รีวิว American Animals หนังปล้นล้นไอเดียบรรเจิด

thumbnail

อีกหนึ่งหนังฟอร์มเล็กที่มีดีในตัวเกินคาด บาร์ต เลย์ตัน ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เหมาน้าที่เขียนบทเองด้วย มาพร้อมกับไอเดียบรรเจิดมากมาย แล้วเหมือนร้อนวิชาระดมใส่ทุกอย่างลงไปในเรื่องนี้ แต่ดีที่มันไม่ล้นแต่ลงตัวได้รสชาติกลมกล่อม

แม้ว่าเป็นเรื่องที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่เล่าเหตุการณ์ปล้นที่ดัดแปลงมาจากเหตุการณ์จริง แต่บาร์ตก็หาทางฉีกจากขนบเดิม ๆ ได้ด้วยการเอาแก๊งปล้นจริงทั้ง 4 คน มานั่งเล่าเรื่องราวในอดีตสลับกับเรื่องราวของหนังที่เดินหน้าไปเรื่อย ๆ แต่เก๋ตรงที่ว่ามันผ่านการตัดต่อ ที่ลงตัว ไม่ได้ออกมาแนวสารคดี ไม่ได้เป็นบทสัมภาษณ์แต่เป็นการเล่าเรื่องราวด้วยท่าทางกวน ๆ ตัดต่อสลับไปมากับเหตุการณ์ในหนังที่บางครั้งก็เบรคอารมณ์ บางครั้งก็ช่วยส่งอารมณ์ทำให้ได้มุกฮาเสียงดัง ๆ อยู่หลายครั้ง

ผู้กำกับบาร์ต เลย์ตัน และ แบร์รี่ โคแกน นักแสดงนำ

แม้นี่จะเป็นหนังปล้น แต่ก็มาในทิศทางแปลกใหม่ เพราะเป็นการปล้นของเด็กวัยรุ่น ที่ทำไปด้วยความคึกคะนอง และมันเป็นการปล้นหนังสือโบราณมูลค่ามหาศาลจากห้องสมุด ที่มีบรรณารักษ์ป้า ๆ เฝ้าอยู่คนเดียว จึงทำให้รู้สึกว่าเป็นการจารกรรมที่ดูง่ายดายยั่วยวนใจ หนังมีหลาย ๆ อย่างที่ทำให้รู้สึกประทับใจมากขณะดู จะด้วยการตัดต่อเรื่องราวในหนังกับบุคคลจริงมาเล่าเรื่องอย่างที่กล่าวไป บทหนังสอดแทรกมุกมาตลอดทาง เป็นมุกที่กวนทีนด้วย กวนทั้งตัวละครในหนังและกวนทั้งบุคคลจริงที่มาเล่าเรื่องด้วยสีหน้าท่าทางอารมณ์ดี ผิดคาดจากความรู้สึกแรกที่เห็นตัวอย่างหนังมาก เข้าใจผิดไปว่านี่คือหนังเครียด ๆ หนัก ๆ

หนังเดินหน้าไปไม่เร็วนัก ค่อยเป็นค่อยไปแต่น่าติดตามในทุก ๆ ขั้นตอน เพราะที่ผ่านมาเราได้ดูกันแต่หนังปล้นฝีมืออาชญากรมืออาชีพ แต่นี่เป็นการปล้นของนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ไม่มีประสบการณ์ปล้นเลย มีแต่ความห้าวเป้ง หาข้อมูลการปล้นจากกูเกิ้ล และศึกษาวิธีการจากหนังปล้นเรื่องดัง

แรกเริ่มคู่หู สเปนเซอร์ และ วอร์เรน ตั้งใจจะปล้นกันแค่ 2 คน แต่ก็ขาดหัวสมองของทีมและคนขับรถ ก็เลยไปชักชวนอีริค และ แชส มาเพิ่มอีก 2 ด้วยความที่เป็นเด็กวัยรุ่นและการเล่าเรื่องแบบทีเล่นทีจริง จึงทำให้หนังเดินหน้าไปแบบคาดเดาไม่ได้ ว่าสุดท้ายแล้ว 4 เกลอนี้จะลงมือปล้นจริงหรือไม่ และขั้นตอนสำคัญที่ดูเป็นจุดอ่อนของห้องสมุดคือมีเพียงป้าบรรณารักษ์เฝ้าอยู่เพียงคนเดียว แต่กลับกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ของทีมคือการต้องลงมือจัดการกับป้าบรรณารักษ์ ที่ทั้ง 4 ต่างเกี่ยงกันเพราะไม่มีใครอยากจะทำร้ายคนแก่ ต่อจากนี้ก็ขอให้ไปติดตามดูแล้วกันว่าแผนปล้นของทั้ง 4 จะสำเร็จลุล่วงหรือไม่

องค์ประกอบอื่น ๆ ล้วนลงตัวไปหมด เป็นหนังปล้นที่ทำได้ดูสนุกได้โดยไม่ต้องมีฉากแอ็คชั่น ไม่มีการยิงปืนแม้แต่นัดเดียว ทั้งเพลงประกอบของหนังเป็นเพลงใหม่ไม่คุ้นหู แต่การเลือกแต่ละเพลงก็เข้ากับบรรยากาศในหนังแต่ละช่วง ช่วยส่งอารมณ์ของหนังได้ดี การตัดต่อไปมาระหว่างหนังกับบทสัมภาษณ์ก็เหมาะเจาะช่วยส่งอารมณ์และเติมเต็มเนื้อหาในแต่ละช่วงได้ดี การถ่ายภาพ การเคลื่อนกล้องดีไปหมด

การแคสติ้งยอดเยี่ยม งานแสดงอยู่ในระดับดี คู่หลักสเปนเซอร์ และ วอร์เรน เข้าขากันดี ดูแล้วรู้สึกว่า 2 คนนี้มันเพื่อนซี้กันจริง ๆ ตัวแสดงแม้ไม่ได้เลือกหน้าตามาเหมือนกับตัวจริง แต่ก็ยอมรับบุคลิกของแต่ละคนน่ะใช่ เด่นสุดคืออีแวน ปีเตอร์ ที่จดจำกันได้จากบท ควิกซิลเวอร์ จาก X-men ทั้ง 2 ภาค ด้วยบุคลิกกวน ๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้วต้องมารับบทเป็น วอร์เรน ตัวเซี้ยวที่สุดของทีมก็เลยดูใช่มาก แบร์รี่ โคแกน ดาราวัยรุ่นที่เริ่มเห็นหน้าบ่อยล่ะจาก Dunkirk และ The Killing of Sacred Deer มารับบท สเปนเซอร์ ตัวละครหลักของเรื่อง ที่ก็พอเล่นผ่านไปได้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรให้ชวนจดจำนัก

หนังเดินหน้ามาราบรื่นตลอด แต่ก็เสียดายที่มาทำให้รู้สึกขัดใจเอาในช่วงท้ายของหนังหลังจากฉากปล้น ที่หนังพลิกอารมณ์แบบก้าวกระโดดมาก จากครื้นเครงเฮฮาก็กลายเป็นดราม่า มีน้ำตาและความตึงเครียดระหว่างเพื่อนและพ่อแม่ให้เห็น  เหมือนกับว่าผู้กำกับเกิดสำนึกผิดชอบขึ้นมาได้ ว่าเราไม่ควรส่งเสริมไอ้เด็กพวกนี้ให้ดูเป็นฮีโร่นะ เดี๋ยวเด็ก ๆ ที่ดูจะเอาเยี่ยงอย่าง ก็เลยกลายเป็นว่าสาระมาเต็ม ข้อคิดผิดชอบชั่วดีสื่อกันชัด ๆ แบบไม่ต้องตีความ แม้เป็นหนังฟอร์มเล็กแต่ก็มีดีในตัวมากมาย ดูได้เพลิดเพลิน เห็นถึงความตั้งใจและไอเดียมากมายของผู้กำกับ เป็นหนังที่ควรค่ากับเวลาและค่าตั๋วครับ