ลูกศิษย์ช็อก เจ้าอาวาสวัดดังกาฬสินธุ์ ถูกสีกากล่าวหาเสพเมถุน

(19 ม.ค. ) ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.โสม (นามสมมติ) ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร้องขอความเป็นธรรมโดยบอกว่าเจ้าอาวาสวัดป่าชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ล่อลวงให้มีเพศสัมพันธ์ ถึง 2 ครั้ง

น.ส.โสม ยังกล่าวด้วยว่า เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ยังเสพยาเสพติด มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน เป็นการกระทำที่เป็นภัยต่อศาสนาและสังคม จึงได้วางแผนอัดคลิปวิดีโอเพื่อเป็นหลักฐาน ซึ่งในเป็นคลิปเป็นภาพที่พระให้ตนไปหาที่กุฏิตอนกลางวันเพื่อมีเพศสัมพันธ์ กระทั่งเมื่อพระดังกล่าวทราบ จึงได้แจ้งความดำเนินคดี

และด้วยความที่พระดังกล่าวเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ มีลูกศิษย์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ดารา นักแสดง ตำรวจ อัยการ ศาล ผู้ว่าราชการจังหวัด ฯลฯ ตนจึงถูกดำเนินคดี ทั้งคดีกรรโชกทรัพย์ คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุกตน 2 ปี 8 เดือน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ และช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมา มีผู้เผยแพร่คลิปวิดีโออีกครั้ง เจ้าอาวาสวัดป่าดังกล่าว จึงแจ้งความและร้องศาลให้ถอดประกัน โดยศาลนัดไต่สวนในวันที่ 31 มกราคม นี้

ทางด้าน บรรยากาศที่วัด ยังคงมีบรรดาศิษยานุศิษย์หลั่งไหลไปร่วมทำบุญถวายปัจจัยพร้อมปฏิบัติธรรมตามปกติ พระลูกวัดรูปหนึ่ง กล่าวว่า เป็นพระมาบวชใหม่ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2560 ตั้งใจมาบวชปฏิบัติธรรมอย่างเดียวไม่ได้สนใจเรื่องส่วนตัวของเจ้าอาวาส จะตั้งใจและศรัทธาในพระพุทธศาสนาต่อไป ส่วนเรื่องที่มีปัญหานั้นไม่ขอพูดถึง แต่ในวันนี้ทราบแต่เพียงว่าท่านเจ้าอาวาสไม่อยู่ในวัด เพราะไม่เห็นท่านรับญาติโยมเช่นที่เคยปฏิบัติ

ทางด้านอดีตผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ทราบข่าวมาแต่ก็ไม่ได้สนใจ คิดว่าจะเป็นกระบวนการกลั่นแกล้งพระภิกษุผู้ใหญ่ เป็นผู้ไม่หวังดีที่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อจิตศรัทธาและจะทำให้ไม่มีใครมาทำบุญกับวัดนี้ แต่ในส่วนตัวไม่สนใจกับข่าวเรื่องนี้ ตนและครอบครัวยังศรัทธาและทำบุญมาเป็นปกติ

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ ภายหลังปรากฏข่าวทางโลกออนไลน์ บรรดาลูกศิษย์และประชาชนที่เลื่อมใสศรัทราพากัน ช็อกกับข่าวที่เกิดขึ้น และต้องการให้มีการตรวจสอบโดยละเอียด โดยเฉพาะในเรื่องของคดีความตามที่ น.ส.โสม กล่าวอ้างขึ้นว่ามีการฟ้องร้องจริงหรือไม่ ส่วนผลจะออกมาอย่างไรก็สามารถรับได้ หากมีความผิดก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและเป็นการทำลายศาสนาแต่หากไม่เป็นความจริงก็ควรที่จะลงโทษ น.ส.โสม ด้วย

เจอแล้ว! รถบรรทุกทำผวา ติดตุ๊กตาคล้ายชิ้นส่วนมนุษย์

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและคลิปเหตุการณ์รถบรรทุก 18 ล้อ ได้มีชิ้นส่วนมนุษย์อยู่บนหลังรถบรรทุกพ่วง สร้างความสยอง และตกใจของผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่ขับรถตามหลังมา โดยรถคันดังกล่าวสัญจรอยู่ในพื้นที่ กทม.

ล่าสุด (20 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมขนส่งทางบก ตรวจสอบแล้วพบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ จ.นครปฐม โดยวันนี้เมื่อเวลา 11.00 น ที่ สำนักงานขนส่ง กำแพงแสน นครปฐม นายสุชัช ปฐมพุทธิธรรม หัวหน้าสำนักงานขนส่งกำแพงแสน ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับรถบรรทุกคันดังกล่าวมาพูดคุย และชี้แจงเกี่ยวกับความผิด โดยเป็นรถบรรทุกขยะ 18 ล้อ ทะเบียน 70-2573 นครปฐม ป้ายเหลือง เป็นรถบรรทุกไม่ประจำทางของบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ ม.8 ถนนจันทรุเบกษา ต.ทุ่งบัว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

โดยรถบรรทุกคันดังกล่าวใช้ขนส่งขยะจากกทม. มาส่งที่บ่อขยะในพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมีผู้จัดการบริษัทเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา คือ นายเอกฤทธิ์ อายุ 46 ปี ส่วนคนขับรถชื่อ นายบัญญัติ อายุ 49 ปี ไม่ได้เดินทางมา เนื่องจากว่าป่วย จึงส่งตัวแทนมาซึ่งเป็นหัวหน้าคุมคนขับรถมาแทนคือ นายจริน อายุ 50 ปี

นายจริน กล่าวว่า คนขับรถจะต้องขับรถขนส่งขยะโดยบรรทุกจากกทม. มาส่งที่ อ.กำแพงแสน ทุกวัน โดยมีคนขับรถ 40 กว่าคน ซึ่งที่ผ่านมามักจะมีการแกล้งแหย่ล้อกันเล่นกับคนงานบ่อขยะเป็นประจำ

โดยตนเองได้สอบถามคนขับรถแล้ว เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้เป็นคนนำตุ๊กตาผีมาผูกไว้ท้ายรถ อาจเป็นเพราะคนงานบ่อขยะ นำมาผูกเพื่อแกล้ง โดยล้อเล่นกันแบบนี้เป็นประจำ ไม่ได้มีเจตนาทำให้ประชาชนตกใจและหวาดกลัว

ด้าน นายสุชัช ปฐมพุทธิธรรม หัวหน้าขนส่งกำแพงแสน กล่าวว่า เบื้องต้น กรณีดังกล่าวมีความผิดชัดเจน ทำให้ผู้อื่นที่ขับรถตามมาตกใจ และ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยมีความผิดตามมาตรา 71 พรบ.ขนส่งทางบก มาตรา 148 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 9 คือ รถที่ใช้ในการขนส่งต้องมีสภาพความมั่นคงแข็งแรงมีเครื่องอุปกรณ์ครบ เครื่องควบคุมถูกต้องตามกฎหมาย โดยปรับไม่เกิน 2000 บาท

ส่วนอีกหนึ่งความผิดคือ แผ่นป้ายทะเบียนท้ายรถ ไม่ชัดเจน ก็มีความผิดตามมาตรา 91 พรบ.ขนส่งทางบก 2522 ฉบับแก้ไข คือแผ่นป้ายชำรุดลบเลือน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่กรณีนี้ปรับสูงสุด 2 กระทง 4,000 บาท และจะเชิญคนขับรถทั้งหมดกว่า 40 คน มาอบรมเรื่องมารยาทการขับรถ ที่สำนักงานขนส่งกำแพงแสน ต่อไป

ตร.สะเดา รวบหนุ่มใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า ขู่อดีตภรรยาให้กลับไปอยู่ด้วยกัน

ตำรวจสะเดา จับกุมหนุ่มใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่อดีตภรรยา เพื่อให้กลับไปอยู่กินด้วยกัน ตรวจค้นบ้านพบอาวุธปืน 3 กระบอก

วันที่ 19 มกราคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.สะเดา ว่าเกิดเหตุวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น ฟีโน่ สีส้ม ทะเบียน งขบ 997 สงขลา ไปที่หน้าร้าน 108 ช๊อป ถนนภูธรอุทิศ ซึ่งเป็นร้านขายกาแฟสด ใช้อาวุธปืนสั้นยิงขึ้นฟ้า 5 นัด แล้วขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

เข้าตรวจสอบที่ร้านดังกล่าว พบปลอกกระสุนปืน 5 ปลอก จากการสอบถาม นางสาว มะลิวัล (นามสมมติ) อายุ 16 ปี อดีตภรรยา บอกว่า ผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าชื่อ นายบี(นามสมมติ) อายุ 17 ปี จึงได้นำกำลังติดตามไปที่บ้านเลขที่ 55 ม.9 ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนนายบี

โดย นายบี ให้การปฏิเสธแต่ต้องจำนนด้วยหลักฐานเมื่อตำรวจไปพบรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียนตรงกับที่ได้รับแจ้ง จึงได้ทำการตรวจค้นบ้านชั้นสอง พบอาวุธปืนสั้น ยี่ห้อ SIGSAVER รุ่น P228 ขนาด 9 มม.พร้อมกระสุน 6 นัด และพบอาวุธปืนสั้น ยี่ห้อ SMITH & WESSON ขนาด .38 จำนวน หนึ่งกระบอก พร้อมปลอกสุน 5 นัดซุกซ่อนอยู่ใต้หมอน และตรวจค้นพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ซุกซ่อนอยู่ใต้ฟูกที่นอน พบหมอต้มใบพืชกระท่อม 1 หม้อ จึงได้ควบคุมตัวนายบีและเพื่อนไปทำการสอบสวนที่ สภ.สะเดา

จากการสอบถามนายบียอมรับว่าเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ตามที่ตำรวจได้รับแจ้งไปหาอดีตภรรยา และใช้อาวุธปืนสั้น SIGSAVER รุ่น P228 ยิงขึ้นฟ้าขู่อดีตภรรยา เพื่อจะให้เกิดความกลัว หวังจะให้กลับไปอยู่กินกันอีก

เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในเมืองหรือทางสาธารณะ และยิงปืนในที่สาธารณะและหมู่บ้านโดยไมมีเหตุอันควร

สุดโหด! หนุ่ม 17 ฉุนตัดผมได้ทรงไม่ถูกใจ ทุบหัวช่างตายคาร้าน

(19 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ. ประเสริฐ โตศักดิ์สิทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ พร้อมกับชุดสืบสวนควบคุมตัว นายแทน (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุใช้ไม้หน้าสามตีศีรษะ นายมานูญ อายุ 39 ปี เจ้าของร้านตัดผมไม่มีชื่อ ตั้งอยู่หน้าวัดซากสมอ หมู่ 2 ตำบลดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านั้นเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันที่ 17 ม.ค. ตนได้เข้าไปตัดผมภายในร้านดังกล่าว ซึ่งมีนายมานูญเป็นช่างตัดผมจึงบอกให้ช่างตัดผมทรงที่ตนชอบ แต่พอตัดออกมาไม่ถูกใจ จึงต่อว่านายมานูญ จนนายมานูญไม่พอใจด่าตนและไล่ออกจากร้าน จึงทำให้ตนโกรธมาก

กระทั่งเวลาประมาณ 02.00.น วันที่ 18 ม.ค. ตนได้มาที่หน้าร้านตัดผมและเรียกนายมานูญออกมาเคลียร์ปัญหา พอนายมานูญเดินออกมาจากร้านจึงใช้ไม้หน้าสามตีเข้าไปที่บริเวณศีรษะของนายมานูญล้มลงกับพื้นจากนั้นไปคว้าก้อนหินที่วางอยู่หน้าร้านกระหน่ำทุบไปที่ศีรษะอีกหลายครั้งจนแน่นิ่งไป แต่พอมาทราบว่านายมานูญเสียชีวิตตั้งใจจะหลบหนีแต่มาถูกจับได้เสียก่อน หลังทำแผนก็ได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายผู้อื่นโดยเจตนาจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต่อไป

เปลี่ยนเงินออมทรัพย์มาออมในหุ้น

เก็บเล็กผสมน้อยหยอดกระปุกออมสินเพื่อออมเงิน เป็นแนวคิดที่มีมาตั้งแต่เด็กๆ จนไม่เด็กเหลือน้อยแล้ว แต่จะทำได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับวินัยของแต่ละคน ทำไมต้องออมเงินในหุ้นด้วยล่ะ เป็นคำถามที่เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว คงไม่มีคำถามนี้ เนื่องจากออมเงินในธนาคารก็ได้ดอกเบี้ยประมาณ 10% อยู่แล้ว แต่พอใสถึงยุคสมัยนี้ ฝากออมทรัพย์กลับได้ดอกเบี้ยไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ เช่นนี้จึงต้องนำเงินของคุณไปวางในที่ที่สร้างผลตอบแทนได้สูงขึ้น อิงอยู่กับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ด้วยเช่นกัน

การออมในหุ้นเป็นแนวคิดที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ทั้งมนุษย์เงินเดือนและผู้ที่มีรายได้ไม่ประจำก็ตาม เพื่อว่าจะช่วยให้ทุกคนมีเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณ แบบมี passive income
อย่าไปคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีสวัสดิการเลี้ยงดูได้เพียงพอ หรือพึ่งพาลูกหลานว่าจะมาเลี้ยงดู เพราะแค่ลำพังตัวเองอาจยังเอาตัวไม่รอดเลยก็ได้ ฮาๆๆ

ในระยะเวลา 10 ปีขึ้นไป เงินปันผลจากการออมในหุ้นนี้แหละ ที่คุณเก็บไว้ในพอร์ตการลงทุน สามารถให้ผลตอบแทนได้มากกว่าเงินเดือนหรือมากกว่ารายจ่ายของคุณก็เป็นได้
พอถึงจุดนั้นแล้วเมื่อไหร่ คุณจะมีอิสรภาพทางการเงิน เพราะว่าเงินปันผลเปรียบเสมือนมี passive income นั้นเอง

ความเสี่ยงของหุ้นล่ะ ใครๆ ก็บอกหุ้นมันเสี่ยง แล้วถ้าเกิดบริษัทมันเจ๊งขึ้นมาล่ะ ?

แน่นอนว่าการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับว่าคุณรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน แต่บริษัทที่เข้าตลาดหุ้นได้ แสดงว่าคัดกรองมาแล้วขั้นหนึ่ง อาจจะมีความมั่นคงมากกว่าบริษัทที่คุณทำอยู่เองด้วยก็ได้

แต่สุดท้ายแล้วยังไงคุณก็ต้องคัดสรรเลือกหุ้นด้วยตนเอง โดยเน้นหุ้นที่พื้นฐานดี มีโอกาสเติบโตได้ดีในอนาคต และมีปันผลที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นแนวคิดเรื่องการมองข้ามผ่านความผันผวนของราคาหุ้นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ไป แล้วเปลี่ยนเป็นโฟกัสที่เงินปันผล ช่วยทำให้เรามีแนวความคิดที่เหมือนกับเจ้าของกิจการ เพราะเจ้าของบริษัทเขามักไม่คิดขายธุรกิจตนเอง เขาย่อมไม่อยากขายหุ้น แล้วถือหุ้นเพื่อรับปันผล เหมือนคนออมในหุ้นนั้นแหละ

UKถอนตัวจากEUพร้อมเล็งสร้างสัมพันธ์ใหม่

นางเทเรซ่า เมย์ ประกาศนำอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปอย่างหมดจรด พร้อมสร้างความสัมพันธ์ใหม่เท่าเทียมกันทั้งสมาชิกอียูและที่ไม่ใช่

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษ จะถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือ EU อย่างหมดจรดและจะไม่คงสถานะไว้ครึ่งครึ่งกลางกลางอย่างแน่นอน สร้างความผิดหวังให้กับนักธุรกิจและผู้ที่ต้องการให้ประเทศยังอยู่ในกลุ่มตลาดเดียว ในกถแถลงการยุทธศาสตร์ ออกจากอียูของอังกฤษ โดยนางเมย์สัญญาว่าจะสร้างความเท่าเทียมกับคู่ของอังกฤษให้เท่าเทียมกันด้วย ซึ่งจะไม่มีสมาชิกอียูบางส่วน สมาชิกสมัชชายุโรป หรืออะไรก็ตาม ที่ จะทำให้อังกฤษอยู่แบบกึ่งอยู่กึ่งไป อังกฤษจะไม่ทำการปรับรูปแบบที่จะให้ชาติอื่นเข้ามามีส่วนร่วมด้วยไม่ยึดสมาชิกอียู

ขณะที่ อังกฤษกำลังถอนตัว เมืองผู้ดี กล่าวชัดเจน สำหรับกฎที่เป็นธรรมกับพันธมิตรที่ไม่ใช่สมาชิกอียูอย่างสวิตเซอร์แลนด์ หรือ นอร์เวย์ ซึ่งมีแนวโน้มกระทบค่าเงิน

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมตรีหญิงรายนี้ ยังปฏิเสธ รูปแบบถอนตัวทั้งแบบ ฮาร์ท บรีคซิทและซอร์ฟบรีคซิท แต่ระบุต้องการความสัมพันธ์ให้ระหว่างกันของอังกฤษและอียู โดยระบุว่า ต้องการที่ะซื้อสินค้าของอียูและขายสินค้าของอังกฤษให้อิสระที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และจะทำงาน กับใครสักคนที่มันใจว่าจะปลอดภัย มั่นคงและรุ่งเรืองเป็นมิตรต่อเนื่องด้วย

เศรษฐีฮ่องกงประกาศขึ้นสินสอดเป็น 6,400 ล้านบาท ให้หนุ่มที่ทำให้ลูกสาวเลสเบี้ยน กลับใจเป็นหญิงแท้ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ซีซิล จ้าว นักธุรกิจเศรษฐีพันล้านของฮ่องกง เสนอสินสอด 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,400 ล้านบาท ให้ผู้ชายที่จะแต่งงานกับ จีจี จ้าว ลูกสาวซึ่งมีรสนิยมทางเพศแบบหญิงรักหญิง

โดยการประกาศครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ ซีซิลประกาศต่อสาธารณชนตั้งแต่ปี 2555 ว่าจะเสนอสินสอด ซึ่งเป็นเงินสดและทรัพย์สินรวม 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,135 ล้านบาท ให้ผู้ชายที่สามารถทำให้ลูกสาวกลับมาเป็นผู้หญิงแท้ได้ ถึงแม้ว่าจะเสนอเงินมูลค่ามหาศาล แต่กลับไม่มีผู้ชายคนไหนรับเงื่อนไขดังกล่าว

ทว่าแม้สังคมจะเงียบต่อข้อเสนออันสูงค่าดังกล่าว เศรษฐีใหญ่ก็ไม่ย่อท้อ ต่อมาในปี 2557 ประกาศเพิ่มสินสอดให้ชายที่รับเงื่อนไขดังกล่าวได้ โดยเพิ่มเงินเป็น 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4,276 ล้านบาท กระทั่งล่าสุดในปี 2560 ประกาศเพิ่มสินสอดเป็น 3 เท่าของครั้งแรกเป็น 180 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,400 ล้านบาท

ซีซิล จ้าว นักธุรกิจหมื่นล้านชาวฮ่องกงประกาศลั่น พร้อมยกสินสอด 6 พันล้านบาท ให้กับหนุ่มใดก็ตามที่มาขอ จีจี้ จ้าว ลูกสาวที่เป็นเลสเบี้ยนแต่งงาน

กลายเป็นข่าวฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งสำหรับเจ้าพ่อนักลงทุนผู้ร่ำรวยมหาศาลชาวฮ่ององอย่าง ซีซีล จ้าว ซึ่งหลังจากที่เขาออกมาประกาศในปี 2555 ว่าจะเสนอสินสอดเป็นเงินจำนวน 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2 พันล้านบาท ให้กับหนุ่มรายใดก็ตามที่สามารถพิชิตใจ จี้จี้ จ้าว ลูกสาวที่มีรสนิยมชื่นชอบเพศเดียวกันของเขาได้

โดยล่าสุด (11 มกราคม 2560) เว็บไซต์เซย์ชีสทีวี รายงานว่าซีซิล จ้าว พร้อมเสนอสินสอดเพิ่มให้อีก 3 เท่า!

ทั้งนี้ เป็นเพราะ ซีซิล จ้าว มีความปรารถนาอย่างมากที่จะเปลี่ยนใจลูกสาวสุดที่รักให้กลับมาเป็นหญิงแท้ ถึงแม้ว่าจะทุ่มทุนเท่าไรก็ยอม ซึ่งดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ในปี 2555 ซีซิล จ้าวได้ออกมาประกาศหาลูกเขยพร้อมเสนอสินสอดจำนวนมหาศาล ในครั้งนั้นมีชายหนุ่มมากมายเสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งนี้ถึงกว่า 20,000 คน ซึ่งแน่นอนว่าจีจี้ ลูกสาวคนสวยของเขา ที่คบหาดูใจอยู่กับแฟนสาวมานานกว่า 9 ปีแล้วนั้น กล่าวเซย์โน ปฏิเสธไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น

เวลาผ่านไป 2 ปี ซีซิล จ้าว ก็ยังคงไม่เปลี่ยนใจ โดยในปี 2557 เขาเสนอเงินเพิ่มให้อีกเป็น 2 เท่าไปเป็น 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเป็นเงินไทยกว่า 4.2 พันล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าสาวจีจี้ก็ปฏิเสธอีกเช่นเคย และล่าสุด ณ เวลานี้ซีซิล จ้าวได้ประกาศเพิ่มเงินค่าสินสอดขึ้นไปเป็น 180 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.4 พันล้านบาท ซึ่งมากกว่าครั้งแรกถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

หึงโหด! อดีตสามีเลือดขึ้นหน้า คว้ามีดจ้วงแทงเมียนับ 10 แผล ดับคาวินจยย.

ปิดฉากรักไม่สวย อดีตคู่ผัวเมีย..เพิ่งหย่าร้างกันหมาดๆ แทงกันตายคาวินจักรยานยนต์รับจ้าง หญิงตาย-ชายรอมอบตัว คาดปมหึงหวง อ้างแฟนใหม่ฝ่ายหญิงมาเยาะเย้ย

พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ สุริยะโวหาร ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้หญิงอาชีพจักรยานยนต์รับจ้างถูกแทงด้วยอาวุธมีดนอนเสียชีวิต ที่วินรถจักรยานยนต์หน้าห้างเทสโก้โลตัส สาขาเมืองปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

พบร่าง นางปนัดดา ศรีคงคา อายุ 41 ปี ชาว ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง วินโลตัสปทุมธานี มีบาดแผลถูกของมีคมแทงเข้าที่ร่างกายบริเวณหัวไหล่ซ้าย 4 แผล หน้าท้อง 1 แผล และที่บริเวณกลางหลังอีก 7 แผล

โดยผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทราบชื่อ นายชาญชัย เจตมณี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเดียวกับผู้ตาย อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง วินโลตัสปทุมธานี เช่นเดียวกัน และเป็นพนักงานบริษัทเสริมสุข แผนกควบคุมคุณภาพ เกี่ยวข้องเป็นอดีตสามีผู้ตาย

จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตาย กล่าวว่า ตนเห็นนายชาญชัยมายืนรอผู้ตายที่วิน เมื่อผู้ตายขับรถจักรยานยนต์เข้ามา หลังจากไปส่งผู้โดยสาร นายชาญชัยก็เข้าไปทำร้ายด้วยการใช้อาวุธมีดแทง ตนจึงได้แย่งมีดและโยนทิ้งจากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหลังก่อเหตุก็ไม่ได้หนีไปไหนรอมอบตัวดังกล่าว

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบถามนายชาญชัยทราบว่าตนกับผู้ตายเคยเป็นสามีภรรยากัน แต่เนื่องจากเลิกรากันแล้ว และอ้างว่าถูกแฟนใหม่ของผู้ตายมาเยาะเย้ย และคิดว่าผู้ตายเป็นผู้ที่ใช้ให้มาทำพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้เกิดเหตุขึ้น พร้อมได้นำตัวไปโรงพักดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพ เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการตายก่อนให้ญาติมารับศพเพื่อไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

นิติเวชเร่งตรวจหาเนื้อเยื่อสารพิษร่างสาวทอม

หมอพรชัย เผย นิติเวช เร่งตรวจเนื้อเยื่อ สารพิษ “สาวทอม” เหยื่ออุ้มฆ่า คาดใช้เวลาอีกสักระยะ ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวนประกอบสำนวนคดี

พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้ทีมแพทย์นิติเวชอยู่ระหว่างเร่งตรวจพิสูจน์เนื้อเยื่อ สารพิษ ตลอดจนหลักฐานอื่นๆในห้องปฎิบัติการหรือห้องแล็ป เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ของ น.ส.สุภัคสรณ์ สาวทอมที่ถูกคนร้ายอุ้มไปฆ่าฝังดินไว้ด้านหลังรีสอร์ทร้างใน ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี แต่ขณะนี้ผลยังไม่ออก คาดว่าต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เนื่องจากต้องทำการตรวจอย่างละเอียดและให้ถูกต้องแม่นยำที่สุด ทำให้ยังไม่ได้รายงานผลการตรวจอย่างเป็นทางการส่งให้พนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพลู

อย่างไรก็ตาม นิติเวช และพนักงานสอบสวน ตลอดจนพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ซึ่งคาดจะได้มีการประชุมเกี่ยวกับคดีนี้ร่วมกันต่อไป

สำหรับผลการชันสูตรจากนิติเวชวิทยา เบื้องต้นพบว่า นางสาวสุภัคสรณ์ เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ สภาพศพพบรอยฟกช้ำเล็กน้อยบริเวณหน้าผาก ภายในกระเพาะอาหารพบเศษอาหารเพียงเล็กน้อย ส่วนบริเวณช่องคลอดและทวารหนักตรวจสอบไม่ได้ เนื่องจากศพเปลี่ยนสภาพไปจากเดิมมาก จึงใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างเพื่อส่งห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์

ตร.คุมกำนันร่วมฆ่าทอมทำแผนรับค่าจ้าง2แสน-เร่งสอบปมเงิน4ล.

ตำรวจคุมตัวกำนันบ้านโป่ง ร่วมอุ้มฆ่าทอม ทำแผน สารภาพได้รับค่าจ้าง 2 แสนบาท – ขณะ น.1 เร่งสอบปมเงิน 4 ล้าน

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมพนักงานสอบสวนตำรวจนครบาล 9 คุมตัว นายสนอง สมสิทธิ์ กำนันตำบลลาดบัวขาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ผู้ต้องหาร่วมกันอุ้มฆ่า น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลัง นายสนอง เข้ามอบตัว และให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง

โดยจุดแรก คือ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ที่ นายสนอง กับ พ.ต.อ.อำนวย นัดพบกัน เพื่อรับเงินงวดแรก จำนวน 40,000 บาท จุดที่สอง สถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นจุดที่ พ.ต.อ.อำนวย นัดหมายให้ นายสนอง มาพบที่ห้องทำงาน เมื่อปลายเดือนธันวาคม เพื่อรับเงินงวดที่สองจำนวน 60,000 บาท ก่อนนำเอาไปแบ่งให้กับทีมงาน จากนั้นจุดสุดท้าย ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ในปั๊มน้ำมัน ห่างจากสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ประมาณ 500 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่ พ.ต.อ.อำนวย นัดพบกับ นายสนอง เพื่อจ่ายเงินงวดสุดท้ายจำนวน 100,000 บาท ในวันที่ 14 ธันวาคม หลังจากกลุ่มผู้ต้องหาฆาตกรรม น.ส.สุภัคสรณ์ และนำศพไปฝังอำพรางที่รีสอร์ตในจังหวัดกาญจนบุรี

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า มูลเหตุจูงใจในการจ้างวานฆ่า น.ส.สุภัคสรณ์ มาจากหึงหวงที่ติดพันผู้หญิงคนเดียวกัน ส่วนที่มีการโพสต์เหยียดหยามกันบนโซเชียลมีเดีย และประเด็นเงินจำนวน 4 ล้านบาท ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาข้อเท็จจริง

ข่าวสารทั่วไป