รีวิว Bumblebee

      นับว่าเป็นภาพยนตร์ที่คอหนังทั้งหลายต่างตั้งตารอคอยมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ สำหรับ Bumblebee ภาคแยกจากแฟรนไชน์หนังชื่อดังของ Transformers ผลงนการกำกับของผู้กำกับ ทราวิส ไนท์ (Travis Knight) ที่ตั้งใจเล่าเรื่องราวของเจ้ารถโฟล์กสีเหลืองที่เกิดขึ้นในยุค 80s ซึ่งเป็นการเข้ามาอยู่ในโลกครั้งแรกของเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ ซึ่งงานนี้ก็ได้นักแสดงสาว เฮลี ไตน์เฟลด์ ( Hailee Steinfeld) และ จอห์น ซีนา (John Cena) มาแสดงนำ

     Bumblebee ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1987 บัมเบิลบี ได้มาหลบภัยในลานเศษเหล็กของเมืองริมชายหาดเล็กๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และ ชาร์ลี ที่กำลังจะมีอายุครบ 18 ปี เธอได้พบรถโฟล์กสีเหลืองที่ผุพังและในที่สุดเธอก็ได้เรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงของบัมเบิลบี

      หากใครที่ได้ดู Transformers มาทุกภาคก็พบว่าภาคที่ดีที่สุดของเเฟรนไชน์ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นภาคแรกที่สร้างความประทับใจมากที่สุด ซึ่งมันเป็นความรู้สึกเดียวกันที่ได้ดู Bumblebee เรียกได้ว่าแค่เห็นการรวมตัวต่อสู้กันของเหล่าหุ่นยนต์ออโต้บ็อตส์ในตอนต้นของเรื่องก็ทำเอาแทบน้ำตาไหลกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะพระเอกของเรา บัมเบิลบี ในเวอร์ชั่นที่ยังมีเสียง บอกได้เลยว่าแทบกรี๊ดให้กับเสียงหล่อๆ ที่พากย์โดยนักแสดงจากเขาวงกต ดีแลน โอ’ไบรอัน (Dylan O’Brien)

      แน่นอนว่าในภาคแยกนี้เราก็ได้รู้สาเหตุของการไม่มีเสียงของเจ้าหุ่นยนต์เหลืองกันอยู่แล้ว ซึ่งคนที่ทำให้เขากลับมามีเสียงและมีชีวิตชีวาอีกครั้งไม่ใช่ใครที่ไหน ชาร์ลี แม่สาววัย 18 ปีนี่เอง โดยหนังได้เล่าเรื่องราวความรักความผูกพันธ์ระหว่างคนกับหุ่นยนต์ออกมาได้อย่างน่ารักและอบอุ่น เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของ บัมเบิลบี ที่ไม่ได้มีแต่ความขี้เล่นเหมือนครั้งที่เจอกันในภาคแรกของ Transformers เพียงอย่างเดียว ในยามปกติเขาก็เหมือนเด็กที่ยังไม่ประสีประสากับโลกใหม่ใบนี้ เมื่อถึงคราวที่ต้องต่อสู้วิญญาณทหารที่หลับใหลอยู่ในร่างเหล็กก็ถูกปลุกขึ้นมาปกป้องเหล่ามนุษย์ จนเกิดเป็นฉากแอคชั่นที่น่าตื่นตาฟัดกันมันแต่อาจจะไม่เท่าการระเบิดภูเขาเผากระท่อมเหมือนของ ไมเคิล เบย์ (Michael Bay)

     โดยรวมแล้วหนังสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี มีครบทุกรส ทั้งสนุกสุขเศร้าและอาจจะมีเคล้าน้ำตาบ้างในบางฉาก อย่างที่เคยบอกแล้วว่าการได้ดู Bumblebee นั้นเหมือนได้กลับไปสัมผัสกลิ่นไอของ Transformers ภาคแรก แต่เป็นเวอร์ชั่นที่น่ารักและอบอุ่นมาก และต้องยอมรับว่า เจ้าบัมเบิลบี และเพื่อนซี๊ ชาร์ลี รับบทโดย เฮลี ไตน์เฟลด์ ( Hailee Steinfeld) นั้นได้ถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่สวยงามออกมาได้อย่างกินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเอาเพลงในยุคนั้นที่อยู่ในวิทยุมาแทนเสียงของเจ้าหุ่นเหลือง เรียกได้เป็นมุกที่สร้างสรรค์และสร้างภาพจำจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของ บัมเบิลบี ที่ไม่เหมือนใคร เชื่อว่าคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้จะอิ่มอกอิ่มใจจนอยากกลับไปดูซ้ำกันอีกแน่นอน