บทความ-ข่าวสาร

ท่องเที่ยวประเที่ยวจีน

ท่องเที่ยวประเที่ยวจีน

….การท่องเที่ยวในประเทศจีน มีการขยายตัวขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาตั้งแต่การเริ่มต้นของการปฏิรูปและการเปิดประเทศ การเกิดขึ้นของชนชั้นกลางเศรษฐีใหม่และการผ่อนคลายข้อจำกัดการเคลื่อนไหวโดยทางการจีนต่างก็เป็นการเพิ่มการบูมต่อการท่องเที่ยวนี้ ประเทศจีนได้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ชมมากที่สุดของโลก และเป็นการตลาดการท่องเที่ยวขาเข้าและขาออกที่ร้อนแรงที่สุด นับว่าการท่องเที่ยวของประเทศจีนมีความเฟื่องฟูอย่างยั่งยืนในอันดับต้น ๆ ของโลกประเทศจีนเป็นประเทศที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดเป็นอันดับสามของโลก โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 55.98 ล้านคนในปี ค.ศ. 2010 และมีรายได้จากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศถึง 45.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นอันดับ 4 ของโลกในปีดังกล่าว ตลอดจนมีผู้มาเยือนสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศรวมทั้งสิ้น 1.61 พันล้านคน กับรายได้รวมที่ 777.1 พันล้านหยวนตาม  …องค์การการท่องเที่ยวโลก ในปี ค.ศ. 2010 ประเทศจีนจะกลายเป็นประเทศท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดและมีกลุ่มเดินทางในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด ส่วนในแง่ของการใช้จ่ายการเดินทางขาออกทั้งหมด คาดว่าประเทศจีนจะมีการเจริญเติบโตเร็วที่สุดในโลกนับตั้งแต่ ค.ศ. 2006 ตลอดถึงปี ค.ศ. 2015 โดยก้าวกระโดดขึ้นสู่อันดับสองสำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางรวมในปี ค.ศ. 2015เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีนยังสร้างความพรั่งพรูในธุรกิจการท่องเที่ยว ในประเทศจีน เปอร์เซ็นต์ของยอดขายขึ้นอยู่กับธุรกิจการท่องเที่ยวที่สูงขึ้น 38% เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา 21% และ 28% ในสหราชอาณาจักร ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์การเดินทางทางธุรกิจ ค.ศ. 2013 สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก

กำแพงเมืองจีนสร้างเมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ก่อนสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกในประวัติศาสตร์จีน จุดประสงค์ก็เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางตอนเหนือ โดยมีการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยฮ่องเต้องค์ต่อมาอีกหลายพระองค์ จนสำเร็จในที่สุด กำแพงเมืองจีนถือเป็นงานก่อสร้างที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเท่าที่เคยมีมา

131

Please follow and like us:
0

อุทยานธารน้ำแข็งไห่โหลวโกว

• ไห่โหลวโกว เป็นชื่อภาษามุหยา ซึ่งมีความหมายว่าที่พักในเนินเขา มุหยาเป็นชนเผ่าดั้งเดิมที่อาศัยที่นี่และเคยเจริญรุ่งเรืองในประวัติศาสตร์ บริเวณนี้เป็นเขตย่านรอบตะเข็บในการตั้งถิ่นฐานระหว่างชนชาติทิเบตกับชนชาติฮั่นและเป็นเขตรอยต่อระหว่าง เขตเลี้ยงปศุสัตว์กับเขตการเกษตร ในกระบวนการที่ วัฒนธรรมของชาวปศุสัตว์และวัฒนธรรมข้าวชาวฮั่นเกิดความขัดแย้งและผสมกลมกลืนจนได้ยกระดับ และพัฒนาเป็นวัฒนธรรมชายขอบที่มีสีสันเข้มข้น


• ไห่โหลวโกว เป็นกลุ่มธารน้ำแข็งที่มีธารน้ำแข็งใกล้กับเส้นศูนย์สูตรที่สุด มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลต่ำมากที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจีน โดยมีธารน้ำแข็งใหญ่เล็กทั้งหมด 110 กว่าสาย สายที่ใหญ่ที่สุดกว้างประมาณ 1,100 เมตร ดูเหมือนน้ำตกน้ำแข็งที่ไหลเชี่ยวกรากลงมาจากท้องฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์
• ไห่โหลวโกว (Hailuogou Glacier Park) เป็นวนอุทยานธารน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในอำเภอหลู่ติ้ง (Luding) ปกครองตนเองชนชาติทิเบตกานจือ มณฑลเสฉวน ห่างจากนครเฉิงตูประมาณ 319 กิโลเมตร ห่างจากเมืองคังติ้งประมาณ 105 กิโลเมตร
• ไห่โหลวโกว เกิดจากลำห้วยที่มีน้ำแข็งเคลื่อนตัวละลายทางด้านตะวันออกของภูเขาก้งก่า ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 7,556 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเทือกเขาเหิงต้วน และธารน้ำแข็งที่ละลายก็จะไหลลงสู่แม่น้ำโม่ซีเหอซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำต้าตู้เหอ
• อุทยานธารน้ำแข็งธรรมชาติแห่งนี้เป็นภูเขาหิมะที่สูงสง่า มีบ่อน้ำพร้อน สัตว์ป่าและพรรณไม้นานาชนิด รวมทั้งพืชสมุนไพรจีนโซนหนาวอีกด้วย
• ไห่โหลวโกว ถูกนิตยสารเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกแห่งประเทศจีนยกย่องให้เป็น 1 ใน 6 ธารน้ำแข็งที่สวยที่สุดของจีน ที่นี่มีน้ำพุร้อนที่มีแรงเสน่ห์ดึงดูดคู่รักและครอบครัว มีป่าดิบที่คงสภาพดั้งเดิมอย่างดีที่สุด มีป่าธรรมชาติมากพอเทียบกับเกาะแทสเมเนียของประเทศ ออสเตรเลีย มีน้ำตกไหลจากเขาสูงและมีขนบธรรมเนียม ประเพณีของชนเผ่าที่แปลกตาน่าสนใจ
• ไห่โหลวโกว ที่นี่มีป่าต้นไม้ใบกว้างแบบสิบสองปันนา มีป่าต้นสนภูเขาแบบภูเขาฉางไป๋ซานบบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีป่าต้นเบิร์ชแบบที่ราบสูงภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีน้ำพุร้อนหลั่งไหลพลั่งพรูออกปรากฏการณ์ธารน้ำแข็ง ภูเขาหิมะและน้ำพุร้อนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน น้ำตกน้ำแข็งที่ไห่โหลวโกวเป็นน้ำตกน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ได้ค้นพบมา ยังเป็นหนึ่งในน้ำตกน้ำแข็งที่มีระดับต่างในการลดลงของน้ำมากที่สุดของโลกด้วย

Please follow and like us:
0

นครคุนหมิง

 

 นครคุนหมิงมีว่า เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ (Eternal Spring City) มีสภาพอากาศเย็นสบายตลอดปี ฤดูหนาวไม่หนาวจัด และฤดูร้อนไม่ร้อนมาก อุณหภูมิเฉลี่ย 15 -18 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ดี นครคุนหมิงมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร จึงมีอากาศเบาบาง ผู้ป่วยโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงต้องระมัดระวังสุขภาพเป็นพิเศษ ในระยะแรกที่เพิ่งเดินทางมาถึงนครคุนหมิง ควรงดการออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวที่รุนแรงรวดเร็วเกินไป หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลในระดับสูง เช่น ต้าหลี่ ลี่เจียง หรือแชงกรีล่าทันทีที่เพิ่งมาถึงนครคุนหมิง ควรใช้เวลาปรับร่างกายให้คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมเสียก่อน

2.  การคมนาคม

จีนใช้ระบบจราจรที่มีเดินรถฝั่งขวามือของถนน ถนนสายหลักในนครคุนหมิงมีการแบ่งช่องเดินรถสำหรับรถจักรยานและรถจักรยานยนต์บนผิวจราจรช่องขวาสุด

รถบัสโดยสารประจำทางของนครคุนหมิงมีเครือข่ายการเดินรถค่อนข้างครอบคลุมทั่วถึง โดยทั่วใหญ่มีอัตราค่าโดยสารตลอดสาย 1 หยวนสำหรับรถธรรมดา และ 2 หยวนสำหรับรถปรับอากาศ สามารถศึกษาเส้นทางได้จากแผนที่นครคุนหมิงที่หาซื้อได้ทั่วไป หรือบริการแผนที่ของเว็บไซต์ www.baidu.com

รถแท็กซี่มิเตอร์มีอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 8 หยวนสำหรับการเดินทางช่วง 3 กิโลเมตรแรก จากนั้นมิเตอร์จะปรับขึ้นในอัตรา 1.80 หยวน/กิโลเมตร นอกจากนี้ ต้องเสียค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มอีก 1 หยวน (อัตราค่าน้ำมันเชื้อเพลิงกำหนดโดยคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งมณฑลยูนนาน) การใช้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์หลังเวลา 22.00 น. อัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 9.6 หยวนสำหรับการเดินทางช่วง 3 กิโลเมตรแรก จากนั้นมิเตอร์จะปรับขึ้นในอัตรา 2.4 หยวน/กิโลเมตร บวกค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มอีก 1 หยวน

นครคุนหมิงมีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ปัจจุบัน มีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการแล้ว 3 สาย ได้แก่ สาย 6 ท่าอากาศยานฉางสุ่ยคุนหมิง-สถานีขนส่งสายตะวันออก(อยู่ระหว่างขยายเส้นทางเชื่อมต่อจากสถานีขนส่งสายตะวันออกไปยังใจกลางตัวเมือง) สาย 1 เมืองมหาวิทยาลัย เขตเมืองใหม่เฉิงก้ง-สถานีรถไฟคุนหมิง(อยู่ระหว่างขยายเส้นทางเชื่อมต่อจากสถานีรถไฟคุนหมิงไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมือง) และสาย 2 สถานีขนส่งสายเหนือ-สถานีรถไฟคุนหมิง(อยู่ระหว่างขยายเส้นทางเชื่อมต่อจากสถานีรถไฟคุนหมิงไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมือง)

ท่าอากาศยานฉางสุ่ยคุนหมิงเปิดใช้งานแทนที่ท่าอากาศยานอู่เจียป้า สนามบินแห่งเก่าของคุนหมิง เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2555 เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ทั้งนี้ จากท่าอากาศยานฉางสุ่ยคุนหมิงสามารถเดินทางไปยังตัวเมืองคุนหมิงโดย 1) รถ Shuttle Bus บริเวณประตูทางออกชั้นผู้โดยสารขาเข้า (รถบัสสีขาว 13 หยวน และรถบัสสีทอง 25 หยวน) 2) รถไฟฟ้า สาย 6 ท่าอากาศยานฉางสุ่ยคุนหมิง-สถานีขนส่งสายตะวันออก(สามารถโดยสารรถบัสโดยสารประจำทางต่อไปยังตัวเมือง) และรถแท็กซี่มิเตอร์บริเวณประตูทางออกชั้นผู้โดยสารขาเข้า

การเดินทางจากนครคุนหมิงไปยังต่างเมือง หรือต่างมณฑล สามารถเดินทางโดย 1) เครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานฉางสุ่ยคุนหมิง 2) รถบัสโดยสารทางไกล ณ สถานีขนส่งสายเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก (สามารถเดินทางไปโดยรถบัสโดยสารประจำทาง ทั้งนี้ สถานีขนส่งสายเหนือ ใต้ และตะวันออก สามารถเดินทางไปโดยรถไฟฟ้า) และ 3) รถไฟ ณ สถานีรถไฟคุนหมิง ถนนเป่ยจิงลู่

3.  การจับจ่ายใช้สอย

เงินหยวนมีอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 5.4 บาท ร้านค้าส่วนใหญ่ในจีนรับชำระค่าสินค้าและบริการเป็นเงินหยวนเท่านั้น หากประสงค์จะชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรเดบิต/บัตรเครดิต ต้องเป็นบัตรที่มีสัญลักษณ์ UnionPay เท่านั้น เนื่องจากร้านค้าส่วนใหญ่ในจีนไม่รับบัตร Visa และ Master Card อย่างไรก็ตาม บัตร Visa และ Master Card สามารถกดเงินสดได้จากตู้เอทีเอ็มที่มีสัญลักษณ์ Visa และ Master Card

4.  อาหาร

ร้านอาหารในมณฑลยูนนานมีความหลากหลาย ทั้งอาหารท้องถิ่น ได้แก่ เหลียงหมี่เสี่ยน(ลักษณะคล้ายขนมจีนคลุกกับเครื่องปรุงขลุกขลิก) กั้วเฉียวหมี่เสี่ยน(ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน) เต้าหู้เหม็น ซึ่งมีรสชาติเผ็ด เค็ม และมัน รวมทั้ง อาหารตะวันตก ฟาสต์ฟูด อาหารเกาหลี อาหารญี่ปุ่น อาหารอินเดีย

ทั้งนี้ อาหารไทยก็ได้รับความนิยม ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในนครคุนหมิง 6 ร้าน อาทิ ร้านเยาวราช (2 สาขา) ร้าน Moonlight Corner (2 สาขา) ร้านแซ่บเว่อร์ (2 สาขา) ร้านอาหารไทยโรงแรม Wyndham ร้านชิมไทยโรงแรมฮอลิเดย์อิน ร้านอาหารไทยอร่อยดี และร้าน Enjoy Thai

หากต้องการปรุงอาหารไทยรับประทานเอง สามารถซื้อเครื่องปรุงอาหารไทยได้ที่ร้านกินรี ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าหยุนฝาง

5.  สถานที่ท่องเที่ยว

นครคุนหมิงมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ได้แก่ เขาซีซาน(ประตูมังกร) หมู่บ้านชนชาติยูนนาน วัดหยวนทง จินเตี้ยน(วิหารทองสัมฤทธิ์) อุทยานป่าหิน และถ้ำจิ่วเซียง โดยสามารถติดต่อสอบถามบริการนำเที่ยวแบบ One Day Trip สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวข้างต้นได้จากบริษัทนำเที่ยวในนครคุนหมิง

มณฑลยูนนานมีแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A จำนวน 6 แห่ง มากเป็นอันดับ 1 ในภาคตะวันตกของจีน ได้แก่ อุทยานป่าหิน (คุนหมิง) ภูเขาหิมะมังกรหยก (ลี่เจียง) เมืองโบราณ (ลี่เจียง) เจดีย์ 3 องค์ (ต้าหลี่) สวนพฤษศาสตร์ (เขตฯ สิบสองปันนา) และอุทยานแห่งชาติผู่ต๋าช่อ (อำเภอแชงกรีล่า เขตตี๋ชิ่ง)

6.  ธนาคาร

ชาวต่างชาติสามารถเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์ของจีนได้ทั้งเงินหยวนและเงินสกุลต่างประเทศ สามารถขอมีบัตรเดบิต/บัตรเครดิต และโอนเงินระหว่างประเทศได้ นอกจากนี้ มีธนาคารไทยที่นครคุนหมิง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ซึ่งสามารถให้บริการดังกล่าวได้เช่นกัน ยกเว้นการขอมีบัตรเดบิต/บัตรเครดิต และธุรกรรมเงินหยวน

การโอนเงินจากต่างประเทศไปยังบัญชีธนาคารในจีนสามารถดำเนินการได้โดยเสรี ไม่จำกัดจำนวน แต่สำหรับการโอนเงินออกนอกประเทศจีน หากจำนวนสูงกว่า 500 ดอลลาร์สหรัฐ (บุคคลธรรมดา) และ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (นิติบุคคล) จะต้องแสดงหลักฐานที่มาของเงิน หรือขออนุญาตจาก State Administration of Foreign Exchange ก่อน

Please follow and like us:
0

หุบเขาจิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou)

 

 อุทยานสระสวรรค์ จิ่วจ้ายโกว

ตั้งอยู่ในบริเวณทางทิศเหนือของมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในบริเวณตอนใต้ของเทือกเขาหมิงซาน จิ่วไจ้โกว อยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองเฉิงตูราว 500 กิโลเมตร

อุทยานจิ่วจ้ายโกว หรือที่ชาวตะวันตกเรียกขานกันในนาม‘ดินแดนแห่งเทพนิยาย’ ตั้งอยู่ในอำเภอหนันผิงเขตปกครองตนเองของเผ่าเชียงชนชาติทิเบตทางตอนเหนือของมณฑลซื่อชวนหรือเสฉวน ภาคตะวันตกของจีน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 720 ตารางกิโลเมตร ท่ามกลางหุบเขาที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปมา โตรกธารลดเลี้ยวผ่านผาสูงและน้ำตกขนาดใหญ่ ก่อเกิดเป็นทิวทัศน์อันตระการตาโดดเด่นด้วยสีสันของภาพภูมิทัศน์โดยรอบ
จิ่วไจ้โกวเป็นธารน้ำสองสายที่ไหลมารวมกัน สายหนึ่งไหลมาจากฉางไห่ (ทะเลสาบยาวด้านตะวันตก อีกสายหนึ่งไหลมาจากตาน้ำที่ป่าดึกดำบรรพ์ ทางด้านตะวันออก สองสายธารไหลคู่ขนานแล้วมาบรรจบกันที่ใกล้บริเวณทะเลสาบกระจก หรือจิ้งไห่ จากนั้นไหลรวมกันลงไปสู่แม่น้ำขาวหรือไป๋สุ่ยเจียง มีลักษณะเป็นรูปตัววาย

จุดเด่นของ จิ่วจ้ายโกว มีอยู่ด้วยกัน 5 อย่างคือ

1. ทะเลสาบน้ำจืดขนาดน้อยใหญ่ที่มีจำนวนมากถึง 144 แห่ง
2. ใบไม้เปลียนสีที่ดูงดงามในต้นฤดูใบไม้ร่วง
3. เทือกเขาที่ยอดเขาปกคลุมไปด้วยหิมะที่แสนงดงาม
4. น้ำตกขนาดน้อยใหญ่และลำธารมากมายที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในหุบเขา
5. หมู่บ้านทั้งเก้าของชนเผ่าต่างๆของชาวทิเบต



‘จิ่วไจ้โกว’ ในภาษาจีนหมายถึง แควเก้าหมู่บ้าน (คำว่า จิ่ว = เก้า, ไจ้ = หมู่บ้าน, โกว = แควหรือธารน้ำ) โดยมีที่มาจากชนชาติทิเบต 9 หมู่บ้านที่อาศัยอยู่ริมธารน้ำบริเวณนี้มาแต่เดิม จิ่วไจ้โกวได้รับการเรียกขานจากชนเผ่าทิเบตว่าเป็น ‘ขุนเขาธารน้ำอันศักดิ์สิทธิ์’ ดังนั้นสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นขุนเขา ป่าไม้ ลำน้ำ หรือหินทุกก้อนล้วนได้รับการเคารพจากชนเผ่าพื้นเมืองทิเบต ปัจจุบันผืนป่าโบราณอันอุดมแห่งนี้จึงยังคงได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดี
จิ่วไจ้โกวเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าทางตอนใต้ของเทือกเขาหมินซาน และเป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำเจียหลิงที่เป็นสาขาหนึ่งของลำน้ำฉางเจียง(แยงซีเกียง) ตั้งอยู่ริมชายขอบของที่ราบสูงทิเบตดินแดนแห่งหลังคาโลก เป็นเขตต่อเชื่อมจากที่ราบสูงทิเบตสู่มณฑลซื่อชวน สภาพทางนิเวศวิทยาของบริเวณนี้เป็นร่องรอยที่เกิดจากแรงอัดและการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกหนุนขึ้นมาจนอยู่ในระดับสูง ทำให้เกิดร่องหินคดเคี้ยวเป็นทางยาว มีทั้งยอดเขาหิมะสูงเสียดฟ้า และหุบเขาลึก เฉพาะเขตที่มีการเปิดให้สาธารณชนเข้าชมก็มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 2,000 – 3,100 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 7 – 8 องศาเซลเซียส ด้วยสภาพภูมิประเทศที่มีความสูงต่ำแตกต่างกันอย่างมากมายนี้ ได้ทำให้สภาพภูมิอากาศและพืชพรรณสัตว์ป่าก็มีความหลากหลายและซับซ้อนยิ่งขึ้น

‘น้ำ’ถือเป็นจุดดึงดูดที่สุดในบรรดาสุดยอดความงามของทิวทัศน์จิ่วไจ้โกว ทั้งในด้านรูปลักษณ์ สีสัน ความหลากหลาย อีกทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงามยิ่งใหญ่ ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อเลื่องลือระดับชาติของจีน
ความงามประหลาดของน้ำในจิ่วไจ้โกวนั้น มีสาเหตุจากการที่แหล่งน้ำในบริเวณนี้มีการสะสมของธาตุแคลเซี่ยมเจือปนอยู่ในปริมาณสูง อีกทั้งโดยมากเกิดกับพืชซึ่งจมอยู่ใต้ท้องน้ำ ทำให้ทะเลสาบและธารน้ำของที่นี่มีสีสันสดใสงดงามแปลกตา ธารน้ำในจิ่งไจ้โกวประกอบด้วยธารน้ำหลัก 2 สายไหลมาบรรจบกันเป็นรูปตัววาย (Y) มีความยาว 50 กว่ากิโลเมตร ตลอดแนวธารน้ำปรากฏบึงน้ำ ทะเลสาบ น้ำตกและโตรกธารมากมาย สายน้ำสีเขียวใสเลี้ยวลดอยู่ระหว่างแมกไม้ราวกับสายสร้อยมรกตที่ประดับอยู่บนอาภรณ์แห่งป่าเขาลำเนาไพร ทะเลสาบเลื่อมสลับลายและน้ำตกที่สูงสง่าอลังการ ทำให้ผู้คนที่มาเยือนไม่อาจละสายตาได้

สำหรับป่าไม้โบราณที่ครอบคลุมอาณาบริเวณในจิ่วไจ้โกวกว่าครึ่ง แน่นครึ้มไปด้วยพืชพรรณแมกไม้หลายหลาก ทั้งยังเป็นแหล่งชุมนุมของสัตว์ป่าและนกนานาชนิด และเนื่องจากสภาพภูมิอากาศมีความแตกต่างกัน ดังนั้นชนิดหรือพันธุ์พืชก็แตกต่างไปตามสภาพทางภูมิศาสตร์ และอากาศ นับตั้งแต่พันธุ์ไม้โบราณ พันธุ์ไม้หายาก พันธุ์ไม้ที่ขึ้นในป่าดิบชื้น พันธุ์ไม้ที่ผ่านการปรับตัวทางพันธุกรรม และเฟิร์นชนิดต่าง ๆที่มีคุณค่ามากมาย ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าธรรมชาติกว่า 3 พันตารางกิโลเมตร สัตว์และพันธุ์พืชกว่า 2,000 ชนิด สัตว์อนุรักษ์อีก 17 ชนิด รวมทั้งสัตว์สงวนอย่าง แพนด้า กระทิง ค่างขนทอง ละมั่งลายจุด กวางปากขาว แพนด้าจิ๋ว ลิงกัง ไก่ฟ้า ห่านฟ้า เป็นต้น
ปัจจุบัน เส้นทางอุทยานที่เปิดให้สาธารณชนได้เข้าชมมีความยาว 49 กิโลเมตร จากพื้นที่ 3 ใน 9 แคว โดยรัฐบาลจีนได้จัดทำบันไดไม้ปูลาดเป็นทางยาวเลียบไปกับเส้นทางน้ำ ผ่านโตรกธาร บึงน้ำ สระมรกต และน้ำตก เพื่อให้ได้ชื่นชมกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจัดรถปลอดมลพิษไว้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวที่เมื่อยล้าหรือต้องการเดินทางไปชมในเขตที่ห่างไกลออกไป

ความงามแห่งสีสัน
จิ่วจ้ายโกวมีชื่อเสียงด้านความงามแห่งสีสันที่แปลกเปลี่ยนไม่รู้จบ ทะเลสาบผุดขึ้นท่ามกลางหมู่แมกไม้เขียวขจี น้ำใสเป็นประกายชุ่มฉ่ำ ยอดเขาประกายหิมะ ตัดกับท้องฟ้าใสสีครามสลับปุยเมฆขาวเบาบาง เงาไม้หลากสีสันต้องแสงแดดสะท้อนลงบนผิวน้ำใสราวกระจกของทะเลสาบ เกิดเป็นภาพธรรมชาติอันงดงามที่แปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาลผลิ ร้อน ร่วง หนาว ไม่ว่ายามสงัดฟ้าใส หรือฝนตกฟ้าคะนอง ยามเช้าหรือยามเย็น หิมะโปรยหรือยามฝนพรำ สีของน้ำในทะเลสาบก็จะแปรเปลี่ยนไป บ้างเขียวครึ้ม ผสมน้ำเงินเข้ม บ้างฟ้าเขียวสดใส อีกทั้งสาหร่ายและพืชพรรณใต้น้ำที่สะท้อนเงาแดดต่างประชันขันแข่งกันให้สีเขียวมรกต เหลืองบุษราคัม ชมพูจนถึงแดงอ่อน ราวกับเพชรพลอยที่ส่องแสงสะท้อนบาดตา

ยามฤดูใบไม้ผลิ แมกไม้ผลิดอกใบ ทั้งสีแดง เหลือง ม่วง ขาว ของดอกกุหลาบพันปี ต้นท้อและแพร์ป่า สีขาวของลูกแพร์ สลับกับใบอ่อนสีเขียว ที่กำลังผลิดอกออกใบสะพรั่งในฤดูกาลนี้ เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน ป่าทั้งผืนจะกลายเป็นสีเขียวไล่ระดับตั้งแต่เขียวอ่อน เขียวสดใส เขียวเจิดจ้า เขียวเข้ม สะท้อนถึงความเข้มข้นของชีวิตอันอุดมในผืนป่าแห่งนี้ เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน ต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่รอบทะเลสาบจะทยอยผลัดใบเปลี่ยนสีร่วงลงสู่ทะเลสาบ สร้างสีสันให้กับโลกใต้น้ำ ยิ่งกว่าภาพวาดที่จิตรกรจะสรรค์สร้างแต่งเติม ป่าผลัดใบเป็นสีสันฉูดฉาด บ้างเป็นสีส้มเข้ม เหลืองอ่อน แดงชาด แดงเข้ม จนถึงแดงคล้ำ ใบไม้ที่ร่วงหล่น ทำให้เส้นทางสู่ขุนเขาทอดตัวกลายเป็นสีแดงฉาน ราวกับภาพวาดสีน้ำมันบนผืนผ้าใบ ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ทุกหนแห่งถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวสะอาดตา น้ำตกที่แข็งตัว เป็นเส้นสาย หยดย้อยลงมาราวกับม่านสีเงิน ส่องประกายวิบวับในแสงแดดอ่อน ผืนป่าถูกปกคลุมด้วยหมอกขาวบางเบา ดูราวกับภาพในฝัน สายธารน้ำสีเงินผนึกตัวเป็นแผ่นน้ำแข็ง ราวกับกระเบื้องเคลือบชั้นดี ที่ประดับตกแต่งด้วยเพชรพลอยสีสดใสอยู่ภายใน

จิ่วจ้ายโกวเป็นผลงาน สร้างสรรค์ด้วยมือมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ขุนเขาเขียวขจี สายน้ำใสสะอาดไหลริน ขุนเขาโอบล้อมสายน้ำ สายน้ำพันรัดขุนเขา ขุนเขาสายน้ำสอดประสาน แมกไม้สายธารแนบชิด นับเป็นทิวทัศน์อันสดชื่นกระจ่างตา ภายใต้การจัดวางของธรรมชาติ ทุกสิ่งหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เป็นความงามที่มนุษยชาติสุดจะได้พานพบในโลกนี้

ข้อมูล

อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว มรดกโลกทางธรรมชาติ ปีค.ศ. 1992
ที่ตั้ง- ทางตอนเหนือของมณฑลซื่อชวน (เสฉวน)ภาคตะวันตกของจีน
อาณาเขต – พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 643 ตารางกิโลเมตร ระดับน้ำทะเล 2,000 – 4,760 เมตร
เขตเปิดให้สาธารณชนท่องเที่ยว 55 ตารางกิโลเมตร ระดับน้ำทะเล 2,000 – 3,100 เมตร
สัตว์ป่าอนุรักษ์ 2,576 ชนิด

Please follow and like us:
0

ตำนานทะเลสาบซีหู

• ตำนานทะเลสาบซีหู
• ทะเลสาบซีหูของเมืองหังโจวทางภาคตะวันออกของจีน มีทิวทัศน์สวยงามเป็นที่ติดตาต้องใจของนักท่องเที่ยวทั้งจีนและต่างประเทศมาตั้งแต่โบราณกาล เมื่อทศวรรษ 1300 มาร์โคโปโล นักท่องเที่ยวผู้มีชื่อเสียงของอิตาลีเดินทางไปถึงเมืองหังโจว และชมทะเลสาบซีหูว่า “ตัวอยู่ซีหู เสมือนนั่งอยู่บนสวรรค์”
• ทะเลสาบซีหูคือไข่มุกแห่งเมืองหังโจว เมืองเอกมณฑลเจ้อเจียงทางภาคตะวันออกของจีน สามด้านล้อมรอบด้วยภูเขา น้ำในทะเลสาบใสสะอาดงดงาม เขื่อนไป๋และเขื่อนซู เสมือนเข็มขัดเขียวสองเส้นลอยอยู่ในทะเลสาบ เป็นเขื่อนดินยาวสองเขื่อนที่ตั้งชื่อตามนามสกุลของซูตงโพและไป๋จวีอี้ กวีผู้มีชื่อเสียงของจีน นักท่องเที่ยวเดินบนเขื่อนดิน ชมดอกไม้หลากสีและต้นไม้สีเขียวโดยรอบบริเวณ มองแสงสะท้อนของน้ำในทะเลสาบและภูเขาที่ห่างไกลออกไป เดินไปชมไปเป็นที่จับใจยิ่งนัก ทะเลสาบซีหูมีทิวทัศน์สวยงามตลอดปี เป็นที่จับใจของกวีและนักประพันธ์ทุกยุคทุกสมัย พวกเขาต่างใช้ปลายพู่กันเขียนพรรณนา ชื่นชมความสวยงามของทะเลสาบซีหูสุดความสามารถ ไป๋จวีอี้ กวีผู้มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์ถังได้แต่งบทกวีว่า “เว่ยเหนิงเพาเต๋อหางโจวชี่ อีป้านโกวหลิวสื้อฉื่อหู” หมายความว่า การที่จากเมืองหางโจวไปไม่ได้ ก็เพราะติดใจทะเลสาบนี้ ส่วนใหญ่ สะท้อนถึงความหลงใหลทะเลสาบซีหูของเขา ส่วนซูตงโพ กวีในสมัยราชวงค์ซ่งก็เปรียบทะเลสาบซีหูเป็น “ไซซี” 4 สาวงานแห่งแดนมังกร โดยแต่งบทกวีว่า “สุ่ยกวางเลี่ยนเอี้ยนฉิงฟางห่าว ซานสื้อคงเหมิงอวี่อี้ฉี อวี้ป่าซีหูปี่ซีจื่อ ต้านจวงหนงโม่จ่งเซียงอี๋” ซึ่งมีความหมายว่า “แสงสะท้อนคลื่นซัดสาดอากาศดี เขาสลัวมัวมืดฝนมาแปลก ใคร่เปรียบซีหูดั่งไซซี แต่งหน้าหนาบาง ล้วนเหมาะดี” บทกวีนี้กลายเป็นบทกวีชื่นชมทะเลสาบซีหูที่มีชื่อเสียงเลื่องลือนับพันปี
• เมื่อพูดถึงทะเลสาบซีหู ผู้คนจะนึกถึง”ทิวทัศน์ 10 อย่างในทะเลสาบซีหู”ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นั่นก็คือ วสันตฤดูในเขื่อนซูตี สระบัวชวีย่วน พระจันทร์ฤดูใบไม้ร่วงที่ทะเลสาบผิงหู หิมะประปรายบนสะพานขาด ฟังเสียงนกบนต้นหลิ่ว ชมมัจฉาที่ฮวากั่ง เสียงระฆังเย็นย่ำที่หนันผิงและยอดเขาคู่สูงเสียบเมฆ


• นิทานนางพญางูขาวและสวี่เซียน ในเทพนิยาย“นางพญางูขาว”ที่รู้จักกันทั่วไปของจีน เล่ากันว่า มีงูขาวตัวหนึ่ง บำเพ็ญตบะนับพันปี จนแปลงกายเป็นคนได้ ได้แปลงเป็นสตรีชื่อ “ไป๋เหนียงจื่อ” ผู้สวยงาม ส่วนงูเขียวอีกตัวหนึ่ง บำเพ็ญตบะเป็นเวลา 500 ปี แปลงตัวเป็นสาวน้อยน่ารัก “เสี่ยวชิง” ผู้มีชีวิตชีวา สองคนนี้เป็นเพื่อนกันไปเที่ยวทะเลสาบซีหู เมื่อเดินทางถึงสะพานขาด งูขาวได้พบเห็นนักศึกษาปัญญาชนที่สง่างามคนหนึ่งท่ามกลางหมู่คนจำนวนมาก เธอเกิดหลงรักเขาขึ้นมาทันที งูเขียวจึงร่ายเวทมนตร์ลับๆ ทำให้ฝนตกทันทีทันใด นักศึกษาโค้วเซียงถือร่มจะไปนั่งเรือในทะเลสาบ เห็นงูขาวกับงูเขียวถูกฝนสาด ท่าทางกระเซอะกระเซิง สวี่เซียนจึงเอาร่มให้พวกเธอกันฝน แต่ตนเองยืนอยู่ห่างๆ ปล่อยให้ฝนสาดใส่ งูขาวเห็นสวี่เซียนเป็นคนซื่อ ก็ยิ่งรู้สึกรักเขามากขึ้น ส่วนสวี่เซียนก็หลงรักในความงามของงูขาว ด้วยความช่วยเหลือของงูเขียว สองคนจึงได้แต่งงานกัน และเปิดร้านขายยาในบริเวณทะเลสาบซีหู รักษาโรคให้กับผู้คน ทำให้ชาวบ้านยอมรับพวกเขาอย่างดี แต่ฝ่าไห่เจ้าอาวาสวัดจินซานตระหนักว่างูขาวเป็นปีศาจ จะมาทำลายมนุษย์ จึงไปบอกสวี่เซียนว่า เมียของเขาเป็นงู และสอนวิธีตรวจสอบให้กับสวี่เซียนด้วย เขาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง อีกไม่นานก็ถึงเทศกาลสารทจีน ชาวบ้านทั่วไปจะดื่มเหล้าชนิดหนึ่งที่ชื่อ สงหวงจิ่ว เพื่อขจัดเภทภัยสิ่งอัปมงคล สวี่เซียนทำตามคำสั่งของฝ่าไห่ บังคับไป๋เหนียงจื่อดื่มเหล้าชนิดนี้ เวลานั้น ไป๋เหนียงจื่อกำลังตั้งครรค์ แต่ปฏิเสธสวี่เซียนไม่ได้ หลังดื่มเหล้าแล้วก็กลายเป็นงูทันที สวี่เซียนตกใจจนสิ้นชีวิต เพื่อช่วยชีวิตสวี่เซียน ไป๋เหนียงจื่อไม่คำนึงว่าตนกำลังตั้งครรค์ เดินทางไกลนับพันลี้ ไปขโมยหญ้าหลินจือที่สามารถชุบชีวิตได้ที่ขุนเขาคุนหลุน นางต้องต่อสู้ กับทหารยามที่พิทักษ์รักษาหญ้าหลินจืออย่างไม่เห็นแก่ชีวิตตน ทหารยามรู้สึกชื่นชมมาก จึงมอบหลินจือแก่นางไป เมื่อสวี่เซียนกลับฟื้นขึ้นมาแล้ว รู้ว่าไป๋เหนียงจื่อรักตนเองจริงๆ ผัวเมียคู่นี้จึงรักกันยิ่งกว่าเดิม แต่ฝ่าไห่ยังไม่ยอมให้งูขาวอยู่ในโลกมนุษย์ เขาลวงสวี่เซียนให้เข้าไปในวัดจินซาน บังคับให้เขาบวช งูขาวกับงูเขียวโกรธมาก นำทหารสัตว์น้ำเข้าโจมตีวัดจินซาน อยากจะช่วยสวี่เซียนหนีออกจากวัด พวกนางร่ายเวทมนตร์ไม่หยุด ทำให้น้ำท่วมวัดจินซาน นั่นก็คือ น้ำท่วมจินซาน เรื่องราวเล่าขานที่มีชื่อเสียงในสมัยโบราณ แต่ฝ่าไห่ก็ได้แสดงพลังอย่างแรงกล้า ไป๋เหนียงจื่อครรภ์แก่จวนจะคลอด จึงสู้ฝ่าไห่ไม่ไหว เสี่ยวชิงพยายามช่วยไป๋เหนียงจื่อให้หนีไป พอหนีไปถึงสะพานขาด ก็พบกับสวี่เซียนที่หนีออกจากวัดจินซาน มาได้ สามีภรรยาคู่นี้หลังประสบภัยพิบัติได้กลับมาพบกันอีกที่สะพานขาด ซึ่งเป็นสถานที่ที่พบกันครั้งแรก รู้สึกสะเทือนใจมาก กอดคอกันร้องไห้อย่างน่าเวทนา ไป๋เหนียงจื่อเพิ่งจะคลอดลูกชาย ฝ่าไห่ก็ตามมาถึงอีกครั้ง และจับนางไปคุมขังไว้ใต้เจดีย์เหลยเฟิงในบริเวณทะเลสาบซีหูอย่างไร้ความปรานี และยังสาปไว้ว่า นอกจากน้ำทะเลสาบซีหูจะแห้งหมดและเจดีย์ล้มลงแล้วเท่านั้น นางจึงจะกลับสู่โลกมนุษย์ได้
• หลายปีต่อมา เสี่ยวชิงได้บำเพ็ญตบะจนแก่กล้า กลับมาทะเลสาบซีหูอีกครั้งและต่อสู้กับฝ่าไห่จนชนะ ได้สูบน้ำทะเลสาบซีหูจนเหือดแห้งและล้มเจดีย์เหลยเฟิงลง จึงได้ช่วยไป๋เหนีงจื่อออกจากเจดีย์ที่คุมขังได้
• เรื่องเศร้าระดนยินดีที่พบกันและแยกกันระหว่างไป๋เหนียงจื่อกับสวี่เซียนบนสะพานขาดในบริเวณทะเลสาบซีหู สร้างความสะเทือนใจแก่นักท่องเที่ยวจนยากที่จะลืมทะเลสาบซีหูได้

Please follow and like us:
0

เมืองหางโจว (Hangzhou)

• ประเทศจีนมีคำพังเพยกล่าวว่า “เบื้องบนมีสวรรค์ เบื้องล่างมี ซู – หาง” ความหมายคือ “บนฟ้ามีสถานที่ที่ดีที่สุดคือสวรรค์ บนพื้นโลกมีสถานที่ที่สวยที่สุดคือ ซูโจว กับ หางโจว”
• หางโจว เป็นเมืองหลวงของมณฑลเจ้อเจียง เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านความงามเมืองหนึ่ง มีพื้นที่ 429 ตารางกิโลเมตร มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทั้งด้านประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงามอยู่หลายแห่ง ในศตวรรษที่ 13 มาร์โค โปโล ชาวอิตาลี ได้มาเยือนที่นี่ โดยที่ก่อนหน้านั้นหลายสิบปี พื้นที่นี้มีการทำสงครามกันอย่างต่อเนื่อง เมืองหางโจว แม้ว่าถูกทำลายเสียหายย่อยยับแต่ มาร์โค โปโล ยังกล่าวถึง เมืองหางโจว ว่าเป็นสถานที่ที่สวยงามที่สุดบนพื้นโลก

• เมื่อพูดถึง หางโจวหรือหังโจว ผู้คนจะนึกถึงทะเลสาบซีหู (แปลว่าทะเลสาบทางด้านตะวันตก) มีความยาวจากทิศใต้ถึงทิศเหนือ 3.3 กิโลเมตร และความกว้างจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก 2.8 กิโลเมตร เป็นวนอุทยานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน มีเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของทะเลสาบซีหู ว่าแต่ก่อนบนสวรรค์ มีเซียน 2 ท่าน ท่านแรกชื่อ ยวี่ หลง (แปลว่ามังกรหยก) อีกท่านหนึ่งชื่อ จินเฟิ่ง (แปลว่าหงส์ทอง) ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันมาก วันหนึ่งได้ช่วยกันนำหินก้อนหนึ่งมาประดิษฐ์เป็นไข่มุกที่ส่งประกายน้ำงามที่สวยที่สุด ประกายแสงส่องไปถึงที่ไหน หากที่นั่นเป็นหญ้าก็จะมีสีเขียวเป็นนิรันดร์ ที่ไหนมีดอกไม้ก็จะทำให้ดอกไม้บานสะพรั่ง ที่ไหนมีผู้คนก็จะทำให้ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่งดงาม ภายหลังนางมารร้ายชื่อ หวังหมู่เนี๋ยงเนียง ได้ทราบเรื่องไข่มุก ก็ได้ส่งลูกน้องไปขโมยในขณะที่สองเซียนกำลังนอนหลับ สองเซียนเมื่อทราบว่าไข่มุกตกไปอยู่ในมือนางมาร ก็ตามไปทวงคืน นางมารโกรธมาก ไม่ยอมคืนให้ ซ้ำยังขว้างไข่มุกลงมายังพื้นโลก ด้วยความอาลัยรักสมบัติชิ้นสำคัญ สองเซียนจึงเหาะตามลงมา พบว่าไข่มุกเมื่อตกถึงพื้นได้กลายเป็นทะเลสาบซีหู สองเซียนต่างอยู่เฝ้าทะเลสาบ โดยยวี่หลง ได้กลายเป็นภูเขาสูง ชื่อยวี่หลงซาน ส่วนจินเฟิ่ง ได้กลายเป็นภูเขาสวย ชื่อจินเฟิ่งซาน
• หลายหมื่นปีก่อนบริเวณนี้เคยเป็นมหาสมุทร จนถึง 4,000 ปีก่อนหน้านี้ หางโจวเคยเป็นเมืองท่า “หาง” หมายถึง “เรือ” หลังจากราชวงศ์ฉิน ผู้คนในบริเวณนี้ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น จนถึงราชวงศ์สุย ที่นี่ได้กลายเป็นเขตการปกครองที่เรียกว่า “โจว” เกิดเป็นชื่อที่เรียกกันว่า “หางโจว” ส่วนทะเลสาบซีหู ชื่อนี้เกิดขึ้นภายหลัง ตามทิศทางของที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมือง
• แม่น้ำใหญ่ทางด้านใต้ของเมืองหางโจว ชื่อเฉียนถางเจียง เป็นแม่น้ำที่ห่างจากมหาสมุทรไม่ไกลนัก จึงได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลงของมหาสมุทรด้วย ในเวลาที่น้ำขึ้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งอยู่กลางเดือนแปด (ทางจันทรคติของจีน) ระดับน้ำจะสูงมากอย่างเด่นชัด เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามของ เมืองหางโจว ทุกปีจะมีผู้คนจำนวนมหาศาลไปเที่ยวชมความงามของแม่น้ำ เฉียนถางเจียง
• หางโจว ไม่เพียงแต่มีทิวทัศน์ที่งดงาม แต่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและใบชา ใบชาของที่นี่ก็มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างกว้างขวางด้วย ใบชา “หลงจิ่งฉา” (แปลว่าชาบ่อมังกร) ของทะเลสาบซีหู เป็นใบชาที่มีชื่อเสียงที่สุดชนิดหนึ่งของประเทศจีน กล่าวกันว่า “ดื่มชาหลงจิ่ง เพียง 1 จิบ ปากจะหอมตลอดวัน” ดังนั้นชาวจีนจึงมักจะจัดชาหลงจิ่ง เป็นของขวัญแก่เพื่อน ส่วนสีสันของไหมหางโจวก็สวยสดงดงาม ไม่เพียงแต่คนจีนเท่านั้นที่รู้สึกชมชอบ คนต่างชาติไม่น้อยก็ชื่นชม ในนิทรรศการระดับนานาชาติ ผ้าไหมหางโจว ได้รับการต้อนรับอย่างสูงทีเดียว
• หลังจากทศวรรษที่ 50 ผู้คนที่นี่ได้พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการขุดลอกพื้นทะเลสาบซีหู จากความลึกครึ่งเมตร เป็นความลึก 1.8 เมตร และการทำนุบำรุงสิ่งก่อสร้างโบราณ ซึ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการดำเนินการแล้วดูเป็นของใหม่หลายแห่ง ทั้งโรงงาน โรงเรียน โรงเตี๊ยม หอวัฒนธรรม เป็นต้น ต่างมีสภาพที่ดีกว่าก่อนหลายเท่านัก คนหางโจวในปัจจุบันต่างยิ่งขยันเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้หางโจว บรรลุถึงการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัย เชื่อกันว่าหลังจากนี้ไม่กี่ปี หางโจว จะยิ่งงดงามยิ่งขึ้น

Please follow and like us:
0

เมืองหยางโสว้ (Yangshuo)

เมืองYangshuo ประเทศจีนถือเป็นดินแดนของกวี มีทำเลที่ตั้งเหมือนในโลกแห่งความฝันด้วยมนต์เสน่ห์ของภูเขาKarst และแม่น้ำอันบริสุทธิ์เหมือนดั่งเทพนิยาย เมืองแห่งนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณตั้งขึ้นตั้งเป็นมณฑลในคริสศักราช590  Yangshuo ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 1980 เสมือนเป็นแรงบันดาลใจสำหรับนักเดินทาง และแน่นอนเหตุผลหลักที่เดินทางมาที่นี่คือการชมภูมิทัศน์ของYangshuoที่สวยงาม และคุณจะได้ค้นพบและได้สัมผัสกับวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมในชนบทจีน และจะได้ซึมซับประวัติศาสตร์โบราณที่พบทั่วทุกมณฑลในสถาปัตยกรรม เช่นถ้ำ สะพานโบราณและนขนบธรรมเนียมประเพณี

Yangshuo เป็นเมืองที่รวบรวมชนกลุ่มน้อยของกวางสี, ยาว, ดงและ Miao แม้ว่าการแต่งกายจะผสมผสานกันในปัจจุบัน(ก็ยังคงร่วมกันมากขึ้นเหนือ) แต่ก็เป็นที่ชัดเจนที่จะเห็นถึงความแตกต่างระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ คนส่วนใหญ่ในYangshuo จะมีสัญชาติZhuang และมีความสัมพันธ์กับไทย พวกเขามีภาษาท้องถิ่นของตนเองซึ่งยังคงพูดกันอยู่ในบางหมู่บ้าน แต่คนท้องถิ่นบางคนก็จะพูดภาษาแมนดาริน

นอกจากนั้นจีนก็ยังมีเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ,เทศกาลไหว้พระจันทร์และบูชาบรรพบุรุษ ยังมีการเฉลิมฉลองงานเทศกาลท้องถิ่นของพวกเขา มีการแสดงวัฒนธรรมมากมายเช่นเทศกาลโคมไฟตกปลา บรรยากาศในช่วงหนึ่งของการเฉลิมฉลองเหล่านี้ให้ประสบการณ์ที่น่าจดจำเป็นส่วนหนึ่งของการทัวร์ของคุณ

อาหารท้องถิ่นเมืองหยางมีการผจญภัยที่ไม่ซ้ำกันสำหรับทุกคนที่เดินทางนี่เป็นครั้งแรก มีบางจานก๋วยเตี๋ยวที่มีชื่อเสียงที่มีรสอร่อยมาก. นอกจากนี้ไม่ควรพลาดคือเมืองหยางปลาเบียร์ที่ยอดเยี่ยม ภูมิภาคนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับผลไม้เช่นส้มแมนดาริน, ลูกพลับ, เม็ดเกาลัดน้ำและส้มโอ (ชนิดของส้มโอหวาน)

หนีแม่น้ำของเราที่สวยงามมองเห็นวิวทิวทัศน์ Yulong spectular ของแม่น้ำ Yulong ว้โดยรอบยอด Karst จากรีทรีทเมาท์เทนหยาง, คุณเป็นเพียงไม่กี่ก้าวจากหมู่บ้านแบบดั้งเดิมและชนบทที่สวยงาม ขณะเข้าพักที่โรงแรมหยางซั่วแบบดั้งเดิมของเราคุณจะพบความมั่งคั่งของข้อมูลเมืองหยางโสว้เช่นการล่องเรือในแม่น้ำหลี่หลิว Sanjie แสดงทัวร์หยางหยางร้านอาหาร, บาร์หยาง Longsheng ลานข้าวและอื่น ๆ อีกมากมาย. เรา AE หนีหยางเป็นครั้งแรกในเมืองหยางโสว้และนำเสนอที่ดีที่สุดของเมืองหยางที่พักที่มีความสะดวกสบายทันสมัย
หยางมณฑลเป็นที่ตั้งของชนกลุ่มน้อยหลายจ้วงเย้าดงและแม้ว แม้ว่าจะสวมใส่เสื้อผ้าแบบดั้งเดิมในชีวิตประจำวันได้หายไปเกือบ (ก็ยังคงเหนือกันมากต่อไป) ก็เป็นที่ชัดเจนที่จะเห็นความแตกต่างระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ คนส่วนใหญ่ในหยางมีสัญชาติกวางสีและมีความสัมพันธ์กับไทย พวกเขามีภาษาของตนเองซึ่งจะยังคงพูดในบางหมู่บ้านแม้ว่าคนในท้องถิ่นส่วนใหญ่พูดภาษาถิ่นของแมนดารินเป็นที่รู้จักหยาง hua (ภาษาหยาง)
Lanterns


นอกเหนือจากงานเทศกาลที่มีชื่อเสียงของจีนเช่นเทศกาลฤดูใบไม้ผลิเทศกาลพระจันทร์เต็มดวงและสุสานวันกวาด (Qing Ming), คนหยางยังฉลองเทศกาลท้องถิ่นของพวกเขา บางเทศกาลเมื่อเร็ว ๆ นี้มีการเฉลิมฉลองในประเทศและแสดงอุดมไปด้วยวัฒนธรรมหยางเช่น โคมไฟตกปลา Festiva ลิตร ประสบบรรยากาศในช่วงหนึ่งของการเฉลิมฉลองเหล่านี้ให้ประสบการณ์ที่น่าจดจำเป็นส่วนหนึ่งของทัวร์หยางของคุณ
pomelo

อาหารท้องถิ่นหยางมีการผจญภัยที่ไม่ซ้ำกันสำหรับทุกคนที่เดินทางมาที่นี่เป็นครั้งแรก มีบางจานก๋วยเตี๋ยวที่มีชื่อเสียงที่มีรสอร่อยมาก นอกจากนี้ไม่ควรพลาดเป็นที่ยอดเยี่ยมปลาเบียร์หยาง ภูมิภาคนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับผลไม้ท้องถิ่นเช่นส้มแมนดาริน, ลูกพลับ, แห้วและส้มโอ (ชนิดของส้มโอหวาน)

รีทรีทเมาน์เทนหยาง – รีสอร์ทริมแม่น้ำหยาง

ชนบทรีสอร์ทหยางของเรามีวิวทิวทัศน์อันสวยงามของแม่น้ำหยาง Yulong และบริเวณโดยรอบยอด Karst จาก Retreat เมาน์เทนหยาง, คุณเป็นเพียงไม่กี่ก้าวจากหมู่บ้านแบบดั้งเดิมและชนบทที่สวยงาม ขณะเข้าพักที่โรงแรมย่านชนบทแบบดั้งเดิมของเราคุณจะพบความมั่งคั่งของข้อมูลหยางมณฑลเช่นการล่องเรือแม่น้ำหลี่แสดงหลิว Sanjie, จุดบริการทัวร์หยาง, ร้านอาหารหยางบาร์หยาง Longsheng ระเบียงข้าวและอื่น ๆ อีกมากมาย เรา ae ถอยหยางแรกในหยางมณฑลและเสนอที่ดีที่สุดของที่พักหยางกับความสะดวกสบายที่ทันสมัย

Please follow and like us:
0

เมืองลาซา เมืองที่สูงที่สุดในโลก แห่ง ทิเบต

travel mthai พาสัมผัส เมืองลาซา (Lhasa) ศูนย์กลางวัฒนธรรมของชนเผ่าทิเบต ซึ่งเป็นทั้งเมืองหลวง เมืองท่องเที่ยว และเมืองใหญ่ที่สุดของ เขตปกครองตนเองทิเบต สาธารณรัฐประชาชนจีน



เมืองลาซา ตั้งอยู่ตอนกลางของที่ราบสูงทิเบต ทางเหนือของเทือกเขาหิมาลัย มีแม่น้ำลาซาซึ่งเป็นแควสายหนึ่งของแม่น้ำยาลูจัมโปทอดตัวไหลผ่าน เมืองที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,650 เมตร เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนิกชนที่นับถือพุทธศาสนานิกายทิเบต

วัฒนธรรมอันหลากหลายของ เมืองลาซา นั้น เกิดจากการผสมผสานระหว่างชนเผ่า ทิเบต ฮั่น มองโกล หุย อินเดีย และเนปาล ปัจจุบัน เมืองลาซา ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม คมนาคมและการท่องเที่ยวที่สำคัญของทิเบต

การไปทิเบตมันแพงตรงที่ว่าเราจะแบกเป้ลุยไปเองไม่ได้ ชาวต่างชาติทุกคนจะต้องซื้อทัวร์ บริษัททัวร์จะจัดการเรื่อง Tibet permit, โรงแรม, สถานที่เที่ยว, ไกด์ท้องถิ่น พร้อมรถและคนขับให้เสร็จสรรพ แต่เราสามารถเลือกได้ว่าต้องการโรงแรมประมาณไหน ต้องการไปเที่ยวที่ไหนบ้าง (ทุกที่มีค่าเข้าชมหมด) ไกด์ท้องถิ่นจะต้องจ้างเป็นรายวัน และตามจำนวนวันที่เราอยู่ในทิเบต ส่วนรถยนต์ถ้าเราไม่ได้ออกจากลาซาก็ไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปได้พอสมควรเลยค่ะ

          เราจะต้องระบุให้ชัดเจนว่าต้องการจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เพราะ Tibet Permit จะอยู่ได้เฉพาะในลาซาและรอบ ๆ เท่านั้น ถ้าจะออกนอกลาซาและไปจนถึง Everest Base Camp จะต้องมี Permit ต่างหากอีก ถ้าไม่มีเราก็ไปไม่ได้ค่ะ

ตั๋วรถไฟในเมืองจีนจะเปิดให้ซื้อ 20 วันล่วงหน้าเท่านั้น ซึ่งตั๋วรถไฟขาไปลาซาจองยากมาก ๆ ค่ะ เพราะบริษัททัวร์จะใช้เส้นจองไว้แต่แรกแล้ว แค่เปิดให้จองไม่ถึง 5 นาที ก็แทบจะไม่มีตั๋วเหลือแล้วค่ะ ตอนแรกพวกเราอยากจะนั่งรถไฟจากซีอานไปลาซา แต่บริษัททัวร์จะบวกค่าบริการเพิ่ม พวกเราไม่ยอมจ่าย ฮ่า ๆๆๆ ก็เลยต้องนั่งเครื่องบินไป และกลับรถไฟ โดยให้เพื่อนคนจีนช่วยจองตั๋วผ่านอินเทอร์เน็ตให้ (เพราะจะต้องใช้บัตรเครดิตจีนซื้อเท่านั้น) ตั๋วรถไฟมีอยู่ 3 ประเภทค่ะ แบบ soft seat, hard sleeper (6 เตียง) และ soft sleeper (4 เตียง)

 

เมืองลาซา เมืองหลวง เขตปกครองตนเองทิเบต


 

Please follow and like us:
0

ซีอาน (Xi’an)

 

• ซีอาน (Xian)
• “ถ้าอยากเห็นปัจจุบันของจีนต้องไปปักกิ่ง ดูอนาคตของจีนต้องไปเซี่ยงไฮ้ และถ้าอยากเห็นอดีตของจีนต้องไปซีอาน”
• ชื่อของ “ซีอาน” มีความหมายว่า ความสงบสุขทางะวันตก หรือที่ในอดีตมีชื่อว่า “ฉางอาน” ที่หมายถึงความสงบสุขชั่วนิรันดร์
• ซีอาน เป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่ เกือบสามพันปี เดิมชื่อ เสียนหยาง (Xianyang) เคยเป็นเมืองหลวงของจีนถึง 13 ราชวงศ์ ตั้งแต่ประมาณ 1,100 ปี ก่อนคริสตกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง 221-207 ปีก่อนคริสตกาลซึ่งเป็นยุค ราชวงศ์ฉิน ของ ฉินซีฮ่องเต้ หรือ ฉินซื่อหวงตี้ (Qin Shi Huang) จักรพรรดิผู้ได้รับการยอมรับว่า เป็นปฐมกษัตริย์แห่งแผ่นดินจีน
• ต่อมาในช่วงอีกกว่าพันปี ระหว่างปี 202 ก่อนคริสตกาล จนถึง ค.ศ. 907 ซึ่งเป็นยุคราชวงศ์ ต่างๆ ของจีน ตั้งแต่ ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ราชวงศ์เว่ยตะวันตก ราชวงศ์โจวเหนือ ราชวงศ์สุย และ ราชวงศ์ถัง เมืองหลวงแห่งนี้ได้ถูกเรียกว่า ฉางอาน ซึ่งมีความหมายว่า ความสงบอันยาวนาน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นนี่เอง นครฉางอาน ที่รุ่งเรืองก็กลายเป็นเมืองต้นทางค้าขายกับชนชาติตะวันตก อันเป็นที่เรียกขานในปัจจุบัน ว่า เส้นทางสายไหม ( The Silk Road) และเมื่อราชวงศ์ถังล่มสลายลง ในราว ค.ศ. 907 ศูนย์อำนาจและเมืองหลวง ก็ถูกย้ายไปอยู่ที่เมืองอื่น และได้ถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น ซีอานในสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644)
• ปัจจุบันเมืองซีอานเป็นเมืองใหญ่ มีประชากรอาศัยอยู่ราวหกล้านคน แม้จะมีสิ่งปลูกสร้างใหม่เกิดขึ้นมามาก แต่ในส่วนเมืองเก่าที่ยังเหลืออยู่ รวมถึงกำแพงและประตูเมือง (City Wall) อายุราว 500 ปี ซึ่งสร้างในสมัยราชวงศ์หมิง ก็ล้วนได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
• ปัจจุบันซีอานเป็นเมืองหลวงของมณฑลส่านซี เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน อีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญเมืองหนึ่งของจีนเมือง เพราะในอดีตซีอานเคยเป็นเมืองหลวงของ 13 ราชวงศ์ เรียกได้ว่าการได้มาเที่ยวที่เมืองซีอานก็เหมือนได้มาเรียนรู้ประวัติศาสตร์และรู้ถึงอารยธรรมโบราณของจีนอันน่าสนใจ ซึ่งด้วยศักยภาพที่สูงในหลายๆด้าน
• การเดินทางไปซีอาน สายการบินแอร์เอเชียได้เปิดเส้นทางการบินใหม่ กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ซีอาน วันละ 1 เที่ยวบินทุกวัน

• จิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ ฉินสื่อหวงตี้
• จิ๋นซีฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์ฉิน (221-206 ปี ก่อนค.ศ.) จิ๋นซีเป็นจักรพรรดิที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นทั้งมหาราชและทรราช
• จิ๋นซีฮ่องเต้ (ด้านมหาราช) พระองค์ได้สร้างคุณูปการให้กับแผ่นดินจีนมากมาย อาทิ การรวมประเทศจีนในยุคจ้านกั๋ว สงคราม 7 แคว้น หรือยุคสงครามที่มีการรบพุ่งกันกว่า 500 ปีให้เป็นหนึ่งเดียว จากเดิมที่แบ่งเป็น 7 ก๊กใหญ่ๆ มีการกำหนดให้ใช้เงินตรารูปแบบเดียวกัน การกำหนดให้ใช้มาตราชั่ง ตวง วัด อย่างเดียวกัน และยังได้ทำการเชื่อมกำแพงเมืองตามแค้วนต่างๆ เพื่อป้องกันการรุกรานของเผ่าซงหนู จนกลายเป็น “กำแพงเมืองจีน” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก”
• จิ๋นซีฮ่องเต้ (ด้านทรราช) เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้ รวมจีนเป็นปึกแผ่นแล้ว จิ๋นซีฮ่องเต้ก็ปกครองเมืองจีนด้วยอำนาจเหล็กอันเหี้ยมโหด ที่ใครขัดขืนหากถูกจับกุมได้ก็มีแต่ตายสถานเดียว ซึ่งในประวัติศาสตร์มีเรื่องราวอันโหดเหี้ยมให้เห็นก็มีการสังหารหมู่นักศึกษาลัทธิขงจื้อ 400 คนแบบฝังทั้งเป็น และการสังหารนักปราชญ์จำนวนมาก การเผาตำราที่เห็นว่าขัดแย้งกับแนวคิดของตนทำให้วิชาการและ ศิลปะในยุคนั้นพลอยหยุดชะงักลง รวมถึงยังใช้อำนาจยังรีดนาทาเร้นส่วยภาษีจากประชาชน เกณฑ์ชาวบ้านจำนวนมากไปสร้างกำแพงเมือง พระราชวัง สวน และสุสาน ทำให้ผู้คนล้มตายกันจำนวนมาก ในขณะที่จิ๋นซีฮ่องเต้กลับใช้ชีวิตเสวยสุขอย่างสุขสบายท่ามกลางความเดือนร้อนของเหล่าประชาชน แต่แล้วจิ๋นซีฮ่องเต้ก็สวรรคตเมื่อ 208 ปี ก่อนค.ศ.


• สถานที่ท่องเที่ยวเมืองซีอาน
• สุสานทหารม้าดินเผา (The Terra Cotta Warriors)
• สุสานทหารม้าดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ สิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ 8 ของโลก เป็นหลักฐานสำคัญทางโบราณคดี ในศตวรรษที่ 20 อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของสุสานจักรพรรดิ ฉินซีฮ่องเต้ ใช้เวลาในการก่อสร้าง 11 ปี ก่อนคริสตศักราช 246 ปี
• สุสานทหารม้าดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้ค้นพบโดยบังเอิญเมื่อ 29 มีนาคม ค.ศ. 1974 โดยชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง ในขณะที่ขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ บริเวณเชิงเขาหลีซาน ห่างจากตัวเมืองซีอาน ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 35 ก.ม. โดยในระหว่างที่ขุดนั้น ก็บังเอิญพบกับซากของทหารดินเผา ที่ทราบภายหลังว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันรัฐบาลจีนขุดค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึก จำนวนทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น
• ในปี 1975 ทางการได้สร้าง หลังคาครอบพื้นที่โดยรอบและจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ หลุมที่ 1 หลุมที่ 2 และหลุม ที่ 3 ตามลำดับ หลุมแรกเป็นหลุมที่ใหญ่ที่สุด เปิดครั้งแรกในวันชาติจีน ปี 1979 โดยมีกองทัพทหารเรียงเป็นแถวอยู่ด้านหน้า และมีรถม้าศึกอยู่ด้านหลัง หลุมที่ 2 และหลุมที่ 3 ถูกค้นพบในปี 1976 ประกอบด้วยกองทหารนับพัน ม้าศึก ไม้ 90 รูป กองนักรบกว่า 68 รูป และม้าศึก 4 รูป รวมรูปปั้นดินเผาทั้ง กองทัพ ม้าศึก
• สุสานทหารม้าดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ สะท้อนถึงโบราณคดีที่มีชีวิต ส่งผลให้ องค์การยูเนสโก ขึ้นทะเบียนกองทัพทหารดินเผาเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี 1987 อันต่อมาสถานที่แห่งนี้ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของนครซีอานจวบกระทั่งทุกวันนี้

Please follow and like us:
0

เลิกบุหรี่

เลิกบุหรี่
โทษของบุหรี่ ที่มีผลต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อผู้คนรอบข้าง
เลิกบุหรี่
โทษของบุหรี่ ที่มีผลต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อผู้คนรอบข้าง
Istock 177496759 m
บุหรี่ สิ่งเสพติดที่คนส่วนใหญ่ให้ความนิยมมากที่สุด เพราะหากยังคงสูบไปนานๆ ก็จะยิ่งติดหนักขึ้นจนไม่สามารถเลิกได้ ซึ่ง โทษของบุหรี่ ก็อาจเป็นเพียงข้ออ้างหนึ่งของคนที่ไม่อยากเลิกหรือไม่มีความพยายามเท่านั้น
เนื่องจากในบุหรี่เต็มไปด้วยสารนิโคตินที่หากร่างกายได้รับไปนานๆ จะส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจและส่งผลเสียต่ออวัยวะอื่นๆ ตามมามากมายนอกจากนี้ ควันบุหรี่ยังมีประสิทธิภาพในการทำร้ายคนรอบข้างได้อย่างร้ายกาจ ซึ่งหากคุณคิดว่าไม่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ ลองมาดู โทษของบุหรี่ ที่มีทั้งต่อตัวคุณเองและคนรอบข้างกันก่อน เพราะโทษเหล่านี้อาจกระตุ้นให้คุณอยากสูบเลิกบุหรี่ได้สำเร็จมากขึ้นก็เป็นได้
โทษของบุหรี่ ที่มีต่อตัวผู้สูบ

เสี่ยงตาบอดถาวร
ตาบอด ฟังแล้วหลายคนอาจไม่เชื่อว่า โทษของบุหรี่ จะทำให้ตาบอดได้จริง แต่นั่นเป็นความจริง เพราะเมื่อเราสูบบุหรี่บ่อยๆ สารพิษในบุหรี่จะไปทำให้เกิดตาต้อกระจกได้ง่ายขึ้น โดยสังเกตได้จากดวงตาที่ดูขุ่นมัวขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นเป็นเพียงอาการเริ่มต้นเท่านั้น นอกจากนี้ สารพิษในบุหรี่ ยังเป็นตัวการทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงจอเรตินาเกิดการตีบตัน จนเป็นผลให้ตาบอดถาวรในที่สุด
เสี่ยงมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาจดูเป็นโรคที่ไกลตัว แต่สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่แล้ว โรคนี้นับว่าเป็นโรคที่มีความเสี่ยงมากทีเดียว เพราะร่างกายของเราจะมีกระบวนการดูดซึมสารพิษหรือสารแปลกปลอมเข้าสู่กระแสเลือด และขับถ่ายออกทางปัสสาวะ ซึ่งสารนิโคตินและสารเสพติดอื่นๆ ในบุหรี่นั้น มีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็ง เมื่อมีการดูดซึมและขับออกทางปัสสาวะบ่อยๆ จะทำให้กระเพาะปัสสาวะได้สัมผัสกับสารเหล่านี้ไปเต็มๆ เป็นผลให้เสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้นั่นเอง นอกจากนี้ บางคนอาจมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เนื่องจากกล้ามเนื้อซึ่งทำหน้าที่คอยควบคุมกระเพาะปัสสาวะถูกทำลายจนอ่อนตัวลงไปแล้ว
เสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นโรคที่มีความอันตรายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันอย่างไม่ทันตั้งตัว และผู้ที่สูบบุหรี่บ่อยๆ ก็เสี่ยงต่อโรคเหล่านี้มากที่สุด เนื่องจากสารนิโคตินและสารเสพติดอื่นๆ ในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดหัวใจหดตัวและตีบลง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ยากขึ้น และอาจไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ จึงทำให้หัวใจวายอย่างเฉียบพลันได้ โดยเฉพาะในขณะออกกำลังกาย ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจจึงมักจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกกำลังกายหนักๆ นั่นเอง
เสี่ยงโรคระบบทางเดินอาหาร
ผู้ที่สูบบุหรี่บ่อยๆ จะเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินอาหารได้สูง ไม่ว่าจะเป็นโรคกระพาะอาหาร โรคลำไส้อักเสบ โรคมะเร็งช่องปากและมะเร็งหลอดอาหาร รวมถึงการติดเชื้อ Helicobacter pylori เพราะสารเคมีในบุหรี่ จะไปทำให้กระเพาะอาหารมีการผลิตน้ำย่อยออกมามากขึ้น และมากเกินความจำเป็น จนทำให้กระเพาะอาหารเกิดแผลจากการกัดกร่อนของน้ำย่อย ส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะและเสี่ยงโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ หากสูบบุหรี่บ่อยๆ และสูบในปริมาณมากต่อวันก็อาจทำให้กระเพาะอาหารทะลุได้

Please follow and like us:
0