หนุ่มหื่นจี้สาวหวังข่นขืน เหยื่อสู้แย่งปืนยิงหมดแม็ก ดับคาที่

(20 ก.พ.) เวลาประมาณ 21.59 น. ร.ต.อ.สายันต์ นันทะพงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้เสียชีวิตที่บ้านห้วยหมากหล่ำ ม.6 ต.ทมนางาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางหลวงอุดรธานี หน่วยกุมภวาปี จุดบริการ อ.โนนสะอาด

ที่เกิดเหตุ บริเวณกระท่อมนาในเขตบ้านห้วยหมากหล่ำ ม.6 ต.ทมนางาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี พบ น.ส.พฤหัส อายุ 35 ปี อยู่ที่กระท่อมนาที่เกิดเหตุกับ น.ส.พราว และเด็กอายุ 6 เดือน เวลาประมาณ 20.00 น. น.ส.พฤหัส ลงมาจากกระท่อมนา เพื่อจะมาให้อาหารสุนัข แล้วได้ส่องไฟฉายไป พบนายประเวช ผู้ตาย ซึ่งแอบอยู่ที่ข้างต้นไม้ แล้วผู้ตายได้ส่องไฟฉายที่เตรียมมาด้วย ส่องใส่ น.ส.พฤหัส พร้อมกับยกมือเล็งข่มขู่ บังคับผู้ต้องหาให้ไปที่ลานหิน ซึ่งห่างจากกระท่อมนาประมาณ 8 เมตร แล้วได้ยิงปืนข่มขู่ จำนวน 1 นัด

จากนั้นผู้ตายได้ใช้ปืนจี้บังคับให้ผู้ต้องหาถอดเสื้อผ้าเพื่อจะข่มขืน ส่วนชายอีกคนที่มากับผู้ตาย ได้ขึ้นไปหา น.ส.พราว ที่กระท่อมนา และใช้อาวุธมีดจี้ข่มขู่หวังจะข่มขืนเช่นกัน ระหว่างนั้น น.ส.พฤหัส ได้หลอกให้ผู้ตายขึ้นไปที่กระท่อมนา เมื่อขึ้นไปที่กระท่อมนาแล้ว ผู้ตายได้ยิงปืนข่มขู่ น.ส.พฤหัส จำนวน 1 นัด น.ส.พฤหัสจึงคว้าเอามีดที่วางอยู่ข้างฝาบนกระท่อมนาฟันไปยังผู้ตาย จำนวน 1 ครั้ง แล้วแย่งอาวุธปืนจากผู้ตายยิงผู้ตายจนหมดกระสุน

ส่วนผู้ชายอีกคนที่มากับผู้ตาย หลังจากได้ยินเสียงปืนก็วิ่งลงกระท่อมนาแล้วหลบหนีไป น.ส.พฤหัส กลัวผู้ตายฟื้นจึงได้ใช้อาวุธมีดฟันไปอีก 2-3 ครั้ง แล้วได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ 191 เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นางสาว พฤหัส พร้อมของกลางที่ตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้น ขนาด.38 บรรจุ 6 นัด จำนวน 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง อาวุธมีด จำนวน 2 เล่ม ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ส่วนศพผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่กู้ภัยตำรวจทางหลวงพร้อมอุปกรณ์ส่องสว่างสนับสนุนที่เกิดเหตุ นำร่างผู้เสียชีวิตชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น

จับตา การต่อสู้ของธรรมกายติดธงสัญลักษณ์ ขยายผลสู่องค์กรพุทธนานาชาติ?

วันนี้ (21 ก.พ.60) มีข้อเรียกร้องหลายอย่างจากทีมวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่การขอให้เจ้าหน้าที่เปิดพื้นที่ให้บุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ค้า ผู้อยู่อาศัย ในเมืองแก้วมณี ฝั่งถนนเลียบคลองแอน เข้าไปภายในวัดจนถึงตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ ตั้งแต่การนำรั้วเหล็กมากั้นเสริมถึง 2 ชั้น พร้อมการปักธงที่เป็นตราสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธ และการเคลื่อนไหวของลูกศิษย์ที่เรียกร้องให้ยกเลิก มาตรา44 เป็นการเรียกร้องของฝั่งลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่อ้างว่า การใช้อำนาจมาตรา 44 ทำให้พวกเขาเดือดร้อนอย่างมากตั้งแต่เด็ก จนถึง คนชรา ที่อาศัยอยู่ในเมืองแก้วมณี ใจความสำคัญคือต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้ามาเจรจาเปิดทางให้สามารถเข้า-ออกสะดวก และอ้างว่า การนำเด็กมาอยู่ด้านหน้า ไม่ได้ต้องการนำมาเป็นโล่ห์มนุษย์หากมีการปะทะหรือเผชิญหน้า

รวมไปถึงการประท้วงของผู้ค้าที่อ้างว่าค้าขายในเมืองแก้วมณี พวกเขาอ้างว่า การใบขอใบอนุญาตแจ้งความจาก สภ.คลองหลวง เพราะต้องการเข้าไปประกอบอาชีพ ซึ่งตอนเช้าพบว่า มีการเคลื่อนย้ายเสบียงอาหารจำนวนมาก เข้าไปในเมืองแก้วมณี วัดพระธรรมกาย แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า ใบอนุญาตไม่ใช่ข้อตกลงของ สภ.คลองหลวงกับดีเอสไอ ทำให้ตอนบ่าย ทุกคนถูกสกัดห้ามเข้า และทำให้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ แต่พบว่าตำรวจตระเวณชายแดนแถวหน้าไม่ได้ตอบโต้ใดๆ แค่กันพื้นที่ไว้

การนำแผงเหล็กมาวางเสริมเป็น 2 ชั้น เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา ทางวัดให้คำชี้แจงว่า เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแนวรั้วเหล็ก โดยอ้างว่า ไม่ได้ต้องการทำไว้เพื่อป้องกันการปะทะ หรือการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้า ส่วนธงที่ปักไว้อย่างที่บอกเป็นธงสัญลักษณ์ศาสนาพุทธ ถูกติดไว้โดยรอบขอแนวรั้วเหล็กและรอบเต็นท์กลางถนนคลองแอน เรื่องนี้คนที่ติดตามการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายวัดพระธรรมกายและเจ้าหน้าที่ ต่างตั้งข้อสังเกตว่า เป็นกลยุทธ์ของฝ่ายวัดพระธรรมกาย ที่ต้องการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ เพื่อเป็นการขยายผลเรื่องนี้ ไปสู่องค์กรพุทธนานาชาติหรือไม่

ยุทธวิธีของตำรวจเห็นชัดเจนว่าไม่ตอบโต้ ปะทะ หรือเผชิญหน้าจนอาจเกิดความรุนแรง แต่วางแผนการเชิญเหตุ รับมือโดยนำแผงเหล็กมากั้นกลางถนนคลองหลวง เพื่อต้องการดักทางลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่จะข้ามฝั่งมาฝั่งถนนเลียบคลองเเอน เพราะตรงข้ามเป็นตลาดกลางคลองหลวง เป็นอีก 1 จุด ที่ มีพระ-ลูกศิษย์ปราศรัยสวดมนต์ตั้งแต่เมื่อวานนี้

ขณะที่วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ดูผ่อนปรนไม่นำตำรวจหญิงมารองรับเหตุการณ์เป็นแนวหน้าให้เห็น มีเพียงตำรวจตระเวนชายแดน ผลัดเปลี่ยนเวรกันทุก 1 ชั่วโมง

2 พี่น้องฆ่าหนุ่มใหญ่ถ่วงแม่น้ำ ฉุนลวนลามแม่วัย 62 ปี

จากกรณี ที่พบศพ นายอรุณ อายุ 43 ปี ไม่สวมกางเกง ใส่เสื้อยืดคอกลมสีน้ำตาล ถูกมัดมือและเท้า ไขว้หลังด้วยเชือกไนล่อนสีเขียว ที่บริเวณแขนและขาตั้งแต่ข้อพับ โดยสภาพศพถูกยิง และมัดติดกับแท่งเสาปูนคอนกรีต กว้าง 25 ซม. ยาว 80 ซม. ถ่วงทิ้งลงแม่น้ำยม แล้วลอยอืดขึ้นผิวน้ำ ที่บริเวณแม่น้ำยม หมู่ที่ 9 ต.สามง่าม อ.สามง่าม จ.พิจิตร เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา

ล่าสุด (20 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามง่าม จ.พิจิตร ได้ทำการจับกุมตัวนายพงค์พีระ อายุ 38 ปี และ นายวสันต์ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิจิตรที่ 21/2560 ลงวันที่ 19 ก.พ.2560 ที่ร่วมกันฆ่านายอรุณ แล้วนำศพมัดกับเสาปูน มาทิ้งลงแม่น้ำยม

พ.ต.อ.ชูศักดิ์ แจ่มฟ้า ผกก.สภ.สามง่าม จังหวัดพิจิตร ระบุว่า จากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบทราบจากทราบตัวผู้เสียชีวิต ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ใกล้เคียง ซึ่งพบว่าผู้ตายได้ทำการมาเช่าห้องอาศัยบ้านของผู้ต้องหา จึงได้ทำการควบคุมผู้ต้องหามาสอบสวน จนหนึ่งในผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่า เนื่องจากมีการทะเลาะกัน ก่อนจะร่วมกัน นำศพมัดกับเสาปูน มาทิ้งในแม่น้ำยม
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ในจุดที่เกิดเหตุ หมู่ที่ 9 บ้านยางโทน ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร พบว่า เป็นสถานที่ที่เปิดกิจการห้องเช่ารายเดือน โดยพบว่า นายอรุณ ผู้ตายเข้าเช่าอาศัย ในห้องเลขที่ 3 นานกว่า 2 เดือน ซึ่งในวันเกิดเหตุ นางแสวง แม่ของผู้ต้องหา อายุ 62 ปี ระบุว่า ขณะที่ตนเองทำกับข้าวอยู่หลังบ้าน ผู้ตายได้เดินเข้ามาก่อเหตุลวนลาม

เป็นจังหวะที่ลูกชายคนเล็กคือนายพงค์พีระเข้ามาเห็น จึงเกิดโมโหหยิบจอบที่บริเวณหลังบ้านมาตีผู้ตาย จากนั้นได้ให้ผู้ที่เป็นแม่เข้าไปในบ้าน ตนเองไม่ทราบว่าลูกก่อเหตุอะไรต่อ จนรุ่งเช้าไม่เห็นผู้ตายในห้องเช่า และมาทราบข่าวว่าผู้ตายหายตัวไป และมาทราบว่าลูกชายทั้ง 2 คน เป็นผู้ต้องหา

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ทำไปเพราะบันดาลโทสะ ที่ผู้ตายเข้าลวนลามจะทำร้ายผู้เป็นแม่พร้อมตั้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่น,ร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการเกิดการตายหรือเหตุแห่งการตาย,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มาของ “ชุดมหาลดาปสาธน์” มูลค่านับพันล้าน ที่ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายสวมใส่ในงานทอดกฐิน

กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพ หญิงสาวสวมใส่ชุดทองคำประดับประดาคล้ายรูปนกยูง ในงานทอดกฐินวัดพระธรรมกาย มีการระบุมูลค่า และที่มาของการสวมใส่ชุดดังกล่าวผ่านทาง www.dmc.tv โดยมีสาระสำคัญดังนี้
ชุดมหาลดาปสาธน์
หญิงที่ทำบุญถวายผ้าไตรจีวร เช่น ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เมื่ออานิสงส์ส่งเต็มที่ ย่อมได้เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ดังตัวอย่างของนางวิสาขามหาอุบาสิกาในครั้งพุทธกาล
เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ เป็นเครื่องประดับรูปนกยูง ที่มีนกยูงสถิตอยู่บนศีรษะ เหมือนยืนรำแพนและมีขนปีกทิ้งลงมาคลุมไปจนถึงหลังเท้า ประกอบด้วยเพชร 4 ทะนาน แก้วมุกดา 11 ทะนาน แก้วประพาฬ 20 ทะนาน แก้วมณี 33 ทะนาน ใช้เงินแทนด้าย ลูกดุมทำด้วยทอง มีมูลค่าถึง 90 ล้านกหาปณะ คิดเป็นมูลค่าเงินในปัจจุบันเทียบเท่าหลายพันล้านบาท โดยผู้ที่จะใช้เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ซึ่งมีน้ำหนักมากนี้ได้ นอกจากจะต้องมีทรัพย์มากแล้ว ยังต้องมีบุญด้วย เหมือนนางวิสาขาที่มีกำลังเท่ากับช้าง 5 เชือก
ด้วยเหตุนี้ทางวัดพระธรรมกายจึงได้สร้างเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์จำลอง เพื่อสาธิตให้ประชาชนได้เห็นอานิสงส์การถวายผ้าไตรจีวรในวันทอดกฐิน เป็นพุทธศิลป์ที่งดงาม โดยทางวัดพระธรรมกายจะกำหนดให้ญาติโยมที่มาวัดใส่ชุดสีขาวเหมือนๆกัน เพื่อความเรียบง่ายไม่ประดับประดาหรือแต่งมาอวดกัน เสมอภาคเหมือนกันทุกฐานะชนชั้นซึ่งทำมาตั้งแต่สร้างวัด ส่วนเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ไม่ใช่ชุดที่จะใส่มาวัด แต่สาธิตให้ญาติโยมได้เห็นเพื่อเป็นกำลังใจในการทำความดี และเมื่ออ่านเจอเรื่องราวของเครื่องประดับนี้ในคัมภีร์อรรถกถาธรรมบทจะได้นึกภาพออกโดยง่าย

พนง.ปล่อยรถหมอชิต เถียงกันยิงปืนขู่ ผดส.โดนลูกหลงเจ็บ

พนักงานปล่อยรถหมอชิต จาก 2 บริษัท เถียงกัน-ชักปืนลูกโม่ออกมายิงลงพื้น 1 นัด กระเด็นถูกผู้โดยสารสาวกำลังยืนซื้อตั๋วอยู่

เมื่อคืนวานนี้ (18 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 6 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ จุดเกิดเหตุบริเวณชั้น 3 ของอาคาร ซึ่งเป็นโซนซื้อตั๋วโดยสารรถประจำทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ตรวจสอบบริเวณใกล้กับร้านสะดวกซื้อ พบผู้โดยสารหลายคนยังตกใจกับเหตุการณ์ ห่างออกไปพบปลอกกระสุนปืนขนาด .22 ตกอยู่ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้โดยสารหญิงสาวที่โดนลูกหลง หลังจะมาจองซื้อตั๋วรถโดยสาร กระสุนถางเข้าใกล้ศีรษะ บริเวณกกหูข้างขวา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราชวิถี

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายชัยพร อายุ 45 ปี เป็นพนักงานควบคุมการปล่อยรถโดยสารของบริษัทแห่งหนึ่ง ขณะเกิดเหตุกำลังยืนพูดคุยกับคู่กรณี ที่เป็นพนักงานควบคุมการปล่อยรถโดยสารของอีกบริษัทหนึ่ง ก่อนทั้งคู่จะเริ่มมีปากเสียงกันในประเด็นการปล่อยรถออกจากท่ารถ

กระทั่ง นายชัยพร เกิดความใจร้อน ได้ชักอาวุธปืนที่พกมาออกมาขู่ ก่อนจะยิงลงที่พื้น 1 นัด แต่ทำให้กระสุนกระเด็นไปถูกผู้โดยสารที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว หลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุ ก่อนที่จะใช้ช่วงจังหวะชุลมุนหลบหนีไป

ภาพจากกล้องวงจรปิดตรงจุดเกิดเหตุ เพจเฟซบุ๊กครอบครัวข่าว 3 ได้เผยแพร่ไว้ เผยให้เห็นนาทีที่ผู้โดยสารที่นั่งรอรถโดยสารมีท่าทางแตกตื่นตกใจ พากันวิ่งหลบหนีเมื่อได้ยิงเสียงปืน ก่อนที่จะพบเห็นเจ้าหน้าที่ใกล้เคียง เดินเข้ามาระงับเหตุกับ 2 ชายที่ยืนมีปากเสียงกัน

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน เพื่อติดตามตัว นายชัยพร มาดำเนินคดี พร้อมกับเชิญคู่กรณีที่ผู้ก่อเหตุมีปากเสียงด้วยไปสอบปากที่ที่สถานีตำรวจด้วยเช่นกัน

ฆาตกร !! บีบคอลิเกสาวประเภทสองมีดแทงซ้ำ 6 แผลชิงทองหมกศพในห้องน้ำ

เมื่อช่วงเย็น วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 พ.ต.ต.ชาญชัย สงศิริ สว.สอบสวน สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านที่กำลังก่อสร้าง หมู่ 6 ต.ลาดงา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบด้วย พ.ต.อ.กิติศักดิ์ เกตุอร่าม ผกก. พ.ต.ท.สุกรี ผ่องโอภาส รองผกก.สส. สภ.เสนา แพทย์เวรโรงพยาบาลเสนา มูลนิธิร่วมร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใต้ถุนสูง 2 ชั้น ภายในห้องน้ำ ใต้ถุนบ้านชั้นล่าง พบศพนายชญานนท์ อายุ 35 ปี เป็นสาวประเภทสอง อยู่บ้านหลังหนึ่ง ม.6 ต.ลาดงา องเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา นอนเสียชีวิตจมกองเลือดสวมใส่เสื้อยืดคอกลมสีชมพู กางเกงขาลั้นลายสก็อต จาการตรวจสอบตามร่างกายบริเวณลำคอถูกบีบ จนเขียวช้ำ บริเวณหน้าอกด้านซ้ายมีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีด จำนวน 6 แผล

จากการสอบถามนางบังอร อายุ 52 ปี น้าของผู้ตายเล่าว่า ผู้ตายมีอาชีพรับจ้างเล่นลิเกกับคณะ ส.สำรวมศิลป์ ซึ่งเป็นคณะลิเกสาวประเพศสอง มีอาชีพเสริมรับจ้างแต่งหน้า และชอบไปช่วยโรงเรียนในละแวกใกล้เคียงสอนนักเรียน ในเรื่องของการแสดง รำไทย ช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆ โดยล่าสุดเพิ่งจะร่วม ในขบวนการเปิดงาน ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยา มรดกโลก ปกติผู้ตายเป็นคนนิสัยดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร

จนเมื่อเวลา 12.00 น. เห็นผู้ตายนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ จับใจความได้ว่า “อยู่บ้าน มาได้ โอเค” หลังจากนั้นผู้ตายได้หายออกจากบ้านไปพร้อมกับสร้อยคอหนัก 1 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง สร้อยข้อมือ 2 สลึง แหวนอีก 1 วง เป็นเวลานาน ตนรู้สึกผิดสังเกตุ จึงได้โทรศัพท์หาผู้ตายแต่ไม่มีใครรับสาย จยย.ของผู้ตายก็จอดอยู่ที่หน้าบ้าน คิดว่าผู้ตายคงไม่ได้ไปไหนไกล จนมาพบอีกทีนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ในห้องน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีพยานรายหนึ่งพบเห็นชายวัยรุ่นสวมใส่หมวกกันน็อคขับขี่รถจยย. มาจอดที่หน้าบ้านหลังเกิดเหตุ สักรยะหนึ่งขับขี่รถจยย.ออกไปด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคนที่โทรศัพท์มาหาผู้ตายแล้วออกไปพุดคุยกันเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ภายในห้องน้ำ

แล้วเกิดตกลงกันไม่ได้ จึงใช้กำลังทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทงจนเสียชีวิต ได้ส่งชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เข้ามาถึงบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ส่วนโทรศัพท์ของผู้ตายพบว่ามีการล็อคหน้าจอการเข้าใช้โทรศัพท์ได้นำไปให้ผู้ชำนาญการปลอดล็อค

กลุ่มเพื่อนสาวประเภทสอง ให้ข้อมูลว่าผู้ตายเป็นคนขยันทำงานเก็บเงินจำนวนมากไว้ในธนาคารบางส่วนมาซื้อเครื่องประดับ ไม่เคยหรือทราบว่าผู้ตายติดต่อหรือคบหากับใครมาก่อน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวคนร้ายที่ก็เหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด

ดูชัดๆ เปิด “อุโมงค์ลับ” ยาว 3 กิโลเมตร วัดพระธรรมกาย

วันนี้ (17 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ นำโดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย และพระลูกวัดจำนวนหลายรูป เดินทางเข้าตรวจสอบอุโมงค์ที่อยู่ภายใต้ น้ำพุ อาคารภาวนา 60 ปี ในพื้นที่ 2,000 ไร่ ในวัดพระธรรมกาย

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า อุโมงค์แห่งนี้ คืออุโมงค์ลับ ที่มีทางเชื่อมต่อออกไปสู่นอกวัดได้ โดยก่อนเข้าสำรวจ พระลูกวัด วัดพระธรรมกาย ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า อุโมงค์ดังกล่าว มีไว้เพื่อเก็บปั๊มน้ำจำนวนกว่า 100 เครื่อง ที่จะใช้สูบน้ำและผลักดันน้ำไปใช้กับน้ำพุจำนวน 12 ชั้น ที่ตั้งอยู่ด้านบน ไม่ใช่อุโมงค์ที่ไว้เชื่อมต่อกับภายนอกวัดอย่างที่เป็นข่าว เนื่องจากอุโมงค์นี้มีเส้นทางเป็นตัวยู คือไปแล้วกลับ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร

พระลูกวัด วัดพระธรรมกาย ยังระบุอีกว่า ปกติอุโมงค์แห่งนี้จะถูกปิดไว้ โดยจะเปิดก็ต่อเมื่อมีช่างซ่อมบำรุงเข้ามาซ่อมแซมอุโมงค์ หรือปั๊มน้ำ ส่วนพระสงฆ์ที่อยู่ภายในวัด หากไม่มีกิจจำเป็นก็จะไม่ได้เดินทางเข้ามา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบอุโมงค์ดังกล่าวใช้เวลาเดินจากประตูทางเข้าแล้ววกกลับมาขึ้นที่เดิมประมาณ 30 นาที เนื่องจากอุโมงค์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นตัวยู (U) กล่าวคือ ไม่สามารถเดินทะลุต่อกันได้ ต้องเดินกลับมาในทิศทางเดิม สำหรับอากาศภายในอุโมงค์ถ่ายเทดี โดยระหว่างทางเดินจะมีบ่อพักน้ำ และเครื่องสูบน้ำสำหรับทำน้ำตก 12 ชั้น ขณะที่บนเพดานของอุโมงค์จะมีท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ โดยระหว่างทางเดินจะมีสวิตซ์ไฟติดตั้งอยู่เป็นระยะ

แม่สุดช็อก! ส.ต.ท.ลูกชายปาดคอตัวเอง ดิ้นตายต่อหน้าต่อตา

(17 ก.พ.) ร.ต.ท.เฉลิม จ้อยร่อย รองสารวัตร (สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งเหตุมีชายใช้อาวุธมีดทำร้ายตัวเองเสียชีวิต ภายในบ้านพัก ชุมชนโสณมัยอร่ามดวง ซอยสาธุประดิษฐ์ 30 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ปลูกด้วยไม้ทั้งหลัง จากตรวจสอบภายในห้องนอนบนชั้น 2 พบศพ ส.ต.ท.ยสวัตร์ อายุ 26 ปี ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 3 กก.ควบคุมฝูงชน 1 บก.อคฝ. นอนหงายจมกองเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์ที่คอ ที่ซ้ายมือพบมีดทำครัวขนาด 5 นิ้ว มีรอยเลือดติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนางปาริชาติ มารดาผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาลูกชายเพิ่งกลับมาบ้านหลังจากออกจากเวรปฎิบัติหน้าที่ กินข้างแล้วขึ้นไปนอนพัก ต่อมาช่วงบ่ายตนได้นั่งพักอยู่ชั้นล่างของบ้านจู่ๆ ได้ยินเสียงดังโครมครามดังออกมาจากห้องลูกชาย จึงรีบวิ่งขึ้นไปดู เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นภาพลูกชายนอนดิ้นจมกองเลือด ตนจึงคว้าผ้าที่อยู่ในห้องพยายามห้ามเลือดแล้วตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนที่ลูกชายจะแน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตา

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า พส.ต.ท.ยสวัตร์ ได้ใช้อาวุธมีดฆ่าตัวตายเอ คาดว่าผู้ตายอาจมีความเครียดส่วนตัวทั้งจากหน้าที่การงาน หรือเรื่องชู้สาวที่เลิกรากับแฟนไป ซึ่งจะได้เรียกญาติและเพื่อนร่วมงานมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งนิติเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนให้ญาติรับศพประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

อดีตคนธรรมกาย แฉ! อาณาจักรธัมมชโย มีเป็นพันห้องร้อยอาคารไล่ไม่จนมุม

วันนี้ (17 ก.พ.60) เวลา 12.15 น.นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา ผู้ดำเนินรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ PPTVHD 36 ลงพื้นที่วัดพระธรรมกายบริเวณประตู 6 เพื่อสัมภาษณ์ นายชาติชาย บำรุงสุนทร อดีตวิศวกรที่อยู่ในวัดพระธรรมกายมากว่า 30 ปี ประเด็น “ธัมมชโย” หายไปไหน? ยังอยู่ในวัดหรือไม่

นายชาติชาย กล่าวว่า ในวัดพระธรรมกายมีอาคารเล็กและอาคารใหญ่นับได้รวม 100 อาคาร ส่วนห้องต่างๆ มีหลายพันห้อง ซึ่งการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตนตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่อาจมีเหตุผลของเขา คือ ถ้าตรวจแบบนับสต๊อกหรือโกดัก ต้องตรวจทั้งหมดทีเดียวเวลาเดียวเพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้า แต่เมื่อวานเป็นการตรวจทีละส่วน ซึ่งพระธัมมชโยอาจไปอยู่ส่วนอื่นที่ยังไม่ตรวจ และพรุ่งนี้ไปตรวจอีกที่ พระธัมมชโยอาจย้ายมาอยู่ในส่วนที่ตรวจแล้ว ส่วนจะใช้กำลังเท่าไหร่ในการตรวจค้นแบบครั้งเดียวทีเดียวเวลาเดียวต้องไปถามเจ้าหน้าที่

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า พื้นที่ของวัดพระธรรมกายมีนอกเขต 196 ไร่ และ 2,000 ไร่ ซึ่งซื้อทำสถานที่อบรมปฏิบัติธรรม อาจอยู่นอกสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นพื้นที่ซึ่งไม่นับรวมต่างประเทศ และไม่นับรวม 100 สาขาของวัดพระธรรมกายในประเทศ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าหลวงพ่อเคลื่อนย้ายได้

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า คุณคิดว่าที่นี่เขายึดถือศีลข้อ มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (เว้นจากการพูดไม่จริง) เป็นหลักหรือเปล่า ผมถามว่าท่านธัมมชโยที่พูดว่าไปพบ สตีฟ จอบส์ หลังความตาย มุสาหรือความสัตย์ หลวงพ่ออาจจะมีคุณวิเศษที่ไปรู้ชีวิตหลังความตายของสตีฟ จอบส์ ก็ได้ และท่านไปเหยียบขอบแดนอายตนะนิพพานมาแล้ว แต่ห่วงลูกๆ จึงยังเข้านิพานไม่ได้ เลยยั้งขาไว้จะพาลูกๆ เข้านิพานให้หมด รวมทั้ง มด ปลวก แมลง กิ้งกือ ไส้เดือน และหลวงพ่อมีคุณธรรมสูง จะเข้านิพานเป็นคนสุดท้าย

ส่วนคำถามที่ว่าเชื่อว่าหลวงพ่อป่วยหรือไม่และคิดว่าจะพบตัวหลวงพ่อธัมมชโยหรือไม่ นายชาติชาย กล่าวว่า คิดว่าหลวงพ่อป่วย แต่ไม่ถึงกับปฏิบัติตามกฎหมายไม่ได้ และในความเห็นของผมคือไม่เจอตัวหลวงพ่อธัมมชโย เหตุที่ไม่เจอเขาจะอธิบายกับลูกศิษย์ว่าหลวงพ่อมีคุณธรรมสูง ถ้าพวกนี้มาจับหลวงพ่อไปเข้าคุกเข้าตารางขึ้นศาลจะบาปหนัก หลวงพ่อมีเมตตาธรรมกับเจ้าหน้าที่ หลวงพ่อจึงใช้อภินิหารทำให้มองไม่เห็น

พ่อหวงลูกสาว 15 อยู่กับเพื่อนชาย คว้าปืนยิงเด็กหญิงไส้ทะลัก

(15 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชัยภูมิ เดินทางไปยังบ้านบ้านเลขที่68 หมู่ที่3 ซับเจริญ ตำบลวังชมพู อำเภอหนองบัวแดง เพื่อไปพบกับ นางสาวนุ่น อายุ 15 ปี ตามที่ชาวบ้านได้แจ้งทางโทรศัพท์ว่า พบเด็กหญิงนุ่นอาศัยอยู่กับย่า และลุงพิการ ภายในบ้านเก่าๆ กลางป่า ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ซ้ำร้ายไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้หลังจากที่เดินทางกลับจากโรงพยาบาลชัยภูมิ เนื่องจากบาดแผลภายในบริเวณหน้าท้องยังไม่สมาน

โดยเด็กหญิงนุ่น กล่าวว่า นายเนตร อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นพ่อบังเกิดเกล้า ใช้อาวุธปืนแก๊บตามไล่ยิงขณะนั่งเล่นอยู่ภายในบ้านเพื่อนสนิท หมู่บ้านเดียวกัน จากนั้นได้หลบหนีไปพร้อมกับอาวุธปืนที่ก่อเหตุ นายอนุชิต เพื่อนชาย ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภต.โนนเหม่า เข้าทำการช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล จากนั้นได้ติดตามตัวนายเนตร ผู้ก่อเหตุมาควบคุมไว้ที่ สภต.โนนเหม่า

นางสาวนุ่น เล่าว่า นายเนตร คือพ่อแท้ๆของตน ซึ่งได้แยกทางกันกับแม่ ตั้งแต่ตนอายุได้ 8 ขวบ ตนก็อยู่กับพ่อโดยลำพังมาโดตลอด โดยหลับนอนภายในบ้านเก่าๆ หลังเดียวกัน จนจบชั้น ป.6 พ่อไม่ให้เรียนต่อ ทุกครั้งที่ตนคบเพื่อนชายพ่อจะมีอาการหวงอย่างผิดปกติทุกครั้ง และล่าสุดตนได้คบหากับ นายอนุชิต ซึ่งพ่อได้ขัดขวางเรื่อยมา จนในวันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา ตนได้ไปนั่งเล่นที่บ้านของนายอนุชิต และกำลังเดินมาเข้าห้องน้ำ ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด และตนก็ล้มฟุบลง รู้สึกเจ็บซาไปทั่วร่างกาย มาทราบที่หลังว่าผู้ก่อเหตุคือพ่อของตนเอง

อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความผูกพันระหว่างเธอกับพ่อ น้องนุ่นมีสีหน้าแววตาเปลี่ยนไปและตอบคำถามอย่างสับสน พร้อมกับหลบสายตา และที่สำคัญเธอจะยุติการตอบคำถามทันทีเมื่อเอ่ยถึงพ่อ เพียงตอบสั้นว่า ไม่โกรธพ่อ อยากไปเยี่ยมพ่อบ้าง

หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้ขอให้เธอเปิดบริเวณบาดแผลให้ดู ผู้สื่อข่าวถึงกับผงะเมื่อพบว่า บริเวณหน้าท้องมีร่องรอยของการผ่าตัดเป็นทางยาว และบริเวณด้านข้างซ้ายลำตัวถูกเจาะเพื่อเป็นช่องทางในการขับถ่ายของเสีย โดยเธอเล่าว่า หมอแจ้งว่าจะต้องขับถ่ายด้านข้างตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบด้วยสายตาพบว่าบ้านพักอาศัยเป็นบ้านหลังเดียวที่ตั้งอยู่ห่างจากชุมชน เป็นบ้านที่เป็นห้องโล่งโดยเวลานอนจะนอนรวมกันทั้งหมด ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปาและเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ