เกรียนเต็มพิกัดกับ ‘Deadpool 2’

หลังจากเคยสร้างปรากฏการณ์ฮีโร่จอมรั่วมาแล้วใน ‘Deadpool’ ภาคแรก มาคราวนี้ ‘Deadpool 2’ ต้องเจอโจทย์ใหญ่ในการเอาชนะใจคอหนังซูเปอร์ฮีโร่ ที่ขณะนี้ ‘Avengers: Infinity War’ ครองแชมป์นอนรออยู่หลายสมัยใน Box Office ทั่วโลก

ในภาคนี้ ฮีโร่ปากเปราะสุดเกรียน Deadpool ต้องสูญเสียคนรักที่กำลังจะสร้างครอบครัวด้วยกัน ความเศร้าหมองนี้ทำให้ผองเพื่อน X-Men ต้องลากเขากลับมารับภารกิจใหม่ ในการช่วยเหลือ Russell เด็กน้อยที่เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ หรือ mutant ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของ Cable มือปราบแขนเหล็กที่ย้อนเวลามาสังหาร Russell ที่จะกลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์จอมโหดในอีก 50 ปีข้างหน้า หากมือของเขาได้เปื้อนเลือดในการทำลายล้างสถานรับดูแลเด็กเหนือมนุษย์เป็นครั้งแรก แต่ลำพัง คนเดียวคงทำไม่ไหว ต้องมาลุ้นว่า Deadpool และผองเพื่อนจะสามารถพิชิตภารกิจนี้ได้หรือไม่?

Deadpool รอบนี้ได้ฉากแอคชั่นที่ สวย ดิบ โหด ระห่ำ จากฝีมือการกำกับของ David Leitch ที่โด่งดังจากภาพยนตร์นักฆ่าผู้รักสุนัข John Wick และสายลับสวยเผ็ดดุ Atomic Blonde บวกกับการเขียนบทซึ่ง Ryan Reynolds มีส่วนร่วมในการใส่ความเป็นตัวเองลงไปในตัว Wade Wilson หรือ Deadpool แบบเน้นๆGoldenslot

และแน่นอนว่า Deadpool ยังคงสเน่ห์การจิกกัดภาพยนตร์ในจักรวาลของตัวเองและคู่แข่งแบบไม่กลัวค่าลิขสิทธิ์

ทำให้สาวกหนังซูเปอร์ฮีโร่และผู้ที่ชื่นชอบ Pop Culture จะถึงกับหัวเราะท้องคัดท้องแข็งกับมุขที่สาดใส่ไม่ยั้ง พอๆกับฉากแอคชั่นระเบิดภูเขาเผาประเทศแบบเปลืองเลือดเปลืองกระสุนกันอย่างเต็มอิ่ม

ขณะที่ Josh Brolin ที่มารับบทนักรบแขนเหล็ก Cable มีสเน่ห์แบบผู้ชายจริงจังผสมความขี้เก๊กและโก๊ะ ซึ่งทำให้ดูเพลินมากกว่าตอนที่รับบท Thanos ใน Avenger: Infinity War อยู่มาก

มีหลายฉากที่ขัดอกขัดใจอยู่บ้าง อย่างการเล่นมุขเยิ่นเย้อ และตัวละครที่ขาดน้ำหนักและความน่าสนใจ โดยเฉพาะหนูน้อย Russell ค่อนข้างก้าวร้าวและขาดสเน่ห์อย่างน่าเหลือเชื่อ และความรีบในการอัดมุขตลกจนเกินไป ก็ทำให้ความอินกับฉากซึ้งๆ หายไปมากพอสมควร

แต่สำหรับมุมมองผู้วิจารณ์แล้ว อยากให้คนที่เริ่มเบื่อกับมุขเดิมๆของหนังซูเปอร์ฮีโร่ เปิดใจและตั้งใจดูให้จบ เพราะตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงเครดิตตอนท้าย คือเส้นทางแห่งความสนุกสนาน ตื่นเต้น และบู๊มันส์ระห่ำจุใจไปทั้งเรื่อง