พ่อหวงลูกสาว 15 อยู่กับเพื่อนชาย คว้าปืนยิงเด็กหญิงไส้ทะลัก

(15 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชัยภูมิ เดินทางไปยังบ้านบ้านเลขที่68 หมู่ที่3 ซับเจริญ ตำบลวังชมพู อำเภอหนองบัวแดง เพื่อไปพบกับ นางสาวนุ่น อายุ 15 ปี ตามที่ชาวบ้านได้แจ้งทางโทรศัพท์ว่า พบเด็กหญิงนุ่นอาศัยอยู่กับย่า และลุงพิการ ภายในบ้านเก่าๆ กลางป่า ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ซ้ำร้ายไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้หลังจากที่เดินทางกลับจากโรงพยาบาลชัยภูมิ เนื่องจากบาดแผลภายในบริเวณหน้าท้องยังไม่สมาน

โดยเด็กหญิงนุ่น กล่าวว่า นายเนตร อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นพ่อบังเกิดเกล้า ใช้อาวุธปืนแก๊บตามไล่ยิงขณะนั่งเล่นอยู่ภายในบ้านเพื่อนสนิท หมู่บ้านเดียวกัน จากนั้นได้หลบหนีไปพร้อมกับอาวุธปืนที่ก่อเหตุ นายอนุชิต เพื่อนชาย ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภต.โนนเหม่า เข้าทำการช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล จากนั้นได้ติดตามตัวนายเนตร ผู้ก่อเหตุมาควบคุมไว้ที่ สภต.โนนเหม่า

นางสาวนุ่น เล่าว่า นายเนตร คือพ่อแท้ๆของตน ซึ่งได้แยกทางกันกับแม่ ตั้งแต่ตนอายุได้ 8 ขวบ ตนก็อยู่กับพ่อโดยลำพังมาโดตลอด โดยหลับนอนภายในบ้านเก่าๆ หลังเดียวกัน จนจบชั้น ป.6 พ่อไม่ให้เรียนต่อ ทุกครั้งที่ตนคบเพื่อนชายพ่อจะมีอาการหวงอย่างผิดปกติทุกครั้ง และล่าสุดตนได้คบหากับ นายอนุชิต ซึ่งพ่อได้ขัดขวางเรื่อยมา จนในวันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา ตนได้ไปนั่งเล่นที่บ้านของนายอนุชิต และกำลังเดินมาเข้าห้องน้ำ ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด และตนก็ล้มฟุบลง รู้สึกเจ็บซาไปทั่วร่างกาย มาทราบที่หลังว่าผู้ก่อเหตุคือพ่อของตนเอง

อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความผูกพันระหว่างเธอกับพ่อ น้องนุ่นมีสีหน้าแววตาเปลี่ยนไปและตอบคำถามอย่างสับสน พร้อมกับหลบสายตา และที่สำคัญเธอจะยุติการตอบคำถามทันทีเมื่อเอ่ยถึงพ่อ เพียงตอบสั้นว่า ไม่โกรธพ่อ อยากไปเยี่ยมพ่อบ้าง

หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้ขอให้เธอเปิดบริเวณบาดแผลให้ดู ผู้สื่อข่าวถึงกับผงะเมื่อพบว่า บริเวณหน้าท้องมีร่องรอยของการผ่าตัดเป็นทางยาว และบริเวณด้านข้างซ้ายลำตัวถูกเจาะเพื่อเป็นช่องทางในการขับถ่ายของเสีย โดยเธอเล่าว่า หมอแจ้งว่าจะต้องขับถ่ายด้านข้างตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบด้วยสายตาพบว่าบ้านพักอาศัยเป็นบ้านหลังเดียวที่ตั้งอยู่ห่างจากชุมชน เป็นบ้านที่เป็นห้องโล่งโดยเวลานอนจะนอนรวมกันทั้งหมด ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปาและเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ

Please follow and like us:
0

ใส่ความเห็น