจุบันการขึ้นไปที่ เดอะพีค นั้น จะมีรถรางหรือรถ Tram คอยให้บริการเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ดีมาก เนื่องจากรางที่รถ Tram วิ่งนั้น เป็นหนึ่งในรางที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เมื่อขึ้นไปยังจุดสูงสุดของยอดเขา The Peak นั้นจะมีอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 396 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สามารถจะมองเห็นวิวเมืองด้านล่างได้เกือบทั่วทั้งหมด ไม่เพียงแค่ตึกต่างๆยังเป็นอ่าวและสันเขาไกลๆของเกาะอีกด้วย แนะนำให้ไปช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดินเพราะเป็นช่วงที่แสงกำลังสวยและเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วตึกสูงต่างๆก็
จะค่อยๆเปิดไฟขึ้น มองเห็นวิวทิวทัศน์อีกบรรยากาศของเมืองฮ่องกงในยามค่ำคืน และชมการแสดง Symphony of Lights ที่สวยงาม
ที่ด้านบน The Peak นั้น นอกจากจุดชมวิวแล้วก็ยังมีหลายที่เที่ยวและกิจกรรมให้ทำ เช่น Peak Tram, The Peak Tower, Sky Terrace 428, The Peak Tram Historical Gallery และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ


พีคแทรม – Peak Tram
เป็นรถรางที่ใช้เดินทางขึ้นและลง The Peak เปิดใช้บริการมามากกว่า 120 ปีแล้ว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกขึ้นไปชมวิวที่ด้านบนด้วยรถราง และในขณะที่นั่งรถรางขึ้นไปด้านบนนั้น ให้ลองสังเกตุวิวภายนอกดู จะมีเหตุการณ์ที่เรียกว่า “The Peak Tram illusion” เกิดขึ้น โดยปกติเมื่อเรานั่งรถขึ้นเนินนั้น ก็จะมองเห็นตึกสูงที่อยู่ไกลออกไปยังคงตั้งตรงปกติ แต่ที่ Peak Tram นั้น หากลองสังเกตุดูที่วิวด้านขวามือนั้น จะรู้สึกเหมือนตึกกำลังจะล้มเอียงไปด้านหน้า เป็นปรากฎการณ์ที่แปลกและไม่เหมือนรถรางที่อื่น


เดอะ พีคทาวเวอร์ – The Peak Tower
เป็นหนึ่งในอาคารสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงของฮ่องกง เป็นการออกแบบอาคารสไตล์โมเดิร์นที่มีรูปทรงล้ำสมัยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รูปทรงคล้ายกับครึ่งวงกลมที่หงายขึ้น ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขาซึ่งสูงประมาณ 360 จากระดับน้ำทะเล ด้านในอาคารนั้นจะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีฉากของเมืองฮ่องกงไว้สำหรับให้ถ่ายรูปได้ด้วย และที่ด้านบนสุดของ The Peak Tower นั้น เป็นที่ตั้งของระเบียงชมวิว Sky Terrace 428 นั้นเอง


สกายเทอเรซ 428 – Sky Terrace 428
เป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดและห้ามพลาดเมื่อมา The Peak สามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศทั้ง 360 องศา มีความสูงถึง 428 เมตรจากระดับน้ำทะเล จึงเป็นที่มาของชื่อ Sky Terrace 428 ที่จุดนี้สามารถมาชมวิวเมืองฮ่องกงได้ทั้งวันซึ่งในแต่ละช่วงเวลาก็จะมีวิวที่สวยงามแตกต่างกันไป วิวที่มองเห็นก็จะเป็นวิวของตึกและอาคารสูงระฟ้าของฮ่องกง

ปักกิ่ง (Beijing)

 

• รู้จักกรุงปักกิ่ง
• ปัจจุบันปักกิ่งมีประชากรทั้งสิ้นราว 11 ล้านคน โดยที่ 7 ล้านคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นแออัดในเขตตัวเมือง ทำให้ปักกิ่งกลายเป็นมหานครที่ใหญ่เป็นอันดับ 12 ของโลก รายได้ต่อคนของชาวปักกิ่งเฉลี่ยเดือนละ 4,000 บาท ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 40 บาท เป็นเมืองหลวงที่มีรถจักรยานมากที่สุดในโลกคือประมาณ 8 ล้านคัน รถยนต์กว่า 1 ล้านคัน รถแท๊กซี่ประมาณ 80,000 คัน(มีมากยิ่งกว่าเมืองใดในโลก) ช่วงกลางคืนจะคิดค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากมิเตอร์อีกร้อยละ 20
• วัด วัง และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มีขอทานมากขึ้นๆ (สมัยคอมมิวนิสต์ปกครองอยูนั้นไม่มีเลย) พวกเขาเป็นชาวชนบทที่หลบหนีเข้ามาหางานทำในเมือง เพราะต้องการรายได้เพิ่ม ส่วนใหญ่ต้องร่อนเร่อยู่ตามริมถนน หางานทำสารพัดอาชีพที่ได้เงินค่าจ้าง เนื่องจากปักกิ่งเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศ ค่าครองชีพจึงสูงมาก
• ปักกิ่งมีชนชั้นกลางเป็นปัญญาชนกับนักธุรกิจเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างรวดเร็ว มีเศรษฐีเกิดขึ้นอยู่ไม่ขาดสาย ชาวปักกิ่งมองโลกในแง่ดี มีความพึงพอใจกับสภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่ายุคคอมมิวนิสต์ที่เคร่งครัดในอดีต และยังมองอนาคตข้างหน้าด้วยความหวัง ทำให้ปักกิ่งเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยความกระฉับกระเฉง มุ่งมั่น และวาดหวังจะสร้างอนาคตที่สดใสเรืองรอง
• “ปักกิ่ง” เดิมมีชื่อว่า “เป่ยผิง (Beiping)” หมายถึง “สันติภาพแห่งทิศเหนือ” ต่อมาเปลี่ยนเป็น “เป่ยจิง (Beijing)” แต่คนไทยสะดวกเรียกว่าปักกิ่งมากกว่าชื่ออื่นๆ
• “เป่ยจิง” แปลว่า เมืองหลวงแห่งทิศเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่ตั้งของเมือง เมื่อราว 3,000 ปีมาแล้วปักกิ่งเคยเป็นเมืองสำคัญทางการค้าของชาวมองโกล เกาหลี จีนภาคกลาง และมณฑลชานตง เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเหงียนเมื่อ 2,500 ปี มาแล้ว รวมทั้งยังเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ต่างๆ ดังนี้
1.ราชวงศ์เหลียว (ค.ศ. 907 – 1125)
2.ราชวงศ์จิน (ค.ศ. 1115 – 1234)
3.ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1279 – 1368)
4.ราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 – 1644)
5.ราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644 – 1911)

 

• ต่อมามีการปฏิวัติล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เมื่อปี ค.ศ. 1949 พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้รับชัยชนะ ประกาศก่อตั้งรัฐบาลและให้กรุงปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ
• ปัจจุบันกรุงปักกิ่งมีฐานะเป็นเขตปกครองพิเศษ เรียกว่า “มหานคร” ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง มีพื้นที่ทั้งหมด 16,800 ตารางกิโลเมตร เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอันเป็นองค์กรสูงสุดของประเทศรัฐบาลกลาง หน่วยงานบริหารระดับสูง องค์กรนานาชาติ สถานทูตต่างๆ
• ปักกิ่งแบ่งเป็น 6 เขตคือ ตะวันออก ตะวันตก เชี่ยนอู่ เฉาหยาง ฉงเหวิน และไห่เตี้ยน
• ความน่าสนใจของปักกิ่งคือ เนื้อแท้ที่แตกต่าง แม้ว่ามองจากภายนอกอาจเห็นได้ว่าปักกิ่งยอมรับวัฒนธรรมของตะวันตก มีนโยบายต่างประเทศและธุรกิจแบบตลาดเสรี ชื่นชอบสินค้านำเข้าต่างๆ เช่น ฟาสต์ฟู้ด รถยนต์ ภาพยนตร์ เสื้อผ้า แฟชั่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องสำอางและคอมพิวเตอร์ สักแค่ไหน แต่เนื้อในของปักกิ่งก็ยังคงความเป็นจีน มีวิถีแบบจีนแฝงเร้นอยู่อย่างเต็มเปี่ยม
• พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ทำการปรับปรุงฟื้นฟูกรุงปักกิ่งด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับมาจากรัสเซีย มีการเวนคืนบ้านเรือน ทุบกำแพงเมืองเก่าเพื่อตัดขยายถนนอย่างมากมาย จนทำให้ตัวเมืองถูกแบ่งออกคล้ายตารางสี่เหลี่ยม มีการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน ตึกสูงระฟ้า ช้อปปิ้งมอลล์ อาคารสำนักงาน อพาร์ทเมนต์ทันสมัย และสถานทูตประเทศต่างๆ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งยังคงดำรงสภาพบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ แคบๆ มุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีเทา เรียกว่า “ผิงฝาง” ให้กลิ่นอายวัฒนธรรมของเมืองอันเก่าแก่เอาไว้ได้เป็นอย่างดี
• ปักกิ่งในปัจจุบันมีโฉมหน้าของความทันสมัยที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ถนนหนทางมีเอกลักษณ์ของความเป็นจีนปรากฎให้เห็น บ้านเรือนสร้างล้อมลานบ้านเปิดโล่งในตรอกซอยแคบๆ ที่เรียกกันว่า “หูท่ง” (Hutong) ซึ่งมองดูแล้วไม่ต่างไปจากบ้านในสมัยราชวงศ์ชิงเลย ย่านหูท่งและย่านการค้า ไม่ว่าจะอยู่ในตัวเมืองซีกตะวันออกหรือตะวันตกต่างก็มีชีวิตชีวาและคึกคักจอแจเป็นที่สุด ตามขั้นบันไดหน้าร้านทำผมหรือบูติกแบบยุโรป ก็มีซินแสผู้อาวุโสนั่งตั้งโต๊ะดูดวง มีพ่อค้าขายผลไม้ตามทางเท้า และข้างหน้าประตูร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เช่น แมคโดนัลด์หรือเคนตั๊กกี้ ก็มีแม่ค้าเดินเร่ขายมันเผาและเกาลัดกันอย่างขวักไขว่
• ปักกิ่ง หรือเป่ยจิงมีฐานะเป็นเมืองหลวงของจีนยุคใหม่ เป็นศูนย์รวมความเป็นจีนในทุกๆ ด้าน ที่มีมรดกของฮ่องเต้จากยุคราชวงศ์ต่างๆ ตกทอดกันมามากมายอยู่เหลือคณานับ เมืองต้องห้าม (Forbidden City) ที่เคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิองค์ต่างๆ ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี กำแพงเมืองจีนยาวหมื่นลี้ ช่วงที่ซ่อมแซมให้มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดก็อยู่ทางเหนือไปไม่ไกล
• หลังระบอบกษัตริย์ล่มสลาย ปักกิ่งทำหน้าที่สืบทอดประวัติศาสตร์ ทั้งช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรมก็ยังรับภาระในการปกปักรักษาศิลปะนานาชนิดเอาไว้ ทรัพย์สมบัติที่สั่งสมไว้ถูกนำมาเปิดเผยต่อสายตาของชาวโลก ในฐานะเมืองหลวงเศษเสี้ยวสุดท้ายของจีนยุคโบราณ
• เมืองหลวงแห่งนี้มิได้มีเพียงงิ้วปักกิ่งให้ชม มีเป็ดปักกิ่งต้นตำรับให้ลิ้มลอง หรือกายกรรมอันโด่งดังไปทั่วโลกให้สัมผัสกับตา แต่ยังมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ รถไฟฟ้าใต้ดิน อาหารฝรั่งเศส อาหารญี่ปุ่น รวมไปถึงสปอร์ตบาร์ให้นั่งชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลหรือบาสเก็ตบอลอาชีพจากสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
• ชาวต่างชาติคุ้นเคยกับอาหารจีน (ที่หารับประทานได้ง่ายเพราะมีร้านอาหารจีนอยู่ทั่วโลกเกือบทุกประเทศ) มากกว่าภาษาจีนที่คนทั้งประเทศพูดเขียนกันอยู่โดยทั่วไป โดยไม่ใช้ภาษาอื่นๆ เลย ซึ่งก็เป็นปัญหาใหญ่สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่รู้ภาษาจีน
• ประเทศจีนมีภาษาท้องถิ่นหลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ ชาวปักกิ่งพูดภาษาถิ่น ซึ่งมีความใกล้เคียงกับภาษาผู่ทงฮั่ว หรือแมนดาริน ที่ทางราชการกำหนดให้เป็นภาราชการ
• อาหารปักกิ่งก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างจากอาหารจีนทั่วไป มีรสชาติแบบอาหารจีนภาคเหนือ ซึ่งไม่เหมือนอาหารจีนแมนดารินตามร้านอาหารจีนในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ไม่เหมือนอาหารกวางตุ้ง เสฉวน และเซี่ยงไฮ้ในเอเซีย
• รูปลักษณ์ของเมืองที่เปลี่ยนไปเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาแค่เพียงหนึ่งชั่วคน ปักกิ่งก็พุ่งทะยานจากก้นเหวแห่งความยากจนและด้อยความเจริญ ขึ้นมาเป็นศูนย์กลางด้านการปกครองของตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้เป็นผลสำเร็จ ปักกิ่งเป็นหนึ่งในเมืองไม่กี่แห่งของจีนที่ได้ติดต่อสัมพันธ์กับโลกภายนอก เป็นที่ตั้งของสถานทูตต่างชาติมาแต่ครั้งอดีต ปักกิ่งได้ต้อนรับนักการทูต นักปราชญ์ ผู้เชี่ยวชาญ ศิลปิน นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าเมืองใดๆ ในจีน
• ปัจจุบันมีชาวปักกิ่งกว่า 100,000 คน ที่เกิดในต่างประเทศ และส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างของบริษัทต่างชาติ นอกจากนี้ปักกิ่งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำ หน่วยงานรัฐบาล และออฟฟิศทำงานของบริษัทต่างชาติมากมาย แต่อย่างไร ปักกิ่งก็ยังมีความเป็นปักกิ่ง มีโบราณสถาน อุทยาน ย่านเก่าแก่ และศาสนสถานที่น่าสนใจกระจายอยู่ทั่วเมือง การเที่ยวชมเมืองต้องใช้รถเมล์ รถแท๊กซี่ รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถจักรยานเช่า แม้จะมีถนนวงแหวนอยู่ถึง 6 วง แต่รถก็ยังติดมากเพราะรถยนต์ขายดี
• ศูนย์กลางของปักกิ่งยังคงอยู่ที่เดิมคือ เมืองต้องห้ามบนถนนฉางอาน ตรงข้ามกับจัตุรัสเทียนอันเหมิน หอเทียนถานตั้งอยู่ทางทิศใต้ พระราชวังฤดูร้อนอยู่ทางตะวันตก และกำแพงเมืองจีนอยู่ทางทิศเหนือ
• ปักกิ่งได้ชื่อว่าเป็นขุมคลังที่รวบรวมเอามรดกจากยุคราชวงศ์ต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันมากที่สุดในประเทศ พร้อมกันนั้น เมืองหลวงแห่งนี้ก็พัฒนาจนเกิดความเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว เร็วเสียจนบางครั้งก็ทำให้วิตกถึงการอนุรักษ์มรดกจากยุคโบราณ มีโครงการก่อสร้างใหญ่ๆ ผุดขึ้นมากมาย โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การสร้างภาพลักษณ์แห่งความทันสมัยและความเป็นสากลเอาไว้ต้อนรับศตวรรษที่ 21 สำหรับกีฬาใหญ่ระดับโลกคือ โอลิมปิก ปี 2008

พิษร้ายควันบุหรี่


ในสังคมปัจจุบันหลายคนอาจจะมองข้ามภัยร้ายใกล้ตัว ที่ใครๆหลายคนต่างมองข้ามว่า “บุหรี่” มีพิษภัยร้ายแรงขนาดไหน ภัยเงียบใกล้ตัวที่แฝงความน่ากลัวมายังตัวคุณและคนรอบข้างอย่างไม่รู้ตัว เพราะองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในควันบุหรี่ เต็มไปด้วย นิโคติน (สารเสพติด), สารเคมี 7,000 ชนิด, สารพิษ มากกว่า 250 ชนิด และสารก่อมะเร็ง มากกว่า 70 ชนิด ยิ่งสูบบุหรี่นานเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บที่บั่นทอนชีวิตให้สั้นลง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง(second hand smoker) ถึงแม้จะไม่ได้สูบเองก็ตาม แต่พิษร้ายจากควันของบุหรี่สามารถสร้างความอันตรายไม่ต่างกับสูบด้วยตัวเอง โดยเฉพาะ หญิงมีครรภ์ ทารกและเด็กจึงควรหลีกเลี่ยงไม่ให้อยู่ใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่หรือสิ่งแวดล้อมที่มีควันบุหรี่ เพราะจะทำให้เลือดนั้นได้ผ่านรกได้น้อย ส่งผลต่อทารกในครรภ์นั้นได้รับสารอาหารน้อยลงกว่าปกติ เสี่ยงต่อการแท้งบุตร หรือทำให้ทารกแรกคลอดตัวเล็กมีน้ำหนักน้อยลงตามไป และปริมาณออกซิเจนที่จะเข้าสู่สมองลดลงตามไปด้วย หากนิโคตินสามารถแทรกซึมผ่านเข้าไปในรกได้ ก็จะส่งผลกระทบต่อสมองของทารกในครรภ์ทำให้มีผลต่อสติปัญญาและพฤติกรรมเด็กอีกด้วย
พญ.พจนา จิตตวัฒนรัตน์ แพทย์อายุรกรรมโรคมะเร็ง โรงพยาบาลวัฒโนส โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า มะเร็งปอด ถือเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อย จากสถิติทั่วโลกล่าสุดพบว่าทุกปีมีคนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดปีละ 1.8 ล้านคน ในประเทศไทยมะเร็งปอดถือเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ในผู้ชาย และอันดับ 4 ในผู้หญิง แม้ว่ามะเร็งปอดไม่ได้เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด แต่มะเร็งปอดนั้นเป็นมะเร็งที่มีอัตรากการเสียชีวิต อันดับ 1 เนื่องจากมะเร็งปอดเป็นโรคร้ายแรง และมักพบมะเร็งเมื่อเป็นระยะกระจาย แม้โรคมะเร็งอื่นๆที่มีคนเป็นกันเยอะกว่า เช่น มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งต่อมลูกหมากแต่มะเร็งเหล่านี้ไม่ทำให้เสียชีวิต แต่มะเร็งปอดเป็นแล้วเสียชีวิตได้เยอะกว่าดังนั้นมะเร็งปอดจึงถือเป็นโรคที่น่ากลัวโรค บุหรี่กับมะเร็งปอด โดยปัจจัยเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอดหลักๆ คือ การสูบบุหรี่ รวมไปถึง การสูบบุหรี่มือสอง คือ ไม่ได้สูบเองแต่ได้รับควันบุหรี่จากผู้อื่น ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆในการเกิดมะเร็งปอดเช่น ก๊าชเรดอน (radon gas) เยื่อใยหิน (asbestos) และประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด ในช่วงก่อนมีบุหรี่นั้น โรคมะเร็งปอดถือ เป็นโรคประหลาดพบได้ไม่บ่อย แต่พอหลังจากมีการสูบบุหรี่อย่างกว้างขวาง ทำให้มีโรคมะเร็งปอดเกิดขึ้นในโลกนี้อย่างมากมาย การศึกษาต่อมาจึงพบว่าบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด ในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะ Tar ที่ทำให้ปอดเราเหมือนมียางมะตอยเกาะในปอด มีการประมาณกันว่า หากไม่มีบุหรี่ มะเร็งปอดจะลดลงถึง 80-90% ทั่วโลกเลยทีเดียว แต่ในกลุ่มชาวเอเชีย เช่น ชาวไทยนั้น มีลักษณะพิเศษของมะเร็งปอด คือ 40-60% ของมะเร็งที่เกิดในคนไทยไม่ได้มาจากการสูบบุหรี่ !!! แต่เกิดจากความผิดปกติของ gene บางอย่างในเซลล์ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เป็นมะเร็ง. สูบบุหรี่เกิดมะเร็งปอด แล้วมะเร็งอื่นด้วยหรือเปล่า บุหรี่ไม่ได้ทำให้เพิ่มความเสี่ยงแค่มะเร็งปอดแต่ยังทำให้เสี่ยงต่อมะเร็งเกือบทุกชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็นต้น เนื่องจากในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งมาก จึงทำให้เกิดมะเร็งได้หลายชนิด การวินิจฉัยมะเร็งปอด อาการของมะเร็ง เช่น ไอ เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด ไม่มีแรง เบื่ออาหาร ปวดตามตัวหรือกระดูก จะเห็นว่าอาการเหล่านี้ไม่จำเพาะกับมะเร็ง และพบได้บ่อยในผู้ที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว กว่ามะเร็งจะเกิดอาการมักเป็นระยะท้ายๆ ดังนั้น หมอจึงแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง คือผู้สูบบุหรี่มากกว่า 30 pack year (คำนวณจากจำนวนซองที่สูบต่อวัน x จำนวนปีที่สูบเช่น 2 ซองต่อวัน 15 ปี = 2×15 = 30 pack year เป็นต้น) หรือผู้ที่เลิกสูบน้อยกว่า 15 ปีมาตรวจ Low dose CT chest (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด) ปีละครั้งเพื่อการค้นหามะเร็งระยะแรก (lung cancer screening)ทำให้พบมะเร็งปอดระยะแรกซึ่งมีโอกาสรักษาหายได้มากขึ้น ถ้าหากแพทย์ผู้รักษาสงสัยจะส่งตรวจโดยการเจาะเนื้อที่ปอดมาดูเพื่อยืนยันชิ้นเนื้อ หลังยืนยันว่าเป็นมะเร็งปอด ก็จะมีการทำ CT หรือ PET/CT ร่วมกับ MRI สมองเพื่อวินิจฉัยระยะของโรค เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป การรักษามะเร็งปอด ถ้าเป็นระยะแรกก็ใช้การผ่าตัด ร่วมกับ การฉายแสงและเคมีบำบัดขึ้นกับผู้ป่วย ขนาดของมะเร็ง และตำแหน่งของมะเร็งหากเป็นระยะกระจายหรือที่เรียกกันว่า “ระยะที่4” นั้น จะใช้การรักษาด้วยยาซึ่งยาจะมีทั้ง เคมีบำบัด ยาพุ่งเป้า (targeted therapy) หรือ ยากลุ่ม immunotherapy ซึ่งถือเป็นยากลุ่มใหม่ที่ใช้รักษามะเร็งปอดและเริ่มมีการใช้มาในช่วง 4-5 ปีนี้ นับย้อนไปเมื่อ 20 ปีจนถึง 10 ปีที่ผ่านมาการรักษามะเร็งปอดยังไม่ค่อยมีอะไรใหม่ทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคนี้เสียชีวิตเร็วและเยอะมากจนสมาคมต่างๆทั่วโลกได้ให้ทุนและสนับสนุนการวิจัยเพื่อการรักษามะเร็งปอดจึงทำให้การรักษามะเร็งมีความคืบหน้าเร็วเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมานี้เอง ถึงแม้การรักษาจะดีขึ้นอัตราการมีชีวิตยาวมากขึ้น แต่ยังถือเป็นการตายจากมะเร็งอันดับ 1 อยู่นั่นเอง ดังนั้นหมอจึงอยากรณรงค์มาช่วยกันลด ละ เลิกสูบบุหรี่ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงแต่หากเป็นแล้ว ก็อยากพบมะเร็งปอดระยะแรกเพราะมีโอกาสรักษาหายได้

ต่อชีวิตผู้อื่นให้พ้นจากพิษภัยบุหรี่

จากคนที่เคยป่วยเป็นมะเร็งกล่องเสียงระยะที่สาม เพราะพิษร้ายจากการสูบบุหรี่จนกลายเป็นผู้พิการทางกล่องเสียง ชีวิตเกือบต้องพังพินาศ แต่หัวใจที่ไม่เคยท้อ การุณ เผด็จไกร ลุกขึ้นมาต่อสู้กับโรคร้าย ไปเรียนฝึกออกเสียงด้วยความมุ่งมั่น ควบคู่กับสร้างเสริมสุขภาพและกำลังใจตัวเอง การุณเปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่ห่างไกลบุหรี่ รวมถึงพัฒนาศักยภาพตัวเองจนก้าวสู่การเป็นนายกสมาคมผู้ไร้กล่องเสียงในประเทศไทย และอาจารย์ผู้ฝึกสอนให้ผู้ไร้กล่องเสียง เท่านั้นยังไม่พอ ยังร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  รณรงค์ให้ผู้สูบบุหรี่ได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของการสูบบุหรี่ผ่านประสบการณ์เรื่องเล่าชีวิตของตัวเอง


“เมื่อตอนอายุ 18 ปี ผมเป็นนักเขียนเรื่องสั้น นวนิยาย ก็เริ่มสูบบุหรี่ ในสมัยนั้นคือ เราเข้ากลุ่มวัยรุ่น เริ่มสูบวันละมวนสองมวนเรื่อยมา พอทำงานเครียดก็สูบมากขึ้นๆ จนกลายเป็นวันละซองสองซอง ผ่านไป 20 ปี สุขภาพร่างกายถดถอย เริ่มมีอาการเสียงแหบ เมื่อไปพบแพทย์ตรวจรักษาปรากฏว่าเป็นโรคมะเร็งกล่องเสียงระยะสาม” นายการุณกล่าว

นายกสมาคมผู้ไร้กล่องเสียงในประเทศ ไทยเล่าให้ฟังอีกว่า ตอนนั้นกำลังจะเดินทางไปญี่ปุ่นก็ต้องล้มเลิก เพราะถ้าไปแล้วอาการกำเริบหายใจไม่ออกจะเป็นอันตรายถึงชีวิต แพทย์เสนอแนวทางการรักษาให้ผ่าตัด จำได้แม่นยำเลย วันที่นัดผ่าตัด เพราะตรงกับวันเกิดของตัวเอง และเป็นวันที่ทำให้ตัวเองต้องกลายเป็นคนพิการ ตนกลายเป็นคนใบ้ พูดไม่ได้ ต้องไปหัดพูด หัดออกเสียงใหม่ ต้องไปฝึกกลืนลม ตอนนั้นเราอายุ 39 ปีแล้ว ต้องมาหัดพูดใหม่ ผ่านไปสามเดือนก็ยังพูดไม่ได้ ชีวิตสิ้นหวังเกือบจะฆ่าตัวตาย แต่เห็นลูกชายเพิ่งเตาะแตะก็คิดว่าตายไม่ได้

เส้นทางชีวิตของการุณเริ่มดีขึ้นตามลำดับ เขาได้ ทุนจากสมาคมผู้ไร้กล่องเสียงที่ญี่ปุ่น ผ่านการพิจารณาคัดเลือกไปเรียนฝึกออกเสียง ก่อนจะกลับมาสอนผู้ไร้กล่องเสียงที่ศิริราช นำมาสู่การจัดตั้งสมาคมผู้ไร้กล่องเสียง ปัจจุบันมี 31 ชมรมในประเทศไทย มีสมาชิกรวมกว่า 3,000 คน

“บางคนก็ผ่าตัดกล่องเสียง ภรรยาที่ไม่ได้สูบก็ต้องผ่าตัดด้วย ลูกสาวที่ไม่รู้เรื่อง แต่พ่อพ่นควันบุหรี่ใส่ โตขึ้นเป็นสาวก็ต้องผ่าตัดด้วย บุหรี่มันมีโทษทั้งต่อตัวคนสูบและคนไม่สูบด้วยเช่นกัน ยิ่งสอนก็ยิ่งเห็นคนผ่าตัดใหม่เข้ามา ทำให้คิดว่าถ้ามัวสอนแต่ไม่ป้องกันก็แย่แน่ ปัจจุบันร่วมมือกับมูลนิธิชมรมไม่สูบบุหรี่ และ สสส.สนับสนุน ทำให้การรณรงค์ชัดเจนยิ่งขึ้น” การุณถ่ายทอดประสบการณ์

การุณเล่าว่า ตนบอกเสมอว่าสูบบุหรี่แล้วเป็นมะเร็งปอด ก็มีเวลาแค่ 6 เดือน เขียนพินัยกรรม ส่วนถุงลมโป่งพองมีเวลา 10 ปี แต่มะเร็งกล่องเสียงมันประหลาด ผู้ป่วยไม่ถึงกับตาย แต่เป็นใบ้ ไร้เสียง ต้องใช้เวลาฟื้นฟูดูแลตัวเองและได้รับกำลังใจ ตนทำหน้าที่อาจารย์ผู้ฝึกสอนให้ผู้ไร้กล่องเสียงใช้เสียงได้อีกครั้ง เคยมีผู้ไร้กล่องเสียงบางคนท้อใจ เหนื่อยไม่ยอมมาฝึกต่อ โดนภรรยาต่อว่าก็ไม่ยอมมาฝึกต่อ จนลูกสาวต้องติดต่อมาหาอาจารย์ว่า พ่อไม่อยากมาฝึก ก็ต้องไปคุยกับเขา ทำความเข้าใจ สร้างพลังใจ

“ทำไมเวลาคุณสูบบุหรี่ กินเหล้า มีความสุขคนเดียว เคยชวนภรรยาไปไหม กลับบ้านตีสอง ใครเปิดประตูรอคุณ ตอนนี้เขาต่อว่าหน่อย คุณทนไม่ได้ จะต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ทำตัวใหม่ ปรากฏว่าคนนี้หายไป 1 ปี กลับมาเจอกันอีกที พูดได้เป็นเรื่องเป็นราว” การุณเผยสิ่งที่ต้องยึดมั่นใจการทำงานกับผู้ป่วยไร้กล่องเสียง

จากสถิติมีคนตายเพราะบุหรี่ปีละกว่า 50,000 ราย มีคนตายเฉลี่ยวันละ 170 คนจากการสูบบุหรี่

“ถ้าผมหยุดรณรงค์ 1 วัน มีคนตายเพิ่มอีก 170 คน” นี่คือเสียงจากการุณ
นายกสมาคมผู้ไร้กล่องเสียงฯ บอกว่า ในการทำกิจกรรมรณรงค์ลด ละ เลิกบุหรี่ คนสูบบุหรี่ส่วนใหญ่จะเชื่อในสิ่งที่เราถ่ายทอด เพราะตนเอาความเจ็บปวดจากการสูบบุหรี่ 30 ปีมาพูดใน 1 นาที ความเจ็บปวดจากการเป็นคนพิการ ให้หมอพูดก็มีน้ำหนัก พยาบาลพูดก็มีน้ำหนัก แต่ถ้าคนป่วยพูดเองมันมีน้ำหนักยิ่งกว่า

ตอนนี้การุณย่างเข้าวัย 70 ปีแล้ว ถามว่าเหนื่อยไหมกับงานที่ทำอยู่ตรงนี้ การุณยืนยันการออกไปรณรงค์เลิกบุหรี่ตามที่สถานที่ต่างๆ บางทีเดินทาง 2 วันไปถึง 4 จังหวัด ถามว่าเหนื่อยไหม ถึงเหนื่อยก็ต้องทำ ถ้าเราหยุดรณรงค์อาจจะมีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น เราไปช่วยสกัดนักสูบหน้าใหม่ ถ้าไปเจอคนไม่สูบบุหรี่ก็ดีหน่อย โชคดี เหนื่อยน้อยหน่อย บางครั้งลูกๆ เคยบอกว่า พ่อพอได้แล้ว อายุมากแล้ว พักได้แล้ว แต่ตนก็ยังยืนยันว่า เรายังมีแรง ทำได้อยู่

“เหนื่อยไหม เหนื่อย แต่ขอให้มีคนรับ ปากว่าจะเลิกบุหรี่ เขาเดินมาหาเรา ยื่นซองบุหรี่ให้เรา สัญญาว่าจะเลิก เราก็หายเหนื่อย สอนผู้ป่วยไร้กล่องเสียงพูด เหนื่อยไหม เหนื่อย แต่พอเขาออกเสียงได้ เราก็หายเหนื่อย นี่คือความสุขของคนทำงานตรงนี้ มีความสุขจริงๆ” การุณบอกด้วยรอยยิ้ม

แม้ช่วงหนึ่งของชีวิตจะกลายเป็นคนพิการพูดไม่ได้จนต้องกลับมาหัดพูดใหม่ จากวันนั้นถึงวันนี้ 30 ปีที่การุณอุทิศเวลาเพื่อผู้ป่วยไร้กล่องเสียงและรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่เลิกบุหรี่ได้รับรู้ความร้ายแรงของบุหรี่ และบุหรี่มือสอง ประสบการณ์ความผิดพลาดของการุณเปลี่ยนมาใช้เพื่อช่วยเหลือคนอื่น ทำให้ผู้ชายธรรมดาๆ คนนี้รู้สึกว่าชีวิตนี้คุ้มค่าและมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป.

“ถ้าผมหยุดรณรงค์ 1 วัน มีคนตายเพิ่มอีก 170 คน…เราไปช่วยสกัดนักสูบหน้าใหม่…เหนื่อยไหม เหนื่อย แต่ขอให้มีคนรับปากว่าจะเลิกบุหรี่ เดินมาหาเรา ยื่นซองบุหรี่ให้ สัญญาว่าจะเลิก เราก็หายเหนื่อย…”

บรรยายใต้ภาพ
การุณ เผด็จไกร นายกสมาคมผู้ไร้กล่องเสียงในประเทศไทย และอาจารย์ผู้ฝึก สอนให้ผู้ไร้กล่องเสียง