มหา’ลัยของนักแสดงหนัง “APP WAR”

app-war

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับภาพยนตร์ APP WAR แอปชนแอป จากค่ายหนัง T Moment หลังจากที่ได้ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ออกมาไม่เพียงกี่วันเท่านั้น ยอดวิวก็ทะลุล้านไปแล้ว ซึ่งทุกคนที่ได้ชมตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องนี้ ต่างก็สงสัยกันว่านักแสดงทั้ง 7 คนเรียนที่ไหนกันบ้าง

นัท-ณัฏฐ์ กิจจริต : คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เอแบค
ปี 3 ได้เรียนการเขียนมือกับคอมพิวเตอร์ โปรเจกต์สุดท้ายของการเขียนมือ จำได้เลยว่ามันเหนื่อยมากๆ ตอนนั้นเปิดสตูอยู่กับเพื่อน เปิดห้องรวมตัวยัดๆ กันเข้าไป ทุกๆ สองชม.จะออกมาข้างนอกแล้วก็มานั่งคุยกันว่า ย้ายดีป่าววะ มันใช่หรอ เหนื่อยไปป่าว คำถามมันเยอะไปหมด แต่สุดท้ายก็พาลากกันมาจนถึงจุดผ่าน แล้วก็จบมาได้

จิงจิง-วริศรา ยู : คณะนิเทศศาสตร์ ม.เอแบค
คิดถึงครั้งหนึ่งที่อาจารย์ให้ทำหนังสั้นเรื่องหนึ่ง แล้วหนูนั่งเขียนบทเอง กำกับเอง แล้วก็เพื่อนผู้หญิงอีกคนมาตัดต่อ ถ่ายทำ เป็นหนังแนวโรแมนติกคอเมดี้ ก็สนุกดีค่ะ เพื่อนที่แสดงให้เราก็ตลกอยู่แล้ว ก็เลยแฮปปี้กับมันมาก อาจารย์นั่งดูก็นั่งขำใหญ่เลย

อร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติ (อร BNK48) : สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์
ตอนทำโปรเจกต์ Doll ทำตุ๊กตา เหมือนจะง่าย แต่คือไม่ง่ายเลย อาจารย์ให้เลือกว่าอยากทำยุคไหน เราก็ต้องพรีเซ้นท์ให้ผ่าน แล้วต้องมีการเย็บตุ๊กตาขึ้นมาซึ่งยากมาก เหมือนทำธีสิสจบตอนปี 4 เลยค่ะ แต่นี่จริงๆ หนูเรียนแค่ปีเดียวเอง ก็ต้องทำทุกอย่าง ทำแบรนด์นำมาประยุกต์ใช้ มีการใช้ Mood Board ขึ้นมา กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างได้ แต่คือมันก็สามารถนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ในการทำงานได้ อย่างตอนนี้หนูเล่นเป็น “มายด์” ก็ทำ Mood Board ขึ้นมาเลยว่ามายด์เป็นคนยังไง สังคมเป็นยังไง

เติร์ท-ธนาภพ อยู่วิจิตร : คณะบริหารธุรกิจ ม.กรุงเทพ
ประทับใจบรรยากาศปีแรกที่มีเพื่อนที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเยอะ แล้วก็เพื่อนที่เรียนในเมืองไทยด้วย กลุ่มใหญ่ 30 กว่าคน เป็นแก๊งค์ที่เฮฮามาก เวลาสองแก๊งค์นี้เดินไปไหนก็จะเจอเพื่อนที่เรียนด้วยกัน แล้วก็คุยกันสนุกสนาน แล้วตอนนั้นเพื่อนสนิทเติร์ทจะมีอพาร์ทเม้นท์ที่มีห้องรับแขกใหญ่ที่ทุกคนจะต้องเดินไปที่ห้องนั้น เคาะประตูแล้วก็จะอยู่นั่งเล่นกันที่นั่นตลอดเวลา มันเป็นความทรงจำที่เติร์ทไม่เคยลืม

หรั่ง-อภิวิชญ์ เรียร์ดอน : คณะสังคมศาสตร์ เอกประวัติศาสตร์ มศว
ผมคิดถึงความเป็นยูนีกของภาควิชาอะ คือเพื่อนๆ ไม่ได้เนิร์ด เด็กคณะสังคมจะมีแนวทางของมันเอง คือไม่ติสท์ แต่ก็ไม่ใช่โคตรเด็กเนิร์ด เป็นเด็กที่อยู่ตรงกลาง คือเราไม่ได้เจอคนที่เรียนด้านสเต็จในคณะศิลปกรรมเพื่อมาทำละครเวที เราเจอคนที่ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร เราเจอคนที่สนใจประวัติศาสตร์ แต่ไม่ได้คิดว่าจะเอาไปทำอะไรต่อในชีวิต แต่ผมไม่อยากให้มองว่าคนพวกนี้ไม่มีเป้าหมายในชีวิต มันแค่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นคนยืดหยุ่นขนาดไหน เขายอมเสียเวลาสี่ปีกับเรื่องตรงนี้ แต่ก็พร้อมจะไปค้นหาหนทางของตัวเองในอนาคตต่อไป

ทู-สิราษฎร์ อินทรโชติ : คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
วิชาที่ชอบเรียนมากที่สุดกลับเป็นวิชาปัญญาญี่ปุ่น มันเป็นวิชาเลือกที่ทำให้รู้จักประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นว่ามันเริ่มมาจากไหน มันทำให้เราเริ่มอินประวัติศาสตร์ เวลาไปเที่ยวก็สนุกมากขึ้น